เราคบกับแฟนช่วงประมาณ อายุ 26 27 ตอนนั้นเค้ายังเรียนไม่จบคะ ในช่วงนั้น เราทำงานบริษัท และมีธุรกิจของตัวเองด้วย
แต่ธุรกิจที่ทำอยู่มันแย่ เราเลยออกจากงานมาเริ่มทำธุรกิจใหม่ และเราเคยพูดกับเค้าว่าเราจะต้องแต่งงานตอนอายุ30 เค้าก็โอเคๆ
ในระหว่างนั้นเป็นช่วงที่หนักมากคะ เพราะเราไม่มีความรู้กับธุรกิจใหม่เลย เราเริ่มจากศูนย์ คะ
แฟนเราก็คอย ช่วยทำ ช่วยหา ช่วยออกแรงกายทุกอย่าง ตอนนั้นเค้าไม่ได้ไปเรียนแล้ว ก็ มาช่วยเราทำงานทุกวัน โดยได้เงินจากที่บ้านเป็นรายวัน
จนกระทั่ง1ปี ผ่านไป ธุรกิจเราเริ่มอยู่ได้ เราเลยเริ่มบอกให้เค้าไปทำงาน จริงๆ เคยพูดก่อนหน้านั้นแล้ว
แต่เค้าบอกว่า เค้าจะช่วยเราจนกว่าจะอยู่ได้ เค้าถึงจะไปทำงาน
ช่วงนั้นเค้าจึงเริ่ม กลับไปช่วยที่บ้านทำงาน ที่บ้านเค้ามีธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้รำรวย ใหญ่โตอะไร แค่พออยู่พอกิน
แต่เราดูเหมือนว่าเค้าไม่ค่อยจะสนใจทำงาน จริงจัง ทำงานไม่เต็มเวลา แวบไปนั้นไปนี่ตลอด
ในช่วงนั้น เราก็คอยถามเค้าตลอดเรื่องงาน คอยจี้ให้เค้าตั้งใจทำงาน จะได้มีเงินเก็ก็บจะได้แต่งงาน เพราะเค้ายังไม่มีเงินเก็บเลย
จนกระทั่งเข้า ปีที่3 เราก็ เริ่มจี้เค้ามากขึ้นว่า ฉันจะ30แล้วนะ ทำไมเธอยังไม่เก็บเงินสักที
เค้าก็บอกว่า เรายังทะเลาะกันอยู่ทุกวันอยู่เลย เค้ายังไม่มั่นใจที่จะแต่งงานกับเราในตอนนี้
อยากให้เราปรับตัวกันได้ดีกว่านี้ก่อน คือจะบอกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่เราคบกัน เราทะเลาะกับ แทบทุกอาทิตย์
มากบ้างน้อยบ้าง แต่ในปีแรกเราอยู่ด้วยกันทุกวัน เราเลยทะเลาะจบกันภายในวันเดียว และในปีแรก เรื่องที่ทะเลาะก็ยังเป็นเรื่องทั่วไป ไม่เกี่ยวข้องกับอนาคต หรือเงิน
แต่ในช่วงหลัง ที่เราเริ่มจี้ เรื่องแต่งงานมากขึ้น เรื่องที่ทะเลาะส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการวางแผนอนาคต
เรื่องที่เรากังวลว่าจะอยู่ยังไง ใช้ชีวิตยังไงถ้ายังเป็นแบบนี้ ทัศนะคติการสร้างครอบครัวเค้ามันต่างกับเรามาก (อันนี้คือมุมมองในความคิดเราที่เราทะเลาะกับเค้า)
ส่วนในมุมมองเค้าคือ ทำไมเราไม่ดูแลเอาใจใส่ ไม่หวาน ไม่สนใจเค้าเท่าไหร่ (เราบอกเค้าตลอดว่าที่เป็นแบบนี้ เพราะเราไม่มั่นใจในตัวเค้าเหมือนกัน
