"ถึงไหนแล้ว" หัวหน้าวงโทรศัพท์มาหาผม
"สามแยกปัก" ผมตอบ
"รีบ ๆ เข้า อีกหนึ่งชั่วโมงคอนเสิร์ตจะเริ่ม ยิ่งช่วงนี้รถติดด้วย" เขาเร่ง
"รู้แล้วน่า กำลังไป สายตากันไม่ดียังจะเร่ง"
"ไม่ให้ฝาแฝดขับล่ะ "
"เห็นบ่นปวดท้องรอบเดือน นี่ก็กินยาแล้ว ดีขี้นแล้วนะไม่ต้องห่วง ขึ้นเล่นคอนเสิร์ตไหวอยู่หรอก" ผมตอบแล้วรีบวางสายก่อนที่จะลำคาญหัวหน้าวงที่ตามจี้ผม
ผมกับพี่สาวเป็นสมาชิกวงสืบสิริออเคสตร้า ชื่อวงมาจากถนนใน จ. นครราชสีมา ถนนสายนี้เป็นส่วนหนึ่งของถนนสาย ๓๐๔ สมาชิกในวงส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใกล้กับถนนสืบสิริจึงนำมาเป็นชื่อวง ประเด็นนี้น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญทีสมาชิกอยู่ในละแวกเดียวกัน
ผมขับรถจักรยานยนต์มาถึงลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีได้ทันเวลา คือมาถึงก่อนคอนเสิร์ตเริ่มเพียง ๒๐ นาทีเท่านั้น สมาชิกในวงมาพร้อมหน้ากันแล้วในขณะนี้ เมื่อมาถึง เราสองพี่น้องเข้าห้องน้ำแล้วมานั่งประจำตำแหน่งในคอนเสิร์ต แน่นอนว่าผมตื่นเต้น แต่ผมสังเกตว่าพี่สาวดูสีหน้ายังนิ่ง ๆ กับเหตุการณ์รอบตัว เขาอาจจะมั่นใจมากว่าซ้อมได้เต็มที่แล้ว และพร้อมจะแสดงดนตรี
"ตื่นเต้นเหรอ" พี่ถามหลังเห็นสีหน้าผมไม่ค่อยดี
"ใช่" ผมตอบแบบไม่คิด
"นึกว่าแต่กัญชาซะอีก"
"จะบ้าเหรอ ไม่เคยสูบ แค่ใส่ต้มไก่เฉย ๆ " คราวนี้พี่สาวกลับเป็นฝ่ายนิ่งและสีหน้าไม่ดีบ้าง
"งั้นแสดงว่าต้มไก่เมื่อกลางวันนี้ก็..............."
"ไม่เหลือ" ผมสวน
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เพลงก็บรรเลงขึ้นสำหรับฟรีคอนเสิร์ตครั้งนี้ ส่วนรายได้ของนักดนตรีได้มาจากงบของ อบจ. นครราชสีมาที่จ้างพวกเรามาเล่นคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทางผู้ว่าจ้างบอกว่ารู้จักวงของเราจากวิดีโอใน Youtube.com จึงติดต่อพวกเรามาเล่นคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของเราและเป็นคอนเสิร์ตเปิดงานฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารี ( หลาย ๆ คนเรียกว่างานย่าโม)
เพลงแรกที่เปิดคอนเสิร์ตคือมาร์ชนครราชสีมา และต่อด้วยเพลง Pirate of the carribbean จากนั้นต่อด้วยเพลงคลาสสิกหลายเพลงอย่าง Pachelbel Canon in d , Albinoni Adagio ,Für Elise ,Moonlight Sonata เมื่อเปียโนเล่น Moonlight Sonata จบลงด้วยฝีมือของหัวหน้าวง เขาก็สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ฟังด้วยเล่นเพลง "เดือนเพ็ญ" ต่อทันที สีหน้าของเขาดูมีความสุข เมื่อเพลงเดือนเพ็ญจบลง เสียงปรบมือก็ดังทั่วบริเวณที่นั่งของผู้ชม
