JJNY : 'อสส.'แจงปมไม่ฟ้อง 'น้องธนาธร'/บาทแข็งค่าหลุด30บ./พท.ชี้เงินบาทแข็งยิ่งทำศก.แย่/เปิดตัวอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา35

'อสส.' แจงปมไม่ฟ้อง 'น้องธนาธร' คดีล็อบบี้ที่ดิน 'สำนักทรัพย์สินฯ'
https://voicetv.co.th/read/KZkB-LLJ2

โฆษกอัยการสูงสุด โต้ข่าวไม่สั่งฟ้อง 'สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ' กรณีถูกพาดพิงปลอมเอกสารเช่าที่ดิน สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ชี้ตามสำนวนคดี 'น้องชายธนาธร' ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา อัยการไม่มีอำนาจรื้อคดี
 
อิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมคณะ แถลงข่าวกรณีมีการเสนอข่าวอัยการสั่งไม่ฟ้อง สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอลเสท ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งเป็นน้องชาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า หลังถูกกล่าวหาจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่ปลอมแปลงเอกสาร เพื่อเช่าที่ดินสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เมื่อปี 2560 
 
โฆษกอัยการสูงสุด ชี้แจงข้อเท็จจริงคดีนี้ว่า สำนวนของพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม มีผู้ต้องหา 
1. ประสิทธิ์ อภัยพลชาญ 
2. สุรกิจ ตั้งวิทูวนิจ 
ฐานร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร เรียกรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ 
 
โดยเกิดขึ้นระหว่าง เดือน มี.ค.-พ.ย. เมื่อปี 2560 ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 76/2562 ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นนายหน้าค้าที่ดินอิสระ อ้างว่าได้ไปพบ สกุลธร พร้อมเอกสารที่ดิน 2 แปลงซึ่งอยู่ในสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ วงเงิน 500 ล้านบาท
 
ต่อมาผู้ต้องหาให้การว่า สกุลธร ได้ติดต่อว่าจ้างให้ทำสัญญาเช่า ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้งสองเข้ายื่นขอสัญญาเช่าและดำเนินการตามกระบวนการ โดย สกุลธน จ่ายทั้งหมด 3 งวด รวม 20 ล้านบาท
 
ต่อมาสำนักทรัพย์สินฯ ทราบข้อเทจจริงจึงมอบอำนาจ อิศรา จานุวณิชกุล ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสอง โดยในขั้นตอนพนักงานสอบสวนไม่ได้กล่าวหา 'สกุลธร' ทว่าในรายงานได้สรุปว่าประสงค์รวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีสกุลธร ตามกฎหมายต่อไป
 
ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองศาลคดีทุจริตและคดีประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2562 จำคุกคนละ 6 ปี เหลือคนละ 3 ปี เนื่องจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยไม่มีการยื่นอุทธรณ์ จึงถือว่าสิ้นสุด
 
"ดังนั้นตามที่มีรายงานว่า อัยการไม่ได้ฟ้องสกุลธร จึงถือว่าไม่มีข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎ" โฆษก ระบุ
 
เมื่อถามว่าอัยการมีอำนาจขอสอบสวนอีกครั้งได้หรือไม่ ทีมโฆษกระบุว่า เป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวน ซึ่งอัยการไม่มีอำนาจพิจารณาในส่วนนี้


 
ผู้ส่งออกคอตก!วัคซีนโควิด ดันเงินบาทแข็งค่าหลุด30บ./ดอล
https://www.dailynews.co.th/economic/811817
 
กระทบผู้ส่งออกอย่างจัง! เงินบาทช่วงเช้าแข็งค่าหลุด 30.00 บาทต่อดอลลาร์ จากวัคซีนโควิดเริ่มออกใช้ นักลงทุนลดถือครองดอลลาร์ โดยตลาดจับตาแบงก์ชาติออกมาตรการดูแล
 
