ช่วยน้องถูกบังคับให้มี...กับแฟนของแม่ตนเอง

กระทู้สนทนา
เพื่อสร้างอรรถรสคุณสามารถเปิดเพลง Little Misfortune ฟังคลอไปด้วยได้
แม้ ณ เวลานี้ก็ยังจำได้ดีที่ฉันมีโอกาสช่วยน้องถูกบังคับจากแม่บังเกิดเกล้า สาเหตุจากอะไรนั้น? มาอ่านเพื่อความบันเทิงกันค่ะ
*เนื่องจากเราอยากสงวนชื่อต่างๆ จึงขอใช้นามสมมติ และรายละเอียดบางอย่างขอข้ามไปนะ
.
เรื่องที่จะเล่านี้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เริ่มจากมีคนรู้จักได้โพสเรื่องราวของน้องแคท(นามสมมติ) เพื่อขอคำปรึกษา น้องแคท เด็กสาวอายุ 17 ปี ถูกแม่ทำร้ายร่างกายและจิตใจ ไม่ให้ที่พักเหมาะสม หรือการศึกษาที่ยังอยู่ระดับประถม ถูกตัดออกจากสังคมปกติ แล้วที่น้องทนไม่ได้ที่สุดคือถูกบังคับให้แต่งงานกับ “แฟนของแม่” ซึ่งเป็นชายหนุ่มชาวอินเดียอย่างมีเล่ห์นัย จึงได้แนะนำให้น้องติดต่อมูลนิธิปวีณาฯ ในเบื้องต้นก่อน กระทั่งกลางดึก 13 ต.ค. 61 เกิดเหตุทะเลาะวิวาทมีตำรวจเข้ามาไกล่เกลี่ย น้องยืนกรานว่าไม่ต้องการอยู่กับแม่ เราและเพื่อนน้องได้แค่เฝ้าสังเกตอยู่ข้างนอก ผลคือ ตำรวจยังทำอะไรไม่ได้ ทำแค่รับเรื่องแล้วให้น้องกลับบ้าน เจ็บใจเนอะ จบเรื่องประมาณ 3.30 น.
.
15 ต.ค. 61 เรามีนัดส่งหลักฐานและคุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ โชคดีที่ท่านปวีณาอยู่ ท่านรับเรื่องด้วยตนเองและเห็นว่าเคสนี้เร่งด่วน ประกอบกับน้องส่งหลักฐานเพิ่มว่าแม่บังคับยิ่งกว่าเดิมซึ่งผิดสัญญาไว้กับตำรวจ แต่ด้วยที่ท่านมีภารกิจเยอะ เราจึงต้องออกหน้ากันเอง โดยมูลนิธิจะช่วยประสานหน่วยงานเจ้าหน้าที่และตำรวจในท้องที่ให้ ท่านแนะนำที่สำคัญ เช่น
- หลักฐานที่เรานำไปแสดงอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ จึงควรหยิบมาเป็นประเด็นหลัก
- จากประสบการณ์ช่วยเหลือไม่น้อย เด็กเมื่ออยู่กับครอบครัวจะไม่กล้าพูด แต่พอออกมาถึงกล้าพูด ฉะนั้นการแยกน้องแคทกับแม่ให้ได้สำคัญที่สุด
- ที่พวกเราพยายามช่วยเหลือ ทางมูลนิธิมีการดำเนินงานปิดชื่อเพื่อคุ้มครอง ไม่ต้องห่วง
.         