ยกที่สองของการแสดง เราเล่นเพลงไทยหลาย ๆ เพลงคือ ค้างคาวกินกล้วย เพลงพม่ากลองยาว พม่ารำขวาน รำวงดาวพระศุกร์ ม่านมงคล ผู้ชนะสิบทิศ เมื่อแต่ละเพลงจบลง เสียงปรบมือก็ดังไปทั่วจากผู้ชม แต่สิ่งที่ผมกังวงก็เกิดขึ้นในขณะที่พวกเราเล่นเพลงเจ้าตาก ยังเล่นไม่จบเพลง คนดูก็ยกพวกตีกันเสียก่อน สร้างความตกใจและความวุ่นวายให้แก่งาน วาทยากรประจำวงประกาศว่าถ้าไม่หยุดตีกันก็จะยุติการแสดง แต่ก็ไม่เป็นผล วงดนตรีจึงต้องหยุดแสดงทันที นักดนตรีรีบเร่งเก็บของและแยกย้ายกันกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว แต่ผมรู้สึกว่าผมจะช้าสักหน่อยเพราะผมแต่งกายด้วยชุดชนชาติมอญขึ้นแสดงดนตรี โสร่งถ่วงให้ผมช้ากว่าที่ควรจะเป็น ที่จริงสมาชิกทุกคนแต่งกายตามชาติพันธุ์ของตน พี่สาวผมฉลาดกว่าด้วยการถอดผ้าถุงออก เปิดให้เห็นกางเกงขาสั้นที่นุ่งซ้อนไว้ข้างใน ปากก็เร่งว่า
"ทำอย่างพี่นี่ ไม่งั้นไม่รอดนะ" แต่ผมไม่ได้นุ่งกางเกงซ้อนไว้จึงทำไม่ได้ ได้แต่หอบแซกโซโฟนไปที่รถ แน่นอนว่าพี่สาวผมถึงก่อน
เมื่อผมและพี่สาวขึ้นรถได้ก็รีบออกรถทันทีด้วยความตื่นเต้นขีดสุด เพราะได้ยินเสียงคนยกพวกตีกันไล่หลังมา และมีคนบางคนวิ่งมาทางเดียวกันกับเราสองพี่น้องด้วย คาดว่าน่านจะเป็นคู่กรณีในงานนั้นเอง แต่โชคยังดีที่เราปลอดภัย
ผมบ่นกับพี่สาวเมื่อถึงบ้านว่านี่คอนเสิร์ตครั้งแรกก็เจอเรื่องอันตรายแล้ว คราวหน้าจะเป็นอย่างไร เขาได้แต่ปลอบว่า ช่างมันเถอะ เราทั้งคู่ก็เอาตัวรอดได้นี่ เหนื่อยน้อยกว่าทำนาไม่ใช่เหรอ พูดแล้วก็ยิ้ม หัวเราะในขณะที่ผมหัวเราะไม่ออก
คอนเสิร์ตครั้งแรก
"สามแยกปัก" ผมตอบ
"รีบ ๆ เข้า อีกหนึ่งชั่วโมงคอนเสิร์ตจะเริ่ม ยิ่งช่วงนี้รถติดด้วย" เขาเร่ง
"รู้แล้วน่า กำลังไป สายตากันไม่ดียังจะเร่ง"
"ไม่ให้ฝาแฝดขับล่ะ "
"เห็นบ่นปวดท้องรอบเดือน นี่ก็กินยาแล้ว ดีขี้นแล้วนะไม่ต้องห่วง ขึ้นเล่นคอนเสิร์ตไหวอยู่หรอก" ผมตอบแล้วรีบวางสายก่อนที่จะลำคาญหัวหน้าวงที่ตามจี้ผม
ผมกับพี่สาวเป็นสมาชิกวงสืบสิริออเคสตร้า ชื่อวงมาจากถนนใน จ. นครราชสีมา ถนนสายนี้เป็นส่วนหนึ่งของถนนสาย ๓๐๔ สมาชิกในวงส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใกล้กับถนนสืบสิริจึงนำมาเป็นชื่อวง ประเด็นนี้น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญทีสมาชิกอยู่ในละแวกเดียวกัน
ผมขับรถจักรยานยนต์มาถึงลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีได้ทันเวลา คือมาถึงก่อนคอนเสิร์ตเริ่มเพียง ๒๐ นาทีเท่านั้น สมาชิกในวงมาพร้อมหน้ากันแล้วในขณะนี้ เมื่อมาถึง เราสองพี่น้องเข้าห้องน้ำแล้วมานั่งประจำตำแหน่งในคอนเสิร์ต แน่นอนว่าผมตื่นเต้น แต่ผมสังเกตว่าพี่สาวดูสีหน้ายังนิ่ง ๆ กับเหตุการณ์รอบตัว เขาอาจจะมั่นใจมากว่าซ้อมได้เต็มที่แล้ว และพร้อมจะแสดงดนตรี
"ตื่นเต้นเหรอ" พี่ถามหลังเห็นสีหน้าผมไม่ค่อยดี
"ใช่" ผมตอบแบบไม่คิด
"นึกว่าแต่กัญชาซะอีก"
"จะบ้าเหรอ ไม่เคยสูบ แค่ใส่ต้มไก่เฉย ๆ " คราวนี้พี่สาวกลับเป็นฝ่ายนิ่งและสีหน้าไม่ดีบ้าง
"งั้นแสดงว่าต้มไก่เมื่อกลางวันนี้ก็..............."
