ซุปเปอร์โนวา เหตุการณ์ระเบิดที่มีพลังมากที่สุด

ซุปเปอร์โนวา (Supernova) การระเบิดของดาวฤกษ์มวลมาก เมื่อสิ้นอายุขัยหลังจากใช้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์หมดไป เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่เด่นที่สุดในจักรวาล ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ค้นพบซุปเปอร์โนวาแล้วหลายร้อยดวง

SN 2006 gy


นักดาราศาสตร์ค้นพบซุปเปอร์โนวาที่สว่างที่สุดเท่าที่เคยพบมาในกาแล็กซี่ NGC 1260 ซึ่งอยู่ไกลจากโลก 240 ล้านปีแสง เรียกซุปเปอร์โนวานี้ว่า "SN 2006 gy"

ซุปเปอร์โนวา SN 2006 gyถูกค้นพบ เมื่อเดือนกันยายน 2006 จากการใช้โทรทรรศน์อวกาศรังสีเอ๊กซ์จันทรา (Chandra X-ray Observatory) ของนาซาซึ่งถ่ายภาพในย่านคลื่นรังสีเอ็กซ์และกล้องโทรทรรศน์ลิคก์ (Lick Observatory) กล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดิน ซึ่งถ่ายภาพในย่านคลื่นแสงที่สายตามนุษย์มองเห็นและอินฟราเรดและแถลงข่าวการค้นพบนี้เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2007 
ซุปเปอร์โนวา SN 2006 gy มีความสว่างกว่าซุปเปอร์โนวาอื่นๆ ทั้งหมดที่ค้นพบก่อนหน้านี้ประมาณ 5 เท่า และเป็นการระเบิดที่มีพลังงานมากกว่าซุปเปอร์โนวาธรรมดาถึง 100 เท่า ความสว่างของมันมากกว่าความสว่างของดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะ 50,000 ล้านดวง และยังสว่างกว่ากาแล็กซี่ที่มันอาศัยอยู่ด้วย

นอกจากนั้นความสว่างสูงสุดของมันยังยาวนานถึง 70 วันหลังจากนั้นจึงค่อยๆ ลดความสว่างลง แต่ก็คงความสว่างอยู่อีกนานหลายเดือน ขณะที่ซุปเปอร์โนวาอื่นๆ จะมีความสว่างสูงสุดเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

อเล็ก ฟิลิปเพนโก หัวหน้าทีมกล้องโทรทรรศน์ลิคก์กล่าวว่า "ในบรรดาดาวฤกษ์ที่ระเบิดทั้งหมดที่เราเคยเห็นมา ดวงนี้แหละคือราชา" และว่าทีมนักดาราศาสตร์ประหลาดใจที่เห็นความสว่างของมันและช่วงเวลาของความสว่างที่ยาวนานด้วย

นักดาราศาสตร์อีกคนหนึ่ง คือ นาธาน สมิธ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียร์ เบิร์กเลย์ กล่าวว่า "มันเป็นการระเบิดขนาดใหญ่และมีพลังงานมากกว่าซุปเปอร์โนวาธรรมดาหลายร้อยเท่า นั่นหมายความว่า ดาวฤกษ์ที่ระเบิดเช่นนี้อาจจะมีมวลมากเท่าที่ดาวฤกษ์จะมีได้ นั่นคือ 150 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ ซึ่งเราไม่เคยเห็นกันมาก่อน"
Cr.http://www.electron.rmutphysics.com/



Puppis A



ซูเปอร์โนวา ท้ายเรือเอ (Puppis A) เกิดจากแรงผลักดันจากการระเบิดของดาวขนาดใหญ่, เป็นซูเปอร์โนวาที่เหลืออยู่ อยู่ห่างจากโลก 7,000 ปีแสง

จากภาพ เป็นการระเบิดที่ซับซ้อน ซึ่งขยายตัวออกทางด้านข้างได้กว้างถึง 180 ปีแสง ข้อมูลภาพนี้ เกิดจากแสงรังสีเอ๊ก (X-ray) จาก "Chandra and XMM/Newton observations" ส่วนแสงอินฟาเรด ได้มาจาก "Spitzer Space Telescope"
เฉดสีน้ำเงินเกิดจากรังสีเอ๊ก ได้จากก๊าซร้อนจากคลื่นซูเปอร์โนวา ในขณะที่เฉดสีแดงและสีเขียว ได้จากการปล่อยอินฟราเรดของฝุ่นที่อบอุ่น
แสงจากซูเปอร์โนวา เกิดจากการล่มสลายของแกนดาวขนาดใหญ่ แสงนี้มาถึงโลกครั้งแรกเมื่อประมาณ 3,700 ปีก่อน (และยังคงอยู่)  ทว่า "Puppis A"ส่วนที่เหลือ ยังคงเป็นซูเปอร์โนวาที่ปล่อย X-ray ที่แข็งแกร่งในท้องฟ้า
Cr.http://explore2013.blogspot.com



