ตอนนี้เรากลับเฉยชากับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามา คนมองว่าเราเห็นแก่ตัว ไม่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ไม่สนใจอะไรเลย ถึงคนจะไม่พูดแต่ในตาในสีหน้าคนเราก็น่าจะดูออก ทั้งๆที่เมื่อก่อนเราไม่ใช่คนแบบนี้เลย
ทั้งๆที่เมื่อก่อนเราไม่ค่อยพูดชอบเก็บเอาไว้ แต่ตอนนี้เรากลับพูดมันมากกว่าเมื่อก่อน แต่กลับเรื่องการใช้ชีวิตเรานิ่งกว่าเมื่อก่อนและมีความทะเยอทะยานอันนี้เราว่ามันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ คนเราถ้าไม่มีความทะเยอทะยานก็ไม่ได้ เราต้องกระตุ้นอยู่ตลอด ตอนนี้ถ้าเราเห็นคนร้องไห้คนเศร้าเรายังไม่รู้สึกอะไรมากเลย คนเจ็บเราก็เฉยๆ คนต้องขอความช่วยเหลือเราก็เฉยๆ แต่อันนี้เรารู้ว่าเราสนใจแต่ตัวเอง มันเป็นความรู้สึกที่แปลกๆหรือว่าสับสนกับตัวเองจนถึงตอนนี้ บางคนที่บอกเราว่ารู้จักเราดี แต่เราคิดว่าคนๆนั้นดูผิดแล้วขนาดเราเองยังไม่รู้จักตัวเองดีขนาดนั้นเลย แล้วคนอื่นจะมารู้จักเราดีไปมากกว่าตัวเองได้ยังไงล่ะ
แต่ถึงยังไงความรู้สึกพวกนี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนไปดีกว่าเดิมได้หรอก การที่เราอยู่ในสังคมแบบไหนมากเกินไปมันจะซึมเข้ามาที่ตัวเราทีละนิดๆโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยก็ได้
จนจบแล้วแบบงงๆนะคะ ถ้ามีตรงไหนแถวไหนที่ไม่ดีก็ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องของเราด้วยนะคะ
ชื่อหัวข้อไม่รู้จะตั้งไงดี มาอ่านเนื้อความแล้วกันนะคะ
ทั้งๆที่เมื่อก่อนเราไม่ค่อยพูดชอบเก็บเอาไว้ แต่ตอนนี้เรากลับพูดมันมากกว่าเมื่อก่อน แต่กลับเรื่องการใช้ชีวิตเรานิ่งกว่าเมื่อก่อนและมีความทะเยอทะยานอันนี้เราว่ามันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ คนเราถ้าไม่มีความทะเยอทะยานก็ไม่ได้ เราต้องกระตุ้นอยู่ตลอด ตอนนี้ถ้าเราเห็นคนร้องไห้คนเศร้าเรายังไม่รู้สึกอะไรมากเลย คนเจ็บเราก็เฉยๆ คนต้องขอความช่วยเหลือเราก็เฉยๆ แต่อันนี้เรารู้ว่าเราสนใจแต่ตัวเอง มันเป็นความรู้สึกที่แปลกๆหรือว่าสับสนกับตัวเองจนถึงตอนนี้ บางคนที่บอกเราว่ารู้จักเราดี แต่เราคิดว่าคนๆนั้นดูผิดแล้วขนาดเราเองยังไม่รู้จักตัวเองดีขนาดนั้นเลย แล้วคนอื่นจะมารู้จักเราดีไปมากกว่าตัวเองได้ยังไงล่ะ
แต่ถึงยังไงความรู้สึกพวกนี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนไปดีกว่าเดิมได้หรอก การที่เราอยู่ในสังคมแบบไหนมากเกินไปมันจะซึมเข้ามาที่ตัวเราทีละนิดๆโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยก็ได้
จนจบแล้วแบบงงๆนะคะ ถ้ามีตรงไหนแถวไหนที่ไม่ดีก็ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องของเราด้วยนะคะ