นายเชาว์ เก่งชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เงินบาทช่วงเช้าวันที่ 9 ธ.ค.ได้แข็งค่าหลุด 30.00 บาทต่อดอลลาร์ฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแข็งค่าไปถึง 29.97 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 1 ปี นับจากช่วงสิ้นปี 2562  เป็นผลมาจากนักลงทุนตอบรับวัคซีนที่เริ่มใช้และมีแนวโน้มมีประสิทธิภาพใช้ได้ดี รวมถึงได้มีปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ 
 
ทำให้นักลงทุนลดถือครองสกุลเงินดอลลาร์ฯ โดยโยกย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น ตลาดหุ้น  ทำให้สกุลเงินต่าง ๆ ในประเทศเกิดใหม่ รวมถึงเงินบาทไทย แข็งค่าขึ้น และมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง โดยศูนย์วิจัยฯคาดเงินบาทจะแข็งค่าต่อไปถึงสิ้นปี 2564 แตะระดับ 29.00-29.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ
 
นอกจากนี้ส่วนหนึ่งเงินบาทไทยเป็นที่นิยมของนักลงทุนต่างชาติ เพราะไทยมีหนี้ต่างประเทศน้อยและเกินดุลการค้าสูง แต่อย่างไรก็ตามการแข็งค่าของเงินบาทจะยิ่งทำให้ผู้ส่งออกเหนื่อยมากขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยนักลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนกำลังจับตาธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ว่าจะมีมาตรการมาดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย หรือให้เงินบาทสมดุล ไม่แข็งค่าจนเกินไปได้อย่างไร
 

 
เพื่อไทยชี้เงินบาทแข็งยิ่งทำเศรษฐกิจแย่
https://www.innnews.co.th/politics/news_839042/
  
ทีมศก.เพื่อไทย ชี้ เงินบาทแข็ง ยิ่งทำเศรษฐกิจแย่ ส่งออกติดลบ แนะรัฐ-แบงก์ชาติ ทำค่าเงินอ่อนลงช่วยฟื้น
 
นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส. หนองคาย และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทยังแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบาทได้แข็งค่าที่สุดในรอบ 12 เดือนจะทะลุ 30 บาท ซึ่งสวนทางกับสภาวะความเป็นจริงที่เศรษฐกิจไทยกำลังย่ำแย่และยังคงติดลบสูง อีกทั้งการส่งออกยังติดลบมากเช่นกัน ค่าบาทที่แข็งค่ามากจะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจให้ทรุดหนักลงอีก อีกทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าต่ำลงมาก หรือ อาจจะไม่ฟื้นเลยก็ได้
 
ทั้งนี้ รัฐบาลและแบงค์ชาติสามารถร่วมกันหามาตรการที่เหมาะสมเพื่อทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ ซึ่งทุกมาตราการจะมีผลกระทบก็ต้องพิจารณาให้ดี โดยการไหลเข้าของเงินต่างประเทศที่มาเก็บกำไรระยะสั้นแล้วทำให้ค่าเงินบาทแข็งไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในภาวะเช่นนี้ และความจริงหากรัฐบาลจะรู้จักลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ
 
นอกจากเรื่องค่าเงินแล้วยังมีปัญหาระบบศุลกากรที่ทำให้ยุ่งยาก ซึ่งควรจะเร่งปรับปรุงแก้ไขให้ง่ายขึ้นเพราะไทยได้เปรียบดุลการค้ากับเพื่อนบ้านอยู่แล้ว อย่าปล่อยให้ระเบียบกลายเป็นช่องทางในการทุจริตของข้าราชการ
 
ดังนั้นจึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เร่งกำชับให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร่งแก้ไขค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง เพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจโดยรวมให้กลับมาได้โดยเร็ว ก่อนที่เศรษฐกิจจะยิ่งทรุดหนักและประชาชนจะยิ่งลำบากเพิ่มขึ้น และจะทนกันไม่ไหว ต้องออกมาไล่รัฐบาลกันมากขึ้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่