สังคมที่เปลี่ยนไป กับโอกาสของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ - By Billionaire VI

กระทู้สนทนา
แม้ว่ารัฐบาลไทยจะทุ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้วยงบประมาณหลายล้านล้านบาท รวมทั้งยังบุกเบิกโครงการอีอีซีที่หวังว่าจะทำให้ประเทศไทยกลับมาโชติช่วงชัชวาลอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตามทั้งจำนวนแรงงานที่เริ่มขาดแคลน และคุณภาพของแรงงานเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศ ยังเป็นปัญหาที่หาแนวทางแก้ไขไม่ได้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา 

ด้วยปัจจัยและแนวโน้มของสังคมไทยที่ปรับเปลี่ยนไปดังนี้

คุณภาพการศึกษาของไทยโดยรวมยังคงย่ำแย่ ดูได้จากผลการสอบปี 2015 ของ Programme for International Student Assessment (PISA) ที่สอบทุกๆ 3 ปี เด็กไทยได้คะแนนทางวิทยาศาสตร์อันดับที่ 54 จากทั้งหมด 70 ประเทศ แพ้เวียดนามที่ได้อันดับ 8 อย่างขาดลอย (ผลการสอบของปี 2018 จะประกาศปลายปี 2019)

ประชากรเติบโตลดลงในประเทศไทยสัดส่วนเกิดเพียงแค่ 1.5 คนต่อครอบครัว

พ่อแม่ต้องการให้ลูกตัวเองมีคุณภาพมากกว่าที่จะเน้นปริมาณ

ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความแตกต่างให้กับลูกในอนาคต

ทำให้ประเทศไทยมีการเติบโตของโรงเรียนนานาชาติสูงที่สุดในอาเซียน โดยเติบโต 12% ต่อปีในช่วงแปดปีที่ผ่านมา 

ปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยทั้งหมด 175 แห่ง ส่วนมากตั้งอยู่ในกรุงเทพ มีนักเรียนหลักๆนอกจากคนไทยก็คือ จีน พม่า และเกาหลีใต้

อุตสาหกรรมนี้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 65,000 บาทต่อปี นักธุรกิจจึงเข้ามาลงทุนก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติกันคึกคักดังนี้

1. กลุ่มบีทีเอสทุ่มเงิน 5,000 ล้านบาทเพื่อสร้างโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซตามมาตรฐานอเมริกา โดยจะออกแบบให้พื้นที่มากถึง 60% เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อให้นักเรียนได้สัมผัสถึงธรรมชาติและใช้ทำกิจกรรม

2. เครือสหพัฒน์ได้ร่วมมือกับโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ในการจัดหาที่ดินแถวพระราม 3 เพื่อเป็นที่ตั้งโรงเรียน พร้อมเข้าลงทุนในธุรกิจอีกด้วย

3. กลุ่มตระกูลทองสิมาเจ้าของที่ดินกว่า 300 ไร่ย่านพระรามสองได้ก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติเบซิส งบลงทุน 1,500 ล้าน

ทำไมโรงเรียนนานาชาติจึงเป็นที่นิยม?

เนื่องจากยุคสมัยนี้แต่ละบ้านมีลูกน้อยลงกว่าในอดีตมาก หลายๆครอบครัวที่มีฐานะดีก็อยากให้ลูกของตนเองมีโอกาสเรียนโรงเรียนนานาชาติดีๆ เพราะได้ทั้งภาษาและเข้าถึงสังคมของนักธุรกิจและคนรวย

นอกจากนี้ยิ่งการศึกษาทางภาครัฐยังคงพัฒนาได้ไม่ดีเท่าไหร่ ตัวเลือกโรงเรียนเหล่านี้ที่มีหลักสูตรระดับโลกยิ่งมาแรงเท่านั้น

ธุรกิจการศึกษามีกำไรดีไหม?

ถ้าพิจารณาจากงบการเงินไตรมาสล่าสุดของกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ SISB ที่เป็นเจ้าเดียวที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์พบว่า รายได้ที่ทำได้ประมาณ 272 ล้านบาท บริษัทมีต้นทุนค่าจ้างครู ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมอาคารเรียน รวมกันประมาณ 80% ของรายได้ หลังจากหักค่าใช้จ่ายทางการเงินแล้ว ทำอัตรากำไรสุทธิได้ถึง 19% ธุรกิจนี้ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลไม่ได้เสียภาษีเงินได้

อย่างไรก็ตามถ้ารัฐบาลไม่เร่งพัฒนาการศึกษาพื้นฐานของประชาชนส่วนใหญ่ ก็จะก่อให้เกิดช่องว่างของศักยภาพของคนที่มีฐานะดีกับคนทั่วๆไปที่ไม่สามารถส่งลูกหลานเข้าโรงเรียนนานาชาติได้ 

สุดท้ายก็จะทำให้กระเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้ลำบาก รวมทั้งเกิดความแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจนมากขึ้นไปอีก 

ถ้าถามว่าส่งลูกไปเรียนโรงเรียนนานาชาติดีไหม ผมคิดว่าน่าจะดีมากสำหรับเด็ก แต่ก็ต้องดูความสามารถในการหารายได้ของผู้ปกครองด้วย เพราะค่าใช้จ่ายค่าเทอมต่อปีสูงมากจริงๆ ลองมาดูข้อมูลของโรงเรียนต่างๆดังนี้

โรงเรียนนานาชาติไชรส์เบอรี่ มีค่าใช้จ่าย 516,300 - 927,300 บาทต่อปี

โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี มีค่าใช้จ่าย 494,330 - 737,500 บาทต่อปี

โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา มีค่าใช้จ่าย 409,200 - 796,700 บาทต่อปี

สุดท้ายคงต้องพิจารณาความสามารถในการหาเงินของเรา ถ้าส่งแล้วทำให้ครอบครัวมีความเครียดหรือกดดันในการทำงานมากขึ้น ผมว่าโรงเรียนทั่วๆไปก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ #โรงเรียนนานาชาติ #ไชรส์เบอรี่ #ร่วมฤดี

ข้อมูล: จากสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่