JJNY : ธนาธรเฮ อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีไลฟ์สด วิจารณ์พลังดูดคสช./ไทยตกชั้นความหลากหลาย การส่งออกสินค้า/ส่งออกแห่ลดผลิต-โอที

ธนาธร เฮ อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีไลฟ์สด วิจารณ์ พลังดูด คสช.
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2935926
 
ธนาธร เฮ อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีไลฟ์สด วิจารณ์ พลังดูด คสช.
วันที่ 1 ต.ค. นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมารับฟังคำสั่งคดีจากพนักงานอัยการ ในคดีที่ นายธนาธร, นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค ตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2560) มาตรา 14 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
 
จากกรณีผู้ต้องหาร่วมกันจัดรายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในแฟนเพจเฟซบุ๊กของพรรคและแฟนเพจเฟซบุ๊กของ นายธนาธร วิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของ คสช.
 
โดย นายกฤษฎางค์ เปิดเผยว่า วันนี้ อัยการได้แจ้งว่า อธิบดีอัยการสำนักคดีอาญา มีความเห็น สั่งไม่ฟ้อง นายธนาธร , นายไกลก้อง และ น.ส.จารุวรรณ
 
ขั้นตอนหลังจากนี้ อัยการ จะต้องส่งความเห็น สั่งไม่ฟ้องดังกล่าว ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทำความเห็นกลับมายังพนักงานอัยการ ว่า เห็นพ้องกับอัยการ หรือ เห็นแย้ง หากตำรวจเห็นพ้องด้วย คดีถือเป็นอันยุติ แต่หาก ตำรวจเห็นแย้ง ตามขั้นตอน ก็ต้องนำความเห็น ส่งให้ อัยการสูงสุด เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดต่อไป
 


ไทยตกชั้นความหลากหลาย การส่งออกสินค้า
https://www.dailynews.co.th/economic/734316
 
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเผยรายงาน Trade20 ไทยไม่ติด 20 อันดับแรกที่มีความหลากหลายของการส่งออก –การพัฒนาตลาดน้อย ด้านความพร้อมด้านการค้า ติดอันดับ 9  ดึงระบบดิจิทัลเข้ามาเสริมทัพ 
 
นายพลากร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยรายงาน Trade20  ซึ่งเป็นการสำรวจ 66 ประเทศทั่วโลก   โดยวิเคราะห์ตลาดที่มีภาวะการค้าและศักยภาพการเติบโตที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พบว่า  
 
ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม มีความโดดเด่นในด้านความพร้อมทางการค้า สะท้อนถึงพื้นฐานของตลาดในการเติบโตทางการค้าในอนาคต  เนื่องจากเศรษฐกิจของทั้ง 3 ประเทศมีศักยภาพในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ด้วยการเป็นฐานหลักด้านการผลิตเพื่อส่งออก การค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเติบโต การบริโภคภายในประเทศที่เข้มแข็ง
 
นอกจากนี้ความเชื่อมโยงทางการค้าที่ใกล้ชิดกับประเทศจีน และการเป็นตลาดแรงงานที่เติบโตดี  แม้ว่าจะเผชิญกับความท้าทายจากความไม่แน่นอนของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ทั้ง 3 ประเทศนี้อยู่ในสถานะที่ได้ประโยชน์หากสงครามการค้าเข้มข้นขึ้นจนส่งผลให้บริษัทข้ามชาติทั้งหลายพิจารณาย้ายฐานระบบห่วงโซ่ อุปทานของตนไปยังประเทศอื่น ขณะเดียวกัน การทำธุรกรรมทางการค้าระหว่างภูมิภาค การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิรูปกฎระเบียบต่างๆ ล้วนช่วยส่งเสริมให้การค้าขายในตลาดเหล่านี้เติบโตขึ้น
 
จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุน 758 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  7%  และมีมูลค่าเงินลงทุน 232,610 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 62 มูลค่าเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศใน 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายของบีโอไอ (ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์) เพิ่มขึ้น 58%  มาอยู่ที่ 23,840 ล้านบาทในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
 
สำหรับประเทศไทย ติดอันดับ 9 จาก 20 อันดับ เรื่องความพร้อมด้านการค้า เนื่องจากให้ความสำคัญกับการปรับระบบต่างๆ ให้เป็นระบบดิจิทัลและเพิ่มประสิทธิภาพในทุกอุตสาหกรรมและธุรกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าระหว่างประเทศและการส่งออก ประเทศไทยน่าจะสามารถนำระบบดิจิทัลมาปรับใช้กับการค้าได้อย่างรวดเร็วร่วมกับการทำงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะเป็นการช่วยเร่งการเติบโตด้านการค้าให้กับภูมิภาคเอเชีย
 
ด้านความหลากหลายของการส่งออกประเทศไทยไม่ติดใน 20 อันดับแรก  เนื่องจากดัชนีให้น้ำหนักกับพัฒนาการของตลาดในแง่ความหลากหลายของการส่งออก ซึ่งวัดจากความหลากหลายของสินค้าส่งออกและรายได้จากการส่งออกที่มาจากความหลากหลายของสินค้าเหล่านั้น ตลาดที่ทำคะแนนได้ดีในด้านนี้ คือตลาดที่มีพัฒนาการอย่างมากในแง่การกระจายการส่งออก ซึ่งน่าจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้การเติบโตทางการค้าและลดความผันผวนต่อแรงกดดันของตลาด อย่างไรก็ตาม  จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี  61 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการลงทุนไปยังต่างประเทศสูงที่สุดในรอบ 8 ปี ที่ 199,000 ล้านบาท ไม่รวมเงินลงทุนในประเทศ ซึ่งเติบโตขึ้น  15%  จากปี  60 มาอยู่ที่ 818,000 ล้านบาท
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่