สวัสดีค่ะ กระทู้แรกของเราอาจจะยาวนิดนึงนะคะ
ขอแนะนำตัวก่อนเราอายุ26 ปี แม่เราปีหน้าจะ60แล้ว เรากับแม่ค่อนข้างคุยกันได้เกือบทุกเรื่องมาตั้งแต่เด็กค่ะ ไม่ค่อยมีความลับกัน สิ่งที่อยากถามว่าแม่ๆของคนอื่นๆวัยนี้ มีนิสัยแบบนี้บ้างรึเปล่า
1.นิสัยเก็บ ชอบเก็บของทุกอย่างไว้ไม่ทิ้ง หนักข้อขึ้นคือช่วง10ปีหลังๆมานี้ เสื้อผ้าตั้งแต่เราสมัยเด็กๆตอนประถม-มัธยม ที่เค้าซื้อให้ คือไม่ยอมทิ้งหรือบริจาคเลยค่ะ เก็บไว้ในกล่องในลัง ละวางไว้เฉยๆอยู่อย่างนั้นมาเป็นสิบๆปี พอเราไปบอกว่าจะเอาไปบริจาคนะก็ไม่ยอม บอกว่าอย่ามายุ่งของๆแม่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่โครเวฟ ตู้เย็นทีวี ที่พังแล้วหรือบางอันยังไม่พังแต่เราซื้อใหม่ให้แล้ว เค้าก็ไม่ยอมทิ้งหรือขายหรือให้ใครเลยถ้าเป็นของเค้าซื้อมา ไมโครเวฟตอนนี้ที่บ้านมี3เครื่อง เสีย1ใช้ได้2 อันที่เสียเค้าเอาไว้วางเทรินอันใหม่บอกว่าจะได้เป็นฐาน ตู้เย็นมี2ใช้ได้ทั้ง2เครื่อง แต่เครื่องเก่าจะไม่เสียบปลั๊ก เค้ากลัวเปลืองไฟ แต่เอาพวกอาหารแห้ง เครื่องปรุงที่ยังไม่ใช้ใส่เข้าไปเก็บไว้
ทีวีเสียแล้วก็วางไว้เฉยๆ ข้างอันที่ใช้ได้ งงว่าวางทำไม ห้ามยุ่งอีกตามเคย เสื้อผ้า แม่เราจะชอบซื้อเสื้อผ้ามือ2มาก ซื้อเก่งซื้อแทบจะทุกสัปดาห์3-5ตัวตลอด บางทีมีงานจัดแบบการกุศลขายเสื้อผ้า นางจะไปเหมามาบางที สองสามพัน ยี่สิบสามสิบกว่าตัว แรกๆซื้อมาเผื่อเราด้วย แต่เราไม่ใส่และบอกชัดเจนมากว่า ไม่ต้องซื้อนะไม่ใส่จริงๆซื้อให้ตัวเองไปเลย อะไรที่เค้าซื้อมาใส่ไม่ใส่เก็บทุกชิ้น แค่นี้พอจะนึกสภาพบ้านเราออกใหมคะว่าจะรกแค่ใหน เพื่อนมาบ้านบางทีเราก็เขินๆอยู่ค่ะ เพราะบ้านมีแต่กองเสื้อผ้าแม่กับของเก่าๆเต็มไปหมด ขนาดเราเป็นภูมิแพ้ไรฝุ่นหนักมากต้องพ่นจมูก แม่ยังไม่ยอมทิ้งของเลยค่ะ แต่เอาออกมาปัดฝุ่น เราไม่เข้าใจว่าเค้าหวงอะไรมากมาย พอเราบ่นมากๆก็ใช้ประโยคไม้ตายที่ว่า รอแม่ตายค่อยเอาของพวกนี้ไปทำอะไรที่อยากทำละกัน เราก็จุกพูดไม่ออกตามเคย