เพราะเค้ายังไม่เห็นพัฒนาตัวเองอะไรขึ้นมาเลยที่จะ สร้างอนาคต ที่จะแต่งงานกันเลย)
และในปีนี้เราเริ่มแสดงออกมากขึ้นว่า ฉันจะไม่รอคุณแล้ว จี้เค้ามากขึ้น เค้าจึงเริ่มสัญญากับเราว่า จะให้เราเก็บเงินทุกเดือน
เอาไว้สำหรับแต่งงาน ถึงเราจะยังทะเลาะกันอยู่ก็ตาม และเริ่มทำงานจริงจังมากขึ้น ที่บ้านเค้าจึงเริ่มให้เงินเดือนกับเค้า
แต่เงินเดือนที่เค้าให้ มันก็น้อยมาก ที่จะเก็บเพราะแค่ใช้รายวันก็หมดแล้ว เงินเดือน บางเดือนได้ 6พัน บางเดือนได้ 8พัน
แต่เราไม่รู้ว่า มีนอก มีใน อะไรอีกไหม โดยในช่วงแรก เค้าก็ให้เงินเราได้ตามตกลงแค่ไม่กี่เดือน เดือนอื่นๆ ก็มีเรื่องที่ต้องใช้บ้างทำให้ไม่พอให้เรา
เราเลยรู้สึกว่า ทำไมที่บ้านเค้าทำอย่างงี้ ที่บ้านเค้ารู้นะคะ ว่าเค้าจะเก็บเงินแต่งงานกับเรา และเราก็เลยบอกเค้าว่าให้เค้าหางานเสริมทำ
หาของขายในเน็ต เค้าก็บอกว่าเค้าทำอยู่ แต่มันก็ ขายไม่ได้ ได้มาก็นิดหน่อย ไม่พอยู่ดี
ช่วงนี้เค้าก็เริ่มหาจ็อบอื่นทำ แต่งานนี้ที่เค้าจะทำมันจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ และต้องลงทุนซื้อใหม่หมด ตอนนี้ก็ยังซื้ออุปกรณ์ไม่ครบเลยคะ
จนกระทั่งตอนนี้ เรากำลังจะคบกัน ครบ 4ปี แล้ว เราสับสนมาก ว่าเราจะรอเค้าดีไหม จะเชื่อเค้าได้ไหม
และถ้า มันยังเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าเราเก็บเงิน พอแต่งงานได้จริง แต่เราแต่งงานกับเค้าไป แม่เค้าจะยังให้เงินเดือนเค้าแบบนี้อยู่รึเปล่า
แล้วถ้าเป็นแบบนี้อยู่ เราจะอยู่กับเค้าได้ไหม เราจะรับได้ไหม
จริงๆ เราจะเลิกกันหลายครั้งมาก ทุกครั้งเป็นเราที่เป็นฝ่ายบอกเลิก เพราะเราคิดมากเรื่องงาน เรื่องเงินของเค้า
แต่มีเหตุผลหลายอย่างที่เรายังอยู่ต่อคือ
1 เค้าเป็นคนช่วยเราทำงาน เรามีทุกวันนี้ กล้าพูดได้เลยเพราะเค้าช่วยเรา ถ้าไม่มีเค้าในวันนั้น เราไม่มีวันนี้แน่นอนคะ
2 เค้ารักเรามากจริงๆ ดูแลเอาใจใส่เราดี เทคแคร์เราดี เรารับรู้ได้
3 หลังๆ ที่ทะเลาะกันเค้าเริ่มปรับปรับนิสัยในหลายๆอย่าง ที่เราขอให้เค้าปรับ และกลับกลายเป็นเราเอง ที่ไม่เคยเปลี่ยนอะไร เลยตามที่เค้าขอเลย
4 เราเลยมีความรู้สึกว่าเค้า ยังปรับอะไรให้เราเห็นได้หลายๆอย่าง อย่างน้อยเค้าก็ มีพัฒนาการ ถึงมันจะได้เต็มร้อย แบบที่คุยกันก็ตาม
