คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ผมว่าอย่าไปเอาภาษาไทย ไปเทียบกับอังกฤษแบบคำต่อคำเลยครับ เพราะมันตั้งอยู่คนละหลักภาษา คนละบริบทกัน
ในที่นี้ คำว่า "...ว่าตรงกันไม๊" หรือที่คุณใช้ว่า "Is it correct? " อ.ฝรั่งน่าจะงง ว่าต้องการให้เค้าตอบว่าอะไรถูกต้องหรอ.??... เพราะมันเป็นโครงสร้างประโยคคำถาม Yes กับ No ครับ
แต่ในประโยคนี้ ของ จขกท เป็นประโยคขอร้อง request ให้ ผู้สนทนาทำอะไรบางอย่างตามที่เราต้องการ ... ซึ่งถ้าในภาษาไทย เราจะเพิ่มคำสร้อย "จะได้.....ว่าตรงกันไม๊" ใช้คำบอกเล่า เป็นประโยคคำถามได้ ไม่ผิด .หลักภาษาไทยครับ... แต่ฝรั่ง มันไม่มีคำสร้อยว่า "..ว่า...ไม๊" ต่อในประโยคขอร้อง หรือ บอกเล่า
คือว่าจะเป็นประโยคคำถาม ก็ใช้โครงสร้างประโยคคำถามไปเลย ... จะบอกเล่า ขอร้องก็ใช้อีกโครงสร้าง ไม่นำมาปนกันครับ
การที่ จขกท พูดว่า
I want to know answer because I'll check my answer "ว่า" , Is it correct?
แปลความหมายก็จะงงๆ คือ " ผมต้องการคำตอบ, เพราะผมจะเช็คคำตอบของผม ...มันถูกต้องไม๊ครับอาจารย์?"
อ.อาจจะจะตอบกลับมาว่า "Yes!, exectly its correct" แล้วก็นิ่งเงียบปล่อยคุณนั่งงงๆต่อไป พูดง่ายๆ แปลให้อีกที อ.เค้าอาจตอบคุณว่า "ใช่!ถูกแล้วจ่ะศิษย์เอ๋ย" เแค่นั้นเพราะ ถ้าคุณต้องการคำตอบ เพื่อที่จะตรวจสอบสิ่งที่คุณทำมา ฉนั้น ก็จงหาคำตอบนั้นให้เจอต่อไปด้วยสมองของคุณเองจนกว่าจะพบคำตอบ 555
อันที่จริงภาษาอังกฤษ มันไม่จำเป็นที่จะต้องคิดประโยคเป็นภาษาไทยก่อน แล้วค่อยเทียบไปทีละคำแปลกลับเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ... อย่างที่ผมบอกข้างบน ฝรั่งมันอาจจะเข้าใจเป็นอีกอย่างได้
ในที่นี้ควรดูที่จุดประสงค์ นั่นก็คิอ การขอร้อง ขอความกรุณาเค้าครับ จึงควรใช้ว่า
"Excuse me master ,I wanna know the answer for checkup my exam now. .....please "
ขอประทานโทษครับอาจารย์ ผมต้องการรู้คำตอบเพื่อเอามาเช็คข้อสอบของผมตอนนี้เลย ...ได้โปรดเถอะ
สรุปคือ ภาษาอังกฤษเค้ามีโครงสร้างประโยคตายตัวครับ มีลูกน้ำ มี . จุดฟูลสต็อปปิด ทุกประโยค สื่อวัตถุประสงค์หลักของผู้พูดชัดเจน ว่าต้องการสื่ออะไร .....ไม่มีสร้อยเพิ่มแบบคนไทย ที่ไม่รู้ว่าจะจบประโยคตรงไหน เติมมาได้เรื่อยๆ ครับ
ในที่นี้ คำว่า "...ว่าตรงกันไม๊" หรือที่คุณใช้ว่า "Is it correct? " อ.ฝรั่งน่าจะงง ว่าต้องการให้เค้าตอบว่าอะไรถูกต้องหรอ.??... เพราะมันเป็นโครงสร้างประโยคคำถาม Yes กับ No ครับ
แต่ในประโยคนี้ ของ จขกท เป็นประโยคขอร้อง request ให้ ผู้สนทนาทำอะไรบางอย่างตามที่เราต้องการ ... ซึ่งถ้าในภาษาไทย เราจะเพิ่มคำสร้อย "จะได้.....ว่าตรงกันไม๊" ใช้คำบอกเล่า เป็นประโยคคำถามได้ ไม่ผิด .หลักภาษาไทยครับ... แต่ฝรั่ง มันไม่มีคำสร้อยว่า "..ว่า...ไม๊" ต่อในประโยคขอร้อง หรือ บอกเล่า
คือว่าจะเป็นประโยคคำถาม ก็ใช้โครงสร้างประโยคคำถามไปเลย ... จะบอกเล่า ขอร้องก็ใช้อีกโครงสร้าง ไม่นำมาปนกันครับ
การที่ จขกท พูดว่า
I want to know answer because I'll check my answer "ว่า" , Is it correct?
