เรื่องมีอยู่ว่าหลานสาวอายุ 3 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1
เวลาน้องกลับมาจากโรงเรียนน้องจะบอกกับย่าว่า น้องไม่มีเพื่อนเล่นเลย เพื่อนไม่ยอมเล่นกับน้อง น้องบอกว่า
มีเพื่อนคนนึงในห้องบอกเพื่อนคนอื่นว่าอย่าเล่นกับน้อง พอย่าถามน้องว่าทำไมเพื่อนถึงไม่ให้คนอื่นเล่นกับน้อง
น้องตอบว่าเพื่อนบอกว่าเพื่อนไม่ชอบเด็กใส่แว่น และเพื่อนก็บอกเพื่อนคนอื่นอีกว่าอย่าเล่นกับน้อง
เพราะน้องใส่แว่น น้องเล่นโทรศัพท์เยอะเลยต้องใส่แว่นเป็นเด็กไม่ดี ( คาดว่าน่าจะมีคนบอกว่าถ้าเล่นโทรศัพท์แล้วจะต้องใส่แว่น )
ที่บ้านก็พยายามสอนน้องบอกน้องว่า เวลาน้องเล่นอะไรให้ชวนเพื่อนเล่น แบ่งของเล่นแบ่งขนมให้เพื่อนบ้าง ไม่ขี้หวง
พยายามคุยกับเพื่อนก่อน ไม่ต้องอาย
ปล. น้องใส่แว่นเพราะเป็นโรคตาขี้เกียจ ต้องปิดตา1 ข้างไปเรียนทุกวัน เวลาไปรับเห็นเพื่อนแลบลิ้นใส่ ชี้แล้วพูดว่าน้องเด็กไม่ดีเลยโดนปิดตาบ้าง
เห็นแล้วรุ้สึกสงสารเค้า แต่เด็กเค้าก็ต้องมีปัญหาของเค้าที่ต้องรู้จักแก้ปัญหาเอง แต่อยากทราบว่าควรจะแนะนำแนวทางเค้ายังไงดี
ให้เค้าไม่คิดมากหรือรู้สึกว่ามันเป็นปมของเค้า ชวงหลังๆเริ่มไม่ค่อยยอมใส่แว่น
หลานไม่มีเพื่อน เพราะหลานใส่แว่น
เวลาน้องกลับมาจากโรงเรียนน้องจะบอกกับย่าว่า น้องไม่มีเพื่อนเล่นเลย เพื่อนไม่ยอมเล่นกับน้อง น้องบอกว่า
มีเพื่อนคนนึงในห้องบอกเพื่อนคนอื่นว่าอย่าเล่นกับน้อง พอย่าถามน้องว่าทำไมเพื่อนถึงไม่ให้คนอื่นเล่นกับน้อง
น้องตอบว่าเพื่อนบอกว่าเพื่อนไม่ชอบเด็กใส่แว่น และเพื่อนก็บอกเพื่อนคนอื่นอีกว่าอย่าเล่นกับน้อง
เพราะน้องใส่แว่น น้องเล่นโทรศัพท์เยอะเลยต้องใส่แว่นเป็นเด็กไม่ดี ( คาดว่าน่าจะมีคนบอกว่าถ้าเล่นโทรศัพท์แล้วจะต้องใส่แว่น )
ที่บ้านก็พยายามสอนน้องบอกน้องว่า เวลาน้องเล่นอะไรให้ชวนเพื่อนเล่น แบ่งของเล่นแบ่งขนมให้เพื่อนบ้าง ไม่ขี้หวง
พยายามคุยกับเพื่อนก่อน ไม่ต้องอาย
ปล. น้องใส่แว่นเพราะเป็นโรคตาขี้เกียจ ต้องปิดตา1 ข้างไปเรียนทุกวัน เวลาไปรับเห็นเพื่อนแลบลิ้นใส่ ชี้แล้วพูดว่าน้องเด็กไม่ดีเลยโดนปิดตาบ้าง
เห็นแล้วรุ้สึกสงสารเค้า แต่เด็กเค้าก็ต้องมีปัญหาของเค้าที่ต้องรู้จักแก้ปัญหาเอง แต่อยากทราบว่าควรจะแนะนำแนวทางเค้ายังไงดี
ให้เค้าไม่คิดมากหรือรู้สึกว่ามันเป็นปมของเค้า ชวงหลังๆเริ่มไม่ค่อยยอมใส่แว่น