ASASSN-15lh



ซูเปอร์โนวาดวงนี้ แผ่พลังงานมากกว่าซูเปอร์โนวาชนิด 1 เอทั่วไปราว 200 เท่า  มากกว่าดวงอาทิตย์ 570 พันล้านเท่า ต่อให้เอาแสงดาวทั้งดาราจักรทางช้างเผือกทั้งหมดมารวมกันแล้วก็ยังสว่างน้อยกว่าอัสแซสซิน-15 แอลเอชถึง 20 เท่า 

ด้วยระยะห่างที่มากถึง 2.8 พันล้านปีแสง ทำให้อัสแซสซิน-15 แอลเอชเมื่อมองจากโลกมีอันดับความสว่างราว 17  แต่หากซูเปอร์โนวาทุกดวงอยู่ห่างจากโลกเท่ากันแล้ว ซูเปอร์โนวาดวงนี้จะสว่างที่สุด แม้กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนแล้ว ก็ยังแผ่พลังงานออกมามากกว่าดาวทุกดวงในทางช้างเผือกรวมกัน

ความสว่างไสวที่ไม่ธรรมดาก็ถือว่าแปลกมากแล้ว สถานที่อยู่ของซูเปอร์โนวานี้ก็แปลกไม่แพ้กัน "ซูเปอร์โนวานี้เกิดขึ้นในดาราจักรขนาดใหญ่ที่ค่อนข้างจะสงบเงียบ ต่างจากซูเปอร์โนวาสว่างมากดวงอื่นที่มักเกิดขึ้นในดาราจักรแคระที่มีการสร้างดาวอย่างคึกคัก" ดร. ตง ซูป๋อ จากสถาบันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์แคฟลี หนึ่งในผู้เขียนรายงานการวิจัยฉบับนี้กล่าว

ซูเปอร์โนวานี้มีอันความสว่างสัมบูรณ์ -23.5 หรือกำลังส่องสว่างรังสีรวม (bolometric luminosity) มากถึง 2.2 x 1045 เออร์กต่อวินาที 
สว่างกว่าซูเปอร์โนวาที่สว่างรองลงไปถึงกว่าสองเท่า
Cr.http://thaiastro.nectec.or.th



KSN 2015K



นักดาราศาสตร์อเมริกันค้นพบเหตุการณ์ดาวฤกษ์ระเบิดเมื่อสิ้นอายุขัยหรือซูเปอร์โนวา (Supernova) ที่มีลักษณะพิเศษ ซึ่งการระเบิดเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 53 ชั่วโมง หรือ 2.2 วัน แทนที่จะกินเวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนตามปกติ

นับว่าเป็นปรากฏการณ์ซูเปอร์โนวาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ดร.อาร์มิน เรสต์ ผู้นำทีมวิจัยจากสถาบันวิทยาการกล้องโทรทรรศน์อวกาศในเมืองบัลติมอร์ของสหรัฐฯ ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการค้นพบดังกล่าวในวารสาร Nature Astronomy โดยระบุว่าได้รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ และพบว่ามีสัญญาณของซูเปอร์โนวาที่เขาให้ชื่อว่า KSN 2015K ปรากฏอยู่

การระเบิดครั้งนี้ใช้เวลาตั้งแต่ยังอยู่ในระยะที่มองไม่เห็น จนถึงช่วงที่มีแสงสว่างจ้าสูงสุดเพียง 2 วันกับอีก 5 ชั่วโมง ก่อนที่แสงจากการระเบิดจะริบหรี่ลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของจุดที่เคยสว่างสูงสุดภายในเวลา 6.8 วันต่อมา