แปลความหมายก็จะงงๆ คือ " ผมต้องการคำตอบ, เพราะผมจะเช็คคำตอบของผม ...มันถูกต้องไม๊ครับอาจารย์?"
อ.อาจจะจะตอบกลับมาว่า "Yes!, exectly its correct" แล้วก็นิ่งเงียบปล่อยคุณนั่งงงๆต่อไป พูดง่ายๆ แปลให้อีกที อ.เค้าอาจตอบคุณว่า "ใช่!ถูกแล้วจ่ะศิษย์เอ๋ย" เแค่นั้นเพราะ ถ้าคุณต้องการคำตอบ เพื่อที่จะตรวจสอบสิ่งที่คุณทำมา ฉนั้น ก็จงหาคำตอบนั้นให้เจอต่อไปด้วยสมองของคุณเองจนกว่าจะพบคำตอบ 555
อันที่จริงภาษาอังกฤษ มันไม่จำเป็นที่จะต้องคิดประโยคเป็นภาษาไทยก่อน แล้วค่อยเทียบไปทีละคำแปลกลับเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ... อย่างที่ผมบอกข้างบน ฝรั่งมันอาจจะเข้าใจเป็นอีกอย่างได้
ในที่นี้ควรดูที่จุดประสงค์ นั่นก็คิอ การขอร้อง ขอความกรุณาเค้าครับ จึงควรใช้ว่า
"Excuse me master ,I wanna know the answer for checkup my exam now. .....please "
ขอประทานโทษครับอาจารย์ ผมต้องการรู้คำตอบเพื่อเอามาเช็คข้อสอบของผมตอนนี้เลย ...ได้โปรดเถอะ
สรุปคือ ภาษาอังกฤษเค้ามีโครงสร้างประโยคตายตัวครับ มีลูกน้ำ มี . จุดฟูลสต็อปปิด ทุกประโยค สื่อวัตถุประสงค์หลักของผู้พูดชัดเจน ว่าต้องการสื่ออะไร .....ไม่มีสร้อยเพิ่มแบบคนไทย ที่ไม่รู้ว่าจะจบประโยคตรงไหน เติมมาได้เรื่อยๆ ครับ
แสดงความคิดเห็น
อยากรู้ว่า คำว่า "ว่า" ในไทย ถ้าผมจะพูดเป็นภาษาอังกฤษมันเทียบกับอะไรได้ครับ
แล้วตอนผมจะถาม ผมก็งงว่าตรงคำว่า "ว่า" จะเชื่อมด้วยอะไร ผมพูดไปแบบนี้ครับ
I want to know answer because I'll check my answer "ว่า" , Is it correct?
ตอนพูดกับ อจ ผมก็เลยพูดไปแค่ว่า I want to know answer because I'll check my answer , Is it correct? แค่นี้ครับ
คำว่า "ว่า" มันจะพูดแบบไหนหรอครับ