16 ต.ค. 61 หลังจากได้ความอนุเคราะห์มูลนิธิช่วยเปิดทาง เรามีนัดกับตำรวจท้องที่และเจ้าหน้าที่เพื่อไปรับตัวน้อง เดิมแอบหวังให้ราบรื่น แต่ไม่เลย เพราะน้องยังเป็นเยาวชน ทำได้แค่สำรวจความเป็นอยู่ (แย่สุดๆ สะอาดแค่เสื้อผ้าของแม่) สอบถามบ้านใกล้เคียง แล้วกลับไปที่สน.เพื่อรอแม่มาสอบสวน ระหว่างนี้เราคุยแผนรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เตรียมหลักฐาน ดีที่เอาเน็ตบุ๊คไปด้วย ใส่ไฟล์และปริ้นออกมาเป็นฮาทก๊อบปี้เรียบร้อย มีคุยเล่นให้น้องแคทสบายใจบ้าง น้องไม่ได้กินข้าวแต่เช้าก็ช่วยหาน้ำ-อาหารกัน แต่ทานไม่เยอะอาจเพราะเครียดอยู่
.
ทำไมเราถึงเรียกคุณแม่น้องแคทว่า “คุณแม่แสนหวาน”?
คุณแม่ที่ดูลุคสวยสะอาดฉบับพิมพ์นิยมราชการ พูดจาดีเสนาะหู กลับใช้ช่องว่าง เพื่อสนองด้านมืดของตัวเอง ไม่มีใครรับรู้กระทั่งเพื่อนๆ ยื่นมือมาช่วย 
.
แม่น้องแคทมาถึงประมาณ 18.12 น.
ตอนแรกเจ้าหน้าที่ ใช้วิธีเจรจาระหว่างแม่กับน้อง ผลคือน้องต้องกลับไปอยู่บ้านโดยทำเอกสารข้อตกลงร่วมกัน แม่ก็ทำเป็นพูดดีซึ่งขัดกับหลักฐาน รู้แก่ใจว่าแม่โกหกแต่ทำอะไรไม่ได้ ตรงกับที่ท่านปวีณาได้แนะนำไว้ว่าเหยื่อไม่กล้าพูดเต็มที่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้กระทำ ขืนกลับบ้านอีกน้องแคทเละแน่ เราต้องแยกน้องกับแม่ให้ได้! เลยงัดไม้ขึ้นมาว่าขอแสดงหลักฐาน แม่ก็ท้า พอเจอเท่านั้นแหละ มีทั้งภาพ คลิปเสียง และอื่นๆ แม่เงียบและโบ้ยทุกสิ่งอย่าง
.
หลักฐานที่เห็นกัน นอกจากน้องแคทถูกกระทำทั้งกายและใจภายในบ้านแล้ว สาเหตุแท้จริงที่คุณแม่ดึงน้องเข้ามาร่วมสัมพันธ์ คือ แฟนหนุ่มของแม่ขอเลิกเพราะมี SEX กับแม่ไม่ลง อ้างว่าแก่เกินไป แม่อยากแสดงความจริงใจถึงความรักที่มีให้เลยเสนอให้มีกับลูกสาวตัวเองที่ยังบริสุทธิ์อยู่แทน เธอทำกับลูกก็เหมือนทำกับฉัน  (ส่วนหนึ่งของแชท เซ็นเซอร์ชื่อจริงน้องแคทด้วยอีโมแมวดำ)


.
ต่อไปนี้ เหตุการณ์ช่วงจขกท.จ่ายอัลติกลางโรงพัก!
ในเมื่อจนมุมด้วยหลักฐานแม่หาข้ออ้างใหม่ชอบวนลูปว่า "ลูกฉันเป็นงี้เพราะเกม อินเทอร์เน็ต"
.
จขกท. "มันหมดยุคโทษทุกสิ่งทุกอย่างว่ามาจากเกม เน็ตแล้วนะคะ แม่กลับไม่เคยโทษตัวเองเลยสักนิด น้องเป็นอย่างงี้ก่อนที่จะรู้จักเพื่อนซะอีก วันเสาร์น้องมีท่าทีหวาดกลัว เอามือปิดหู ซุกกับเสาใกล้ๆ มันไม่ปกตินะคะ พฤติกรรมการแสดงออกชัดเลยว่ามาจากในบ้านมากกว่าภายนอก" (เหมือนตรงนี้ทุกคนเริ่มเงียบ)
หลักฐานภาพถ่ายกับแชทแม่ไม่ยอมรับ(แต่หน้าซีดละ) ก็หาเรื่องโจมตีขึ้นเสียงใส่พวกเราต่อ มือจขกท.จิ้มเปิดคลิปเสียงทำร้ายร่างกายให้ฟัง ไม่ถึง 2 นาที ทำเงียบทั้งโรงพัก แม่ก็แถว่าเป็นหลักฐานจากทางด้านเดียว ไม่ยอมรับ! ที่ตบเพื่อสั่งสอนลูกเพราะลูกทำร้ายตัวเอง
.