ดร.เรสต์ ให้คำอธิบายเบื้องต้นต่อปรากฏการณ์ซูเปอร์โนวาที่ทั้งสว่างจ้าและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ว่าก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้นอย่างเต็มที่ ดาวฤกษ์ได้คายก๊าซที่เป็นเหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกมาห่อหุ้มตัวเองไว้อย่างหนาแน่น เมื่อมวลสารของดาวระเบิดออกในอีกราว 2 เดือนต่อมา ก็จะไปปะทะเข้ากับกลุ่มก๊าซนี้และทำให้เกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรง ทำให้พลังงานจลน์จากการระเบิดถูกเปลี่ยนเป็นแสงสว่างจ้าที่เราสังเกตเห็นได้ในที่สุด”
Cr.https://www.khaosod.co.th/




1987 เอ (SN 1987A)



ซูเปอร์โนวาดวงแรกที่ค้นพบในปี 1987 กระจายอย่างรวดเร็วในวงการดาราศาสตร์ กล้องโทรทรรศน์ในซีกโลกใต้ต่างหันเข้าหาซูเปอร์โนวา 1987 เอ กล่าวได้ว่าถึงปัจจุบันนี้ซูเปอร์โนวา 1987 เอ เป็นซูเปอร์โนวาที่นักดาราศาสตร์ส่องกล้องโทรทรรศน์เพื่อศึกษาและสังเกตการณ์มากที่สุด

ซูเปอร์โนวา 1987 เอ อยู่ห่างจากโลกถึง 167,000 ปีแสง ขณะที่สว่างที่สุดนั้นมันปลดปล่อยพลังงานออกมาถึง 200 ล้านเท่าเมื่อเทียบกับพลังงานจากดวงอาทิตย์ของเรา และสว่างจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เกิดจากกับยุบตัวของดาวฤกษ์ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์หลายเท่า (อย่างน้อย 8 เท่า) ดาวฤกษ์ทุกดวงคงอยู่ได้ด้วยสมดุลระหว่างแรงโน้มถ่วงของตัวมันเองที่พยายามดึงเนื้อสารของดาวเข้าหาศูนย์กลางกับแรงต้านที่เกิดจากความร้อนด้วยปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่ใจกลาง แต่ดาวฤกษ์ทุกดวงมีเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในปริมาณที่จำกัด ดาวดวงที่หนักกว่าส่องสว่างมากกว่าและใช้เชื้อเพลิงเหล่านั้นหมดไปรวดเร็วกว่าดาวที่มีมวลน้อยกว่าดวงอาทิตย์ของเราคงอยู่มาได้ราว 4,600 ล้านปีมาแล้ว และจะหมดอายุขัยในอีกประมาณ 5,000 ล้านปี

ซูเปอร์โนวาเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ในดาราจักรทางช้างเผือกที่มีสมาชิกเป็นดาวฤกษ์ราวหนึ่งแสนล้านดวง นักดาราศาสตร์คะเนว่ามีซูเปอร์โนวาเกิดขึ้นราว 3-4 ครั้งต่อศตวรรษ แต่เราเห็นมันได้น้อยครั้งกว่านี้มาก เป็นเพราะส่วนใหญ่ซูเปอร์โนวาถูกบดบังโดยเมฆหมอกของฝุ่นและแก๊สระหว่างดาว เราจึงเห็นซูเปอร์โนวาในดาราจักรของเราได้เฉพาะที่อยู่ห่างจากเราไม่มากนัก ส่วนกรณีของซูเปอร์โนวา 1987 เอ อยู่ในดาราจักรเพื่อนบ้าน สามารถมองเห็นได้เพราะมันอยู่ในทิศทางห่างจากแนวระนาบทางช้างเผือก จึงไม่มีฝุ่นมืดระหว่างดาวมาบดบัง
Cr.http://thaiastro.nectec.or.th/



SN 1993J



ซูเปอร์โนวา 1993J (SN 1993J) เป็นซูเปอร์โนวาชนิด IIb อยู่ในกาแล็กซี M81 บริเวณกลุ่มดาวหมีใหญ่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 11 ล้านปีแสง ซูเปอร์โนวานี้เกิดระเบิดขึ้นเมื่อ 21 ปีมาแล้ว ตั้งแต่นั้นมานักดาราศาสตร์ไม่ได้รับสัญญาณจากดาวทุติยภูมินี้อีกเลย แต่อย่างไรก็ดีนักดาราศาสตร์ยังคงติดตามดาวดาวทุติยภูมิดวงนี้มาตลอด

