สวัสดีค่ะ เราอยากขอคำแนะนำเรื่องเคลียร์ความรู้สึกของลูกสาวค่ะ.
เรื่องมีอยู่ว่า เรามีลูกสาวอยู่ป.6 และลูกชายอยู่ป.4 โรงเรียนเดียวกันค่ะจะมีวิชาพละของป.4 ที่นักเรียนต้องแบ่งกลุ่มเต้น ลูกชายซึ่งเคยเห็นพี่สาวเขาเคยทำมาก่อน ก็เลยอาสาเพื่อนๆ จัดแจงเครื่องเล่นซีดี และแผ่นซีดีเพลง เอาไปซ้อมที่โรงเรียน แต่ซ้อมยังไงก็ยังไม่ได้ท่าเต้นซักที ในระหว่างนั้น คุณแม่ของน้องผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม ก็ได้ตั้งไลน์กลุ่มเต้นขึ้นมา แล้วก็เชิญผู้ปกครองของน้องคนอื่นๆในกลุ่มเข้ามา เราก็เข้าไป เขาก็บอกว่าจะปรึกษาเรื่องนัดวันซ้อม โอเคตกลงทุกเย็นวันศุกร์หลังเลิกเรียน แต่พอถึงวันซ้อมเด็กๆไม่เคยมาครบซักวัน ท่าเต้นเด็กๆก็คิดไม่ออก เราก็ช่วยอะไรลูกไม่ได้เพราะไม่ถนัดเรื่องนี้ จนใกล้วันสอบเข้ามาทุกทีกลุ่มอื่นเขาไปไกลกันแล้ว ลูกชายเรา ก็เลยขอให้พี่สาวเขาไปช่วยเพราะเห็นว่าพี่สาวมีประสบการณ์มาก่อน แล้วเราก็สนับสนุนลูกว่าดีเหมือนกันลูก ช่วยน้องหน่อย ลูกสาวก็ยอมไปช่วยน้อง ในกลุ่มของน้องจะมี6 คน ชาย3 หญิง3 ลูกสาวและตัวเราก็ไปดูแลทุกครั้งที่น้องๆซ้อม ด้วยมีปัญหาในเรื่องที่น้องๆไม่เคยมาครบในวันซ้อมเมื่อวันศุกร์สุดท้ายก่อนสอบน้องมาครบทั้ง6 คนลูกสาวเลยคุยกับน้องอย่างเป็นงานเป็นการว่า น้องๆต้องตั้งใจซ้อมนะ เพราะกลุ่มเราท่ายังไม่แม่นเลย จะสอบอยู่แล้วให้น้องๆตั้งใจมากกว่านี้ ด้วยความที่เป็นเด็กๆกันซ้อมๆเล่นๆ จนรอบที่จะเป็นเรื่องคือลูกสาวก็บอกกับน้องๆว่าน้องๆตั้งใจหน่อยค่ะ จู่ๆน้องผู้ชายที่คุณแม่ตั้งไลน์กลุ่มขึ้นมาก็กระโดดลงจากเวที ไปกอดพ่อแม่ร้องไห้ เราก็งงก็เลยถามน้องไปว่าเป็นอะไรลูก คุณแม่เขาหันควับมาสั่งเราเสียงเข้มว่าไปถามลูกสาวเราหน่อยสิว่าพูดอะไรให้ลูกชายเขา เราก็ตกใจถามสาวว่าหนูพูดอะไรให้น้องหรือเปล่าคะ ลูกบอกก็แค่บอหให้น้องตั้งใจซ้อมหน่อย คุณแม่ท่านนั้นรีบปรี่เข้ามาชี้หน้าด่าลูกสาวเราต่อหน้าเรา ว่าพูดไม่ดีต่อลูกเขา แล้วก็ว่าลูกสาวตัวเองเก่งทุกอย่างเหรอถึงได้มาว่าคนอื่นเขา บลาๆจนเราต้องบอกว่าขอโทษคุณแม่ด้วยนะคะ ถ้าลูกสาวเราพูดอะไรให้ไม่พอใจ เราขอรับผิดคนเดียว เขาบอกว่าอ๋อไม่ต้อง แล้วก็จูงมือลูกเขาไปเลยเรารู้สึกสงสารลูกจับใจ ที่จู่ๆก็มีผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ท่าทางก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลคนหนึ่งจะมาชี้หน้าด่าเด็กป.6 ทั้งที่สิ่งที่เด็กทำคือหวังดีกับน้องล้วนๆ หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นลูกสาวบอกเราว่าวันหลังหนูขอไม่ไปช่วยน้องอีกแล้วนะคะ