จขกท.สวนกลับ "ถ้าคุณไม่ยอมรับหลักฐานแปลว่าคุณไม่ยอมรับความจริง (เสียงในคลิปดังชัดมาก) แล้วก่อนหน้าคลิปล่ะคะทำอะไรน้อง ไม่งั้นน้องไม่สติแตกคว้ามีดมาหร่อก" (แม่เงียบหรือสตั้น ไม่แน่ใจ)
.
แม่(ต่อด้วยเสียงเกรี้ยวกราด) "บุพการีไม่ตบสั่งสอนเหรอ ใครเขาก็ทำกัน พวกคุณมายุ่งวุ่นวายครอบครัวฉัน ฉันจะฟ้องกลับให้หมดเลย"
.
จขกท. "ถ้าการไม่นิ่งดูดายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างที่คุณว่าพวกเรา งั้นคนเราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว" (ประโยคนี้ส่วนตัวแอบวินเอง)
.
เมื่อเรางัดหลักฐานแน่นแม่ก็เผยบุคลิกจริงออกมา แล้วโบ้ยพวกเราเลวและขู่จะแจ้งความว่ายุ่งเรื่องในครอบครัว
ทีนี้เกิดเรื่องขึ้นเมื่อน้องกดดันวิ่งออกไปเพื่อหนีจากสถานการณ์ที่เกิด คนยืนใกล้ช่วยกันจับน้องย้ายไปอีกห้องนึง
.
จขกท.หันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ "เห็นมั้ย นี่แบบเดียวที่เกิดเมื่อวันเสาร์เลย"
.
เจ้าหน้าที่ "ไม่ต้องกลับบ้านละ ให้ไปอยู่ในความคุ้มครองนี่แหละ" แล้วก็พาน้องแคท แม่และตำรวจเข้าไปคุยในห้องสอบสวน เราก็รอข้างนอกกันในใจหวาดหวั่นมาก ทำได้แค่นั่งล้อมวง "ที่หนูทำถูกมั้ยคะ? หนูพยายามให้หลักฐานพูด"
เนื่องจากน้องแสดงออกชัดเจนว่าไม่กลับบ้าน แม่ก็เผยไต๋ คดีพลิกไม่ต้องให้กลับบ้าน น้องออกมาจากห้องสอบสวน เจ้าหน้าที่ไม่ให้แม่และเพื่อนพูดกับน้อง รีบพาขึ้นรถทันที เราทำได้แค่โบกมือหวังว่าน้องจะเห็นบ้าง ตำรวจตามออกมามาเล่าว่า แม่ยอมเซ็นให้อยู่ในความคุ้มครองแล้ว
.
หลังจบภารกิจเราเดินทางออกจากสน.กัน จขกท.ร้องไห้บนรถว่า “ฉันผ่านมาได้ไง กล้าพูดไปได้ไง” มันอาจรับความเสี่ยงที่แม่จะเล่นงานกลับด้วย อย่างน้อยจุดประสงค์เพื่อแยกน้องกับแม่ก็สำเร็จ และพาน้องเข้าระบบ เป็นการซื้อเวลาไประยะนึงนะ ไฟท์ๆ
.
ภายหลังเราสืบกันเองทราบจากอดีตเพื่อนร่วมงานว่าแท้จริงคุณแม่แค่ระดับลูกจ้าง ไม่ใช่ระดับราชการดังที่คุณแม่อ้างและมีวีรกรรมในที่ทำงานมากมาย
.
.
.
.
(ยังมีต่อ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่