คนบ่นกันเยอะว่าถ้ามันหายไปจริงๆ กระทบกับคนที่ชอบซื้อของ แต่มีความสามารถในการจ่ายหนี้
แล้วจะทำไปทำไม?
- จะมีจริงมั้ย
มีการคุยกันระหว่างแบ็งค์ชาติกับสมาคมธนาคารไทย แต่ยังเป็นแค่แนวคิด
ยังไม่ได้บอกว่าจะทำ หรือทำเมื่อไหร่
- อยู่กันดีๆทำไมจะอยากมาคุม
เพราะตอนนี้หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่78% อันดับสองของเอเชียรองจากเกาหลีใต้
ถ้ามากไปกว่านี้จะลำบากแล้ว เกิดจ่ายกันไม่ไหวมันจะเป็นลูกโซ่
- ทำไมไม่คุมสินเชื่ออื่นๆ อย่างบ้าน รถ
สองอันนี้มีไปก่อนแล้ว บ้านมีมาตรการLTV สำหรับบ้านที่ราคาเกิน10ล้านบาท
และบ้านหลังที่สอง สาม ซึ่งจะต้องเพิ่มการวางเงินดาวน์
ส่วนรถก็มีแนวคิดที่จะดูแลอยู่ แต่ยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาในตอนนี้
- ไม่มีโปรผ่อน0% คนก็ยังรูดบัตรเครดิตซื้อของ
ลองนึกว่าเราจะซื้อมือถือ30,000บาท เมื่อก่อนเราต้องเก็บเงินก่อนค่อยซื้อ
จะซื้อของราคาขนาดนี้เราอาจจะคิดหนัก ชะงักการซื้อ แต่พอมีผ่อน0% 10เดือน
เราจะมองว่า เอ้าก็แค่เดือนละ3,000บาทเองนี่นา ซื้อได้สบาย
จริงที่บางคนอาจจะยังรูดบัตร แต่อีกหลายคนจะคิดหนักถ้าเจอดอกเบี้ยบัตรเครดิต
- ถ้าไม่มีโปรผ่อน0% คนขายลำบากแน่ จะขายของยาก
อันนี้จริงแน่ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่นิยมผ่อนบัตร พวกมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทัวร์
ซึ่งแน่นอนว่าคนขายก็คงหากุลยุทธ์การตลาดมาเรียกกำลังซื้ออยู่ดี
แต่จะให้ซื้อเต็มหรือซื้อแล้วโดนดอกบัตร คงไม่ง่ายเท่าซื้อแล้วจ่ายต่อเดือนน้อยๆแน่นอน
- ถ้ากำลังซื้อจากการผ่อนหายไปเศรษฐกิจจะแย่เอา
ธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ไม่ได้รับผิดชอบในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ไม่มีหน้าที่รับฟังคำสั่งจากรมว.คลัง นายก หรือแม้แต่ประธานาธิบดี
แต่มีหน้าที่ดูแลเรื่องระบบการเงิน เสถียรภาพด้านการเงินและอัตราดอกเบี้ย
ทรัมป์ยังสั่งFEDไม่ได้เลย
- ทำไมไม่คุมทางอื่น คุมเรื่องวงเงินแต่ละคนสิ
แบ็งค์ชาติพยาพยามออกเกณฑ์DSR คือคุมภาระหนี้ต่อรายได้ ตอนนี้มีข้อเสนอที่70%
เช่นเงินเดือน20,000ต้องจ่ายหนี้ไม่เกิน14,000 (ไม่รวมหนี้บ้าน) แต่แบ็งค์ไม่ค่อยเอาด้วย
กระทบรายได้กับลูกค้าจังๆ
คุมโปรโมชั่นผ่อนบัตรเครดิต0%
แล้วจะทำไปทำไม?
- จะมีจริงมั้ย
มีการคุยกันระหว่างแบ็งค์ชาติกับสมาคมธนาคารไทย แต่ยังเป็นแค่แนวคิด
ยังไม่ได้บอกว่าจะทำ หรือทำเมื่อไหร่
- อยู่กันดีๆทำไมจะอยากมาคุม
เพราะตอนนี้หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่78% อันดับสองของเอเชียรองจากเกาหลีใต้
ถ้ามากไปกว่านี้จะลำบากแล้ว เกิดจ่ายกันไม่ไหวมันจะเป็นลูกโซ่
- ทำไมไม่คุมสินเชื่ออื่นๆ อย่างบ้าน รถ
สองอันนี้มีไปก่อนแล้ว บ้านมีมาตรการLTV สำหรับบ้านที่ราคาเกิน10ล้านบาท
และบ้านหลังที่สอง สาม ซึ่งจะต้องเพิ่มการวางเงินดาวน์
ส่วนรถก็มีแนวคิดที่จะดูแลอยู่ แต่ยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาในตอนนี้
- ไม่มีโปรผ่อน0% คนก็ยังรูดบัตรเครดิตซื้อของ
ลองนึกว่าเราจะซื้อมือถือ30,000บาท เมื่อก่อนเราต้องเก็บเงินก่อนค่อยซื้อ
จะซื้อของราคาขนาดนี้เราอาจจะคิดหนัก ชะงักการซื้อ แต่พอมีผ่อน0% 10เดือน
เราจะมองว่า เอ้าก็แค่เดือนละ3,000บาทเองนี่นา ซื้อได้สบาย
จริงที่บางคนอาจจะยังรูดบัตร แต่อีกหลายคนจะคิดหนักถ้าเจอดอกเบี้ยบัตรเครดิต
- ถ้าไม่มีโปรผ่อน0% คนขายลำบากแน่ จะขายของยาก
อันนี้จริงแน่ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่นิยมผ่อนบัตร พวกมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทัวร์
ซึ่งแน่นอนว่าคนขายก็คงหากุลยุทธ์การตลาดมาเรียกกำลังซื้ออยู่ดี
แต่จะให้ซื้อเต็มหรือซื้อแล้วโดนดอกบัตร คงไม่ง่ายเท่าซื้อแล้วจ่ายต่อเดือนน้อยๆแน่นอน
- ถ้ากำลังซื้อจากการผ่อนหายไปเศรษฐกิจจะแย่เอา
ธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ไม่ได้รับผิดชอบในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ไม่มีหน้าที่รับฟังคำสั่งจากรมว.คลัง นายก หรือแม้แต่ประธานาธิบดี
แต่มีหน้าที่ดูแลเรื่องระบบการเงิน เสถียรภาพด้านการเงินและอัตราดอกเบี้ย
ทรัมป์ยังสั่งFEDไม่ได้เลย
- ทำไมไม่คุมทางอื่น คุมเรื่องวงเงินแต่ละคนสิ
แบ็งค์ชาติพยาพยามออกเกณฑ์DSR คือคุมภาระหนี้ต่อรายได้ ตอนนี้มีข้อเสนอที่70%
เช่นเงินเดือน20,000ต้องจ่ายหนี้ไม่เกิน14,000 (ไม่รวมหนี้บ้าน) แต่แบ็งค์ไม่ค่อยเอาด้วย
กระทบรายได้กับลูกค้าจังๆ