ผปค.มาด่าลูกเราต้องทำไงดี
เรื่องมีอยู่ว่า เรามีลูกสาวอยู่ป.6 และลูกชายอยู่ป.4 โรงเรียนเดียวกันค่ะจะมีวิชาพละของป.4 ที่นักเรียนต้องแบ่งกลุ่มเต้น ลูกชายซึ่งเคยเห็นพี่สาวเขาเคยทำมาก่อน ก็เลยอาสาเพื่อนๆ จัดแจงเครื่องเล่นซีดี และแผ่นซีดีเพลง เอาไปซ้อมที่โรงเรียน แต่ซ้อมยังไงก็ยังไม่ได้ท่าเต้นซักที ในระหว่างนั้น คุณแม่ของน้องผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม ก็ได้ตั้งไลน์กลุ่มเต้นขึ้นมา แล้วก็เชิญผู้ปกครองของน้องคนอื่นๆในกลุ่มเข้ามา เราก็เข้าไป เขาก็บอกว่าจะปรึกษาเรื่องนัดวันซ้อม โอเคตกลงทุกเย็นวันศุกร์หลังเลิกเรียน แต่พอถึงวันซ้อมเด็กๆไม่เคยมาครบซักวัน ท่าเต้นเด็กๆก็คิดไม่ออก เราก็ช่วยอะไรลูกไม่ได้เพราะไม่ถนัดเรื่องนี้ จนใกล้วันสอบเข้ามาทุกทีกลุ่มอื่นเขาไปไกลกันแล้ว ลูกชายเรา ก็เลยขอให้พี่สาวเขาไปช่วยเพราะเห็นว่าพี่สาวมีประสบการณ์มาก่อน แล้วเราก็สนับสนุนลูกว่าดีเหมือนกันลูก ช่วยน้องหน่อย ลูกสาวก็ยอมไปช่วยน้อง ในกลุ่มของน้องจะมี6 คน ชาย3 หญิง3 ลูกสาวและตัวเราก็ไปดูแลทุกครั้งที่น้องๆซ้อม ด้วยมีปัญหาในเรื่องที่น้องๆไม่เคยมาครบในวันซ้อมเมื่อวันศุกร์สุดท้ายก่อนสอบน้องมาครบทั้ง6 คนลูกสาวเลยคุยกับน้องอย่างเป็นงานเป็นการว่า น้องๆต้องตั้งใจซ้อมนะ เพราะกลุ่มเราท่ายังไม่แม่นเลย จะสอบอยู่แล้วให้น้องๆตั้งใจมากกว่านี้ ด้วยความที่เป็นเด็กๆกันซ้อมๆเล่นๆ จนรอบที่จะเป็นเรื่องคือลูกสาวก็บอกกับน้องๆว่าน้องๆตั้งใจหน่อยค่ะ จู่ๆน้องผู้ชายที่คุณแม่ตั้งไลน์กลุ่มขึ้นมาก็กระโดดลงจากเวที ไปกอดพ่อแม่ร้องไห้ เราก็งงก็เลยถามน้องไปว่าเป็นอะไรลูก คุณแม่เขาหันควับมาสั่งเราเสียงเข้มว่าไปถามลูกสาวเราหน่อยสิว่าพูดอะไรให้ลูกชายเขา เราก็ตกใจถามสาวว่าหนูพูดอะไรให้น้องหรือเปล่าคะ ลูกบอกก็แค่บอหให้น้องตั้งใจซ้อมหน่อย คุณแม่ท่านนั้นรีบปรี่เข้ามาชี้หน้าด่าลูกสาวเราต่อหน้าเรา ว่าพูดไม่ดีต่อลูกเขา แล้วก็ว่าลูกสาวตัวเองเก่งทุกอย่างเหรอถึงได้มาว่าคนอื่นเขา บลาๆจนเราต้องบอกว่าขอโทษคุณแม่ด้วยนะคะ ถ้าลูกสาวเราพูดอะไรให้ไม่พอใจ เราขอรับผิดคนเดียว เขาบอกว่าอ๋อไม่ต้อง แล้วก็จูงมือลูกเขาไปเลยเรารู้สึกสงสารลูกจับใจ ที่จู่ๆก็มีผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ท่าทางก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลคนหนึ่งจะมาชี้หน้าด่าเด็กป.6 ทั้งที่สิ่งที่เด็กทำคือหวังดีกับน้องล้วนๆ หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นลูกสาวบอกเราว่าวันหลังหนูขอไม่ไปช่วยน้องอีกแล้วนะคะ