อีกเรื่องคือหวงลูก ลืมบอกว่าเรามีน้องสาวด้วย ตอนเด็กๆเราเคยไม่เข้าใจ จนยอมรับได้แล้วว่าเอ้อปกติของแม่ทุกคนที่จะห่วงจะหวงลูกวัยนี้ แต่ ณ ปัจจุบันเริ่มจะไม่เข้าใจอีกครั้งแล้ว เราโตจนถึงวัยทำงานมาปีนี้เข้าปีที่5 จะไปเที่ยวกลับดึกหรือค้างบ้านเพื่อน เป็นปัญหาสำหรับเราตลอด เพราะกลับมาจะทะเลาะกับแม่แทบทุกครั้ง น้องเราก็เจอสิ่งนี่เช่นกันค่ะ แต่ต่างตรงที่นางจะไม่แคร์อยากไปนางจะไป กลับมาทะเลาะก็ช่าง ซึ่งต่างจากเราบางทีก็ดื้อไป แต่จะกังวล บอกตรงๆว่าอึดอัดใจมาก อยากเที่ยวแบบสบายใจ
เรื่องแฟนก็ไม่ต้องพูดถึง เราเคยคบกับผู้ชาย1คนตอน ม.5 ระยะเวลา1เดือนพาไปเจอแม่ แม่ไม่ปลื้ม และต่อมาเราก็บอกเลิกเพราะตอนนั้นแค่อยากจะมีแฟนเฉยๆค่ะไม่ได้รู้สึกรักหรืออะไร แม่เค้ายินดีมากค่ะที่เราโสด ภูมิใจที่คนละแวกบ้านวัยเราตอนนั้นไม่มีใครเป็นแบบเราเลย ท้องกันหมด
ตัดภาพมาที่ปัจจุบันค่ะ เรายังโสดตอนนั้นจนถึงตอนนี้ จนคนถามว่าเมื่อใหร่จะมีแฟน ยุงไม่มีไต่ไรไม่มีตอมเลยค่ะ555 ไม่ใช่ว่าไม่มีคนคุยนะคะ มีพอสมควรเลยแต่เราค่อนข้างจะคุยกับใครแล้ว พอไม่คลิกก็เททันทีไม่กั๊ก แต่พอเจอคนที่อยากจริงจังด้วย เค้าก็เทเราเหมือนกัน5555
อ่ะนอกเรื่อง กลับมาที่แม่ค่ะ เค้าภูมิใจมากกับความโสดของเรา แต่บอกตรงๆว่าตัวเราเองอยากมีความรักอยู่เหมือนกัน แต่ปัจจุบัน แค่เจอรีวิวสถานที่โรแมนติกที่เที่ยวสวยๆแล้วพูดกับแม่ว่า บรรยากาศแบบนี้น่าไปกับแฟนจัง แม่พูดกับเราว่าไปกับแม่แทนสิ่ เราเลยบอกว่าโห...บรรยากาศแบบนี้คนในครอบครัวคงไม่เหมาะ รอมีแฟนเดี๋ยวค่อยไป
เท่านั้นแหละค่ะ! จู่ๆก็เกิดประเด็นขึ้นมาว่า สถานที่นั้นเป็น ตจว ต้องค้างคืน แม่ด่าเราเลยค่ะ บอกว่าเป็นผญ คิดล่วงหน้าว่าจะไปค้างคืนกับผู้ชาย มันได้ยังไง ทุเรศ
ตอนนั้นเหมือนเราแบบปรี้ดอ่ะคะ นี่เราแค่สมมุติเองด่ากันแล้ว เลยเถียงไปว่าวัยนี้ มีแฟนจะให้กินข้าวดูหนังละแยกย้ายกันตลอดมันหมดวัยแล้วป่ะ นี่ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะให้มีความโรแมนติกในชีวิตบ้างเถอะ! เท่านั้นแหละไม่พอใจไม่คุยกับเราไปหลายวัน หรือบางทีพอเราเล่าให้ฟังว่าชอบคนนั้นคนนี้อยู่นะ (ผช) แม่จะพูดกับเราว่า ใหนบอกว่าจะไม่มีแฟนอยู่กับแม่จนแก่ไง ซึ่งนั่นคือคำพูดเราตอนเด็กๆ เค้าจะยกมาพูดย้ำตลอดๆ จนเราคิดว่าบางทีต้องเลิกเล่าทุกๆเรื่องให้แม่ฟังแล้ว