"ไม่เหลือ" ผมสวน
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เพลงก็บรรเลงขึ้นสำหรับฟรีคอนเสิร์ตครั้งนี้ ส่วนรายได้ของนักดนตรีได้มาจากงบของ อบจ. นครราชสีมาที่จ้างพวกเรามาเล่นคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทางผู้ว่าจ้างบอกว่ารู้จักวงของเราจากวิดีโอใน Youtube.com จึงติดต่อพวกเรามาเล่นคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของเราและเป็นคอนเสิร์ตเปิดงานฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารี ( หลาย ๆ คนเรียกว่างานย่าโม)
เพลงแรกที่เปิดคอนเสิร์ตคือมาร์ชนครราชสีมา และต่อด้วยเพลง Pirate of the carribbean จากนั้นต่อด้วยเพลงคลาสสิกหลายเพลงอย่าง Pachelbel Canon in d , Albinoni Adagio ,Für Elise ,Moonlight Sonata เมื่อเปียโนเล่น Moonlight Sonata จบลงด้วยฝีมือของหัวหน้าวง เขาก็สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ฟังด้วยเล่นเพลง "เดือนเพ็ญ" ต่อทันที สีหน้าของเขาดูมีความสุข เมื่อเพลงเดือนเพ็ญจบลง เสียงปรบมือก็ดังทั่วบริเวณที่นั่งของผู้ชม
ยกที่สองของการแสดง เราเล่นเพลงไทยหลาย ๆ เพลงคือ ค้างคาวกินกล้วย เพลงพม่ากลองยาว พม่ารำขวาน รำวงดาวพระศุกร์ ม่านมงคล ผู้ชนะสิบทิศ เมื่อแต่ละเพลงจบลง เสียงปรบมือก็ดังไปทั่วจากผู้ชม แต่สิ่งที่ผมกังวงก็เกิดขึ้นในขณะที่พวกเราเล่นเพลงเจ้าตาก ยังเล่นไม่จบเพลง คนดูก็ยกพวกตีกันเสียก่อน สร้างความตกใจและความวุ่นวายให้แก่งาน วาทยากรประจำวงประกาศว่าถ้าไม่หยุดตีกันก็จะยุติการแสดง แต่ก็ไม่เป็นผล วงดนตรีจึงต้องหยุดแสดงทันที นักดนตรีรีบเร่งเก็บของและแยกย้ายกันกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว แต่ผมรู้สึกว่าผมจะช้าสักหน่อยเพราะผมแต่งกายด้วยชุดชนชาติมอญขึ้นแสดงดนตรี โสร่งถ่วงให้ผมช้ากว่าที่ควรจะเป็น ที่จริงสมาชิกทุกคนแต่งกายตามชาติพันธุ์ของตน พี่สาวผมฉลาดกว่าด้วยการถอดผ้าถุงออก เปิดให้เห็นกางเกงขาสั้นที่นุ่งซ้อนไว้ข้างใน ปากก็เร่งว่า
"ทำอย่างพี่นี่ ไม่งั้นไม่รอดนะ" แต่ผมไม่ได้นุ่งกางเกงซ้อนไว้จึงทำไม่ได้ ได้แต่หอบแซกโซโฟนไปที่รถ แน่นอนว่าพี่สาวผมถึงก่อน
เมื่อผมและพี่สาวขึ้นรถได้ก็รีบออกรถทันทีด้วยความตื่นเต้นขีดสุด เพราะได้ยินเสียงคนยกพวกตีกันไล่หลังมา และมีคนบางคนวิ่งมาทางเดียวกันกับเราสองพี่น้องด้วย คาดว่าน่านจะเป็นคู่กรณีในงานนั้นเอง แต่โชคยังดีที่เราปลอดภัย
ผมบ่นกับพี่สาวเมื่อถึงบ้านว่านี่คอนเสิร์ตครั้งแรกก็เจอเรื่องอันตรายแล้ว คราวหน้าจะเป็นอย่างไร เขาได้แต่ปลอบว่า ช่างมันเถอะ เราทั้งคู่ก็เอาตัวรอดได้นี่ เหนื่อยน้อยกว่าทำนาไม่ใช่เหรอ พูดแล้วก็ยิ้ม หัวเราะในขณะที่ผมหัวเราะไม่ออก