น้ำท่วมน่าน กับน้ำท่วมอุบล ต่างกันจนเศร้า

เมื่อก่อนเราทำงานที่จังหวัดน่าน และเจอน้ำท่วมใหญ่ที่คนน่านเองยังตกใจไม่เคยคิดว่าจะเจอ

พอย้ายมาอุบลฯ ปีนี้พอฝนตกและน้ำท่วมจังหวัดในอีสานหลายๆจังหวัด เราก็พอเดาได้ว่า อุบลฯไม่น่ารอด เฉพาะน้ำในพื้นที่เองก็เยอะ และยังต้องรับน้ำจากเกือบทั้งอีสานด้วย ไม่ว่าจะแม่น้ำชีหรือว่าแม่น้ำมูล

แต่เราก็ยังคิดในแง่ดีว่า ทุกอย่างมันมีเวลาเตรียมการเพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ เพราะถึงยังไงก็มีคนทำงานด้านนี้โดยตรง

ความเป็นจริง เปล่าเลย แทบไม่มีการเตรียมการรับมือใดๆเลย

เจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือประชาชนก็เป็นเจ้าหน้าที่ในจังหวัดอุบลฯ ซึ่งก็คือผู้ประสบภัย ทั้งๆที่ประสบการณ์น้ำท่วมของประเทศไทยมีมายาวนาน แต่มันไม่ได้ช่วยให้เราพัฒนาระบบพวกนี้เลย

จริงอยู่เราห้ามไม่ให้ท่วมไม่ได้ แต่เราควรเตรียมพร้อมรับมือ โดยใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา ควรจะมีการพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาจากคนนอกที่มีข้อมูลพร้อม มีเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ใช่คนในพื้นที่ มีงบประมาณในการช่วยเหลือ นี่คือปล่อยตามยถากรรม เท่าที่ทราบข้าวปลาอาหาร ถุงยังชีพจากประชาชนด้วยกัน ผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักบอก ยังไม่มีถุงยังชีพจากหน่วยงานราชการเลย ย้ำว่าต้องเป็นหน่วยงานนอกพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่ผู้ประสบภัย

เห็นภาพน้ำท่วมแล้วน้ำตาจะไหล นึกถึงตอนอยู่น่าน ในที่ประชุมวันนั้นที่ ท่านผู้ว่าเล่าให้ฟังว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยให้ผู้ใกล้ชิดโทรศัพท์มาสอบถามถึงสภาพปัญหาน้ำท่วม ลักษณะการไหลของน้ำ ปริมาณน้ำที่ระบายในแต่ละชั่วโมง ปัญหาที่เกิดให้การระบายน้ำช้า ทำให้เกิดน้ำท่วมในตัวเมืองน่าน

พูดแล้วคิดถึงค่ะ และเอาใจช่วยคนอุบลให้ผ่านมันไปได้โดยเร็ววัน
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เทคโนโลยี การพัฒนาสังคม (Social Development) ข่าว 3 มิติ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่