3.นิสัยไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้นแม้ว่าตัวเองผิด ตอนเด็กเราเถียงเค้าไม่ได้ค่ะ แต่โตมานี่ไม่ยอมจริงๆ แต่ต่อให้เรายกหลักการ ทฤษฏีอะไรมา แม่ก็ไม่เคยฟังเราหรอกค่ะ ถ้าเค้าคิดว่าเค้าคิดถูก แล้วเราเถียงกันหนัก เค้าจะตัดจบด้วยการตะคอกใส่ว่าปีกกล้าขาแข็งและเดินหนีเราทุกครั้ง
4.นิสัยเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง อารมณ์ร้อน อันนี้ทำกับทุกคน ทั้งเพื่อนร่วมงาน ญาติ ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่ง หมางเมินไม่สนใจ หรือไม่ให้ความสำคัญเค้า จะเก็บมาด่าทันทีค่ะ ถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานหรือญาติทำ เค้าจะมาว่าให้เราฟัง ว่าคนนี้ไม่ไหว้นะ จัดงาน/เที่ยวอะไรไม่ชวน ตัดสินใจอะไรไม่มาปรึกษา ไม่เห็นหัว ฟีลประมาณนี้อะค่ะ เราก็โดนเหมือนกัน ทริปไปต่างประเทศกับเพื่อน บอกก่อนล่วงหน้าครึ่งปีก่อนไปตลอดทุกทริป ก็ยังทะเลาะกันเรื่องซื้อตั๋วไม่ปรึกษาก่อน เราก็งงๆว่าทำไมต้องปรึกษา เงินเราแถมไม่ใช่ทริปครอบครัวสักหน่อย เป็นแบบนี้ตลอด โกรธคนอื่นไปทั่วแล้วบางทีคนๆนั้นยังไม่รู้ตัวเลย ก็ต้องมาคุยกับเราแทนว่าเนี่ยแม่ไม่คุยด้วยไม่รู้ทำไม เราก็อธิบายให้เค้าฟัง เป็นหนักมากและทุกเรื่องมาจบอยู่ที่เราที่ต้องรับรู้ปัญหาระหว่างแม่กับทุกๆคน บอกให้แม่ไม่คิดเยอะเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ เค้าก็ไม่ยอมฟังค่ะ ยังด่าเราต่อ หาว่าเรานางเอก อะไรๆก็ไม่คิดมาก จากที่ตอนเด็กๆแม่เคยเป็นที่ปรึกษาเรา เล่าอะไรให้ฟังได้ตลอด ตอนนี้กลายเป็นว่าไม่อยากเล่าอะไรให้ฟังอีกแล้ว ต้องฟังเค้าซะมากกว่าแถมไม่ยอมฟังคำแนะนำเราด้วย
มีแม่ใครเป็นแบบนี้มั้ยคะ จริงๆเราว่าทุกนิสัยเค้าแอบเป็นมาตั้งแต่เราเด็กๆแล้ว แต่พอเค้าอายุมากขึ้นเค้ายิ่งหนักข้อ อะไรที่เคยเก็บอารมณ์ได้ตอนนี้ไม่เก็บเลยค่ะ ระเบิดหมดไม่สนใครเลย หลังๆเราเริ่มไม่โอเค เหมือนทำให้เราเครียดไปเองอัตโนมัติ มันเกี่ยวกับพวกฮอร์โมน หรืออะไรพวกนี้ในตัวผู้สูงอายุมั้ยคะ ปีหน้าเค้าจะเกษียณแล้ว กลัวจะหนักข้อกว่าเดิมเพราะว่าง คิดนั่นนี่ อันนี้คือเรื่องปกติของวัยนี้หรือเปล่า ควรปรึกษาแพทย์ หรือเราควรต้องเปลี่ยนทัศนคติตัวเองเพราะตอนนี้เราก็รู้สึกได้ว่าตัวเองมองแม่ในแง่ลบขึ้นเหมือนกัน