โดยก่อนหน้านี้ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ Keck ตั้งอยู่ที่เขามัวนาเคีย (Mauna Kea) บนเกาะฮาวาย พบว่ามีบริเวณหนึ่งของซูเปอร์โนวานี้มีการแผ่รังสีอัลตราไวโอเลต แต่ตอนนั้นนักดาราศาสตร์ไม่แน่ใจว่ารังสีอัลตราไวโอเลตนี้แผ่ออกมาจากดาวที่หายไปหรือไม่เพราะบริเวณที่เกิดซูเปอร์โนวานั้นมีความแปรปรวนมากทำให้ยากต่อการวิเคราะห์ อีกทั้งซูเปอร์โนวามีพลังงานและความสว่างที่สูงมาก จนกลบความสว่างของดาวฤกษ์อีกดวงที่เป็นสมาชิกของระบบดาวคู่ (ดาวทุติยภูมิ) ทำให้ยากต่อการสังเกตการณ์โดยตรง
       
โดยครั้งนี้ทีมนักดาราศาสตร์ได้รวมข้อมูลในช่วงคลื่นตามองเห็น และช่วงคลื่นอัลตราไวโอเลต แล้วใช้เทคนิครวมสเปคตรัมหรือที่เรียกว่าสเปคตรัมต่อเนื่อง เพื่อหาดาวฤกษ์อีกดวง นักดาราศาสตร์ยังกล่าวอีกว่าซูเปอร์โนวาเกิดขึ้นทุกๆ วินาทีในเอกภพ แต่ยังไม่เข้าใจแน่ชัดถึงกลไกของการระเบิด นักดาราศาสตร์ยังมีแผนที่จะศึกษาคุณสมบัติของดาวฤกษ์ที่เป็นคู่ของซูเปอร์โนวานี้ เพื่อทราบรายละเอียดมากขึ้น โดยงานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสารดาราศาสตร์ฟิสิกส์ (Astrophysical Journal)
Cr.http://www.narit.or.th



SN 2014J



2014J ซูเปอร์โนวา SN เป็นซูเปอร์โนวาชนิด Ia ตรวจพบครั้งแรกในมกราคม 2014 ในซิการ์กาแล็กซี่ (Messier 82) ในกลุ่มดาวหมีใหญ่
SN 2014J เป็นเหตุการณ์ซูเปอร์โนวา Type Ia ที่ใกล้ที่สุดที่พบใน 42 ปีที่ผ่านมา มันมีขนาดสูงถึง 10.5 และสว่างเพียงพอที่นักดาราศาสตร์สมัครเล่นจะเห็นได้

ซูเปอร์โนวาถูกค้นพบโดยบังเอิญในระหว่างการสอนที่หอดูดาวมหาวิทยาลัยลอนดอนเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2014 มันหยุดสว่างในวันสุดท้ายของเดือนมกราคม รูปภาพของMessier 82 ที่ถ่ายก่อนการค้นพบแสดงซูเปอร์โนวาให้เร็วที่สุดในวันที่ 15 มกราคม

ซูเปอร์โนวา 2014J เกิดขึ้นที่ระยะทางประมาณ 11.5 ล้านปีแสงจากโลก มันเป็นเรื่องที่ใกล้ที่สุดซูเปอร์โนวาชนิด Ia สังเกตตั้งแต่ SN 1972e ในปี 1972 และซูเปอร์โนวาที่ใกล้ที่สุดของทุกชนิดตั้งแต่ปี 2004 ในปี 2004 2004dj ซูเปอร์โนวา SN ที่เห็นใน NGC 2403 กาแลคซีเกลียวอยู่ในcamelopardalis งูประมาณ 8 ล้านปีแสงจาก โลก. ในเดือนมีนาคม 1993 ซุปเปอร์โนวา SN 1993J เกิดขึ้นในระยะใกล้เคียงกับ SN 2014J SN 1993J ถูกค้นพบในGalaxy ของ Messe (Messier 81) ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 11.8 ล้านปีแสง M81 เป็นกลุ่มเดียวกันของกาแลคซีเป็นM82

SN 2014J ถูกค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ Steve Fossey ในขณะที่เขากำลังฝึกอบรมนักศึกษาระดับปริญญาตรีเพื่อใช้กล้อง CCD บนกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก
Cr.https://www.constellation-guide.com
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ดาราศาสตร์ อวกาศ นักวิทยาศาสตร์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่