ทำไมแม่เรายิ่งอายุเยอะยิ่งนิสัยแปลกไป
ขอแนะนำตัวก่อนเราอายุ26 ปี แม่เราปีหน้าจะ60แล้ว เรากับแม่ค่อนข้างคุยกันได้เกือบทุกเรื่องมาตั้งแต่เด็กค่ะ ไม่ค่อยมีความลับกัน สิ่งที่อยากถามว่าแม่ๆของคนอื่นๆวัยนี้ มีนิสัยแบบนี้บ้างรึเปล่า
1.นิสัยเก็บ ชอบเก็บของทุกอย่างไว้ไม่ทิ้ง หนักข้อขึ้นคือช่วง10ปีหลังๆมานี้ เสื้อผ้าตั้งแต่เราสมัยเด็กๆตอนประถม-มัธยม ที่เค้าซื้อให้ คือไม่ยอมทิ้งหรือบริจาคเลยค่ะ เก็บไว้ในกล่องในลัง ละวางไว้เฉยๆอยู่อย่างนั้นมาเป็นสิบๆปี พอเราไปบอกว่าจะเอาไปบริจาคนะก็ไม่ยอม บอกว่าอย่ามายุ่งของๆแม่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่โครเวฟ ตู้เย็นทีวี ที่พังแล้วหรือบางอันยังไม่พังแต่เราซื้อใหม่ให้แล้ว เค้าก็ไม่ยอมทิ้งหรือขายหรือให้ใครเลยถ้าเป็นของเค้าซื้อมา ไมโครเวฟตอนนี้ที่บ้านมี3เครื่อง เสีย1ใช้ได้2 อันที่เสียเค้าเอาไว้วางเทรินอันใหม่บอกว่าจะได้เป็นฐาน ตู้เย็นมี2ใช้ได้ทั้ง2เครื่อง แต่เครื่องเก่าจะไม่เสียบปลั๊ก เค้ากลัวเปลืองไฟ แต่เอาพวกอาหารแห้ง เครื่องปรุงที่ยังไม่ใช้ใส่เข้าไปเก็บไว้
ทีวีเสียแล้วก็วางไว้เฉยๆ ข้างอันที่ใช้ได้ งงว่าวางทำไม ห้ามยุ่งอีกตามเคย เสื้อผ้า แม่เราจะชอบซื้อเสื้อผ้ามือ2มาก ซื้อเก่งซื้อแทบจะทุกสัปดาห์3-5ตัวตลอด บางทีมีงานจัดแบบการกุศลขายเสื้อผ้า นางจะไปเหมามาบางที สองสามพัน ยี่สิบสามสิบกว่าตัว แรกๆซื้อมาเผื่อเราด้วย แต่เราไม่ใส่และบอกชัดเจนมากว่า ไม่ต้องซื้อนะไม่ใส่จริงๆซื้อให้ตัวเองไปเลย อะไรที่เค้าซื้อมาใส่ไม่ใส่เก็บทุกชิ้น แค่นี้พอจะนึกสภาพบ้านเราออกใหมคะว่าจะรกแค่ใหน เพื่อนมาบ้านบางทีเราก็เขินๆอยู่ค่ะ เพราะบ้านมีแต่กองเสื้อผ้าแม่กับของเก่าๆเต็มไปหมด ขนาดเราเป็นภูมิแพ้ไรฝุ่นหนักมากต้องพ่นจมูก แม่ยังไม่ยอมทิ้งของเลยค่ะ แต่เอาออกมาปัดฝุ่น เราไม่เข้าใจว่าเค้าหวงอะไรมากมาย พอเราบ่นมากๆก็ใช้ประโยคไม้ตายที่ว่า รอแม่ตายค่อยเอาของพวกนี้ไปทำอะไรที่อยากทำละกัน เราก็จุกพูดไม่ออกตามเคย
อีกเรื่องคือหวงลูก ลืมบอกว่าเรามีน้องสาวด้วย ตอนเด็กๆเราเคยไม่เข้าใจ จนยอมรับได้แล้วว่าเอ้อปกติของแม่ทุกคนที่จะห่วงจะหวงลูกวัยนี้ แต่ ณ ปัจจุบันเริ่มจะไม่เข้าใจอีกครั้งแล้ว เราโตจนถึงวัยทำงานมาปีนี้เข้าปีที่5 จะไปเที่ยวกลับดึกหรือค้างบ้านเพื่อน เป็นปัญหาสำหรับเราตลอด เพราะกลับมาจะทะเลาะกับแม่แทบทุกครั้ง น้องเราก็เจอสิ่งนี่เช่นกันค่ะ แต่ต่างตรงที่นางจะไม่แคร์อยากไปนางจะไป กลับมาทะเลาะก็ช่าง ซึ่งต่างจากเราบางทีก็ดื้อไป แต่จะกังวล บอกตรงๆว่าอึดอัดใจมาก อยากเที่ยวแบบสบายใจ
เรื่องแฟนก็ไม่ต้องพูดถึง เราเคยคบกับผู้ชาย1คนตอน ม.5 ระยะเวลา1เดือนพาไปเจอแม่ แม่ไม่ปลื้ม และต่อมาเราก็บอกเลิกเพราะตอนนั้นแค่อยากจะมีแฟนเฉยๆค่ะไม่ได้รู้สึกรักหรืออะไร แม่เค้ายินดีมากค่ะที่เราโสด ภูมิใจที่คนละแวกบ้านวัยเราตอนนั้นไม่มีใครเป็นแบบเราเลย ท้องกันหมด
ตัดภาพมาที่ปัจจุบันค่ะ เรายังโสดตอนนั้นจนถึงตอนนี้ จนคนถามว่าเมื่อใหร่จะมีแฟน ยุงไม่มีไต่ไรไม่มีตอมเลยค่ะ555 ไม่ใช่ว่าไม่มีคนคุยนะคะ มีพอสมควรเลยแต่เราค่อนข้างจะคุยกับใครแล้ว พอไม่คลิกก็เททันทีไม่กั๊ก แต่พอเจอคนที่อยากจริงจังด้วย เค้าก็เทเราเหมือนกัน5555
อ่ะนอกเรื่อง กลับมาที่แม่ค่ะ เค้าภูมิใจมากกับความโสดของเรา แต่บอกตรงๆว่าตัวเราเองอยากมีความรักอยู่เหมือนกัน แต่ปัจจุบัน แค่เจอรีวิวสถานที่โรแมนติกที่เที่ยวสวยๆแล้วพูดกับแม่ว่า บรรยากาศแบบนี้น่าไปกับแฟนจัง แม่พูดกับเราว่าไปกับแม่แทนสิ่ เราเลยบอกว่าโห...บรรยากาศแบบนี้คนในครอบครัวคงไม่เหมาะ รอมีแฟนเดี๋ยวค่อยไป
เท่านั้นแหละค่ะ! จู่ๆก็เกิดประเด็นขึ้นมาว่า สถานที่นั้นเป็น ตจว ต้องค้างคืน แม่ด่าเราเลยค่ะ บอกว่าเป็นผญ คิดล่วงหน้าว่าจะไปค้างคืนกับผู้ชาย มันได้ยังไง ทุเรศ
ตอนนั้นเหมือนเราแบบปรี้ดอ่ะคะ นี่เราแค่สมมุติเองด่ากันแล้ว เลยเถียงไปว่าวัยนี้ มีแฟนจะให้กินข้าวดูหนังละแยกย้ายกันตลอดมันหมดวัยแล้วป่ะ นี่ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะให้มีความโรแมนติกในชีวิตบ้างเถอะ! เท่านั้นแหละไม่พอใจไม่คุยกับเราไปหลายวัน หรือบางทีพอเราเล่าให้ฟังว่าชอบคนนั้นคนนี้อยู่นะ (ผช) แม่จะพูดกับเราว่า ใหนบอกว่าจะไม่มีแฟนอยู่กับแม่จนแก่ไง ซึ่งนั่นคือคำพูดเราตอนเด็กๆ เค้าจะยกมาพูดย้ำตลอดๆ จนเราคิดว่าบางทีต้องเลิกเล่าทุกๆเรื่องให้แม่ฟังแล้ว
3.นิสัยไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้นแม้ว่าตัวเองผิด ตอนเด็กเราเถียงเค้าไม่ได้ค่ะ แต่โตมานี่ไม่ยอมจริงๆ แต่ต่อให้เรายกหลักการ ทฤษฏีอะไรมา แม่ก็ไม่เคยฟังเราหรอกค่ะ ถ้าเค้าคิดว่าเค้าคิดถูก แล้วเราเถียงกันหนัก เค้าจะตัดจบด้วยการตะคอกใส่ว่าปีกกล้าขาแข็งและเดินหนีเราทุกครั้ง
4.นิสัยเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง อารมณ์ร้อน อันนี้ทำกับทุกคน ทั้งเพื่อนร่วมงาน ญาติ ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่ง หมางเมินไม่สนใจ หรือไม่ให้ความสำคัญเค้า จะเก็บมาด่าทันทีค่ะ ถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานหรือญาติทำ เค้าจะมาว่าให้เราฟัง ว่าคนนี้ไม่ไหว้นะ จัดงาน/เที่ยวอะไรไม่ชวน ตัดสินใจอะไรไม่มาปรึกษา ไม่เห็นหัว ฟีลประมาณนี้อะค่ะ เราก็โดนเหมือนกัน ทริปไปต่างประเทศกับเพื่อน บอกก่อนล่วงหน้าครึ่งปีก่อนไปตลอดทุกทริป ก็ยังทะเลาะกันเรื่องซื้อตั๋วไม่ปรึกษาก่อน เราก็งงๆว่าทำไมต้องปรึกษา เงินเราแถมไม่ใช่ทริปครอบครัวสักหน่อย เป็นแบบนี้ตลอด โกรธคนอื่นไปทั่วแล้วบางทีคนๆนั้นยังไม่รู้ตัวเลย ก็ต้องมาคุยกับเราแทนว่าเนี่ยแม่ไม่คุยด้วยไม่รู้ทำไม เราก็อธิบายให้เค้าฟัง เป็นหนักมากและทุกเรื่องมาจบอยู่ที่เราที่ต้องรับรู้ปัญหาระหว่างแม่กับทุกๆคน บอกให้แม่ไม่คิดเยอะเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ เค้าก็ไม่ยอมฟังค่ะ ยังด่าเราต่อ หาว่าเรานางเอก อะไรๆก็ไม่คิดมาก จากที่ตอนเด็กๆแม่เคยเป็นที่ปรึกษาเรา เล่าอะไรให้ฟังได้ตลอด ตอนนี้กลายเป็นว่าไม่อยากเล่าอะไรให้ฟังอีกแล้ว ต้องฟังเค้าซะมากกว่าแถมไม่ยอมฟังคำแนะนำเราด้วย
มีแม่ใครเป็นแบบนี้มั้ยคะ จริงๆเราว่าทุกนิสัยเค้าแอบเป็นมาตั้งแต่เราเด็กๆแล้ว แต่พอเค้าอายุมากขึ้นเค้ายิ่งหนักข้อ อะไรที่เคยเก็บอารมณ์ได้ตอนนี้ไม่เก็บเลยค่ะ ระเบิดหมดไม่สนใครเลย หลังๆเราเริ่มไม่โอเค เหมือนทำให้เราเครียดไปเองอัตโนมัติ มันเกี่ยวกับพวกฮอร์โมน หรืออะไรพวกนี้ในตัวผู้สูงอายุมั้ยคะ ปีหน้าเค้าจะเกษียณแล้ว กลัวจะหนักข้อกว่าเดิมเพราะว่าง คิดนั่นนี่ อันนี้คือเรื่องปกติของวัยนี้หรือเปล่า ควรปรึกษาแพทย์ หรือเราควรต้องเปลี่ยนทัศนคติตัวเองเพราะตอนนี้เราก็รู้สึกได้ว่าตัวเองมองแม่ในแง่ลบขึ้นเหมือนกัน