เหมือนว่าปัญหาอย่างเดียวของเราตอนนี้คือ งาน และเงินของเค้า
5 จริงๆเราไม่ได้หวังจะให้เค้ามาเลี้ยงเรานะ เราแค่ต้องการให้เค้าเลี้ยงตัวเค้าเองได้ ไม่ใช่ ตัวเอง ยังไม่พอเลยทุกๆเดือนแบบนี้
แฟนทำงานกับที่บ้าน แต่ที่บ้านให้เงินน้อยมาก ไม่พอใช้ เป็นคุณจะทำยังไง
แต่ธุรกิจที่ทำอยู่มันแย่ เราเลยออกจากงานมาเริ่มทำธุรกิจใหม่ และเราเคยพูดกับเค้าว่าเราจะต้องแต่งงานตอนอายุ30 เค้าก็โอเคๆ
ในระหว่างนั้นเป็นช่วงที่หนักมากคะ เพราะเราไม่มีความรู้กับธุรกิจใหม่เลย เราเริ่มจากศูนย์ คะ
แฟนเราก็คอย ช่วยทำ ช่วยหา ช่วยออกแรงกายทุกอย่าง ตอนนั้นเค้าไม่ได้ไปเรียนแล้ว ก็ มาช่วยเราทำงานทุกวัน โดยได้เงินจากที่บ้านเป็นรายวัน
จนกระทั่ง1ปี ผ่านไป ธุรกิจเราเริ่มอยู่ได้ เราเลยเริ่มบอกให้เค้าไปทำงาน จริงๆ เคยพูดก่อนหน้านั้นแล้ว
แต่เค้าบอกว่า เค้าจะช่วยเราจนกว่าจะอยู่ได้ เค้าถึงจะไปทำงาน
ช่วงนั้นเค้าจึงเริ่ม กลับไปช่วยที่บ้านทำงาน ที่บ้านเค้ามีธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้รำรวย ใหญ่โตอะไร แค่พออยู่พอกิน
แต่เราดูเหมือนว่าเค้าไม่ค่อยจะสนใจทำงาน จริงจัง ทำงานไม่เต็มเวลา แวบไปนั้นไปนี่ตลอด
ในช่วงนั้น เราก็คอยถามเค้าตลอดเรื่องงาน คอยจี้ให้เค้าตั้งใจทำงาน จะได้มีเงินเก็ก็บจะได้แต่งงาน เพราะเค้ายังไม่มีเงินเก็บเลย
จนกระทั่งเข้า ปีที่3 เราก็ เริ่มจี้เค้ามากขึ้นว่า ฉันจะ30แล้วนะ ทำไมเธอยังไม่เก็บเงินสักที
เค้าก็บอกว่า เรายังทะเลาะกันอยู่ทุกวันอยู่เลย เค้ายังไม่มั่นใจที่จะแต่งงานกับเราในตอนนี้
อยากให้เราปรับตัวกันได้ดีกว่านี้ก่อน คือจะบอกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่เราคบกัน เราทะเลาะกับ แทบทุกอาทิตย์
มากบ้างน้อยบ้าง แต่ในปีแรกเราอยู่ด้วยกันทุกวัน เราเลยทะเลาะจบกันภายในวันเดียว และในปีแรก เรื่องที่ทะเลาะก็ยังเป็นเรื่องทั่วไป ไม่เกี่ยวข้องกับอนาคต หรือเงิน
แต่ในช่วงหลัง ที่เราเริ่มจี้ เรื่องแต่งงานมากขึ้น เรื่องที่ทะเลาะส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการวางแผนอนาคต
เรื่องที่เรากังวลว่าจะอยู่ยังไง ใช้ชีวิตยังไงถ้ายังเป็นแบบนี้ ทัศนะคติการสร้างครอบครัวเค้ามันต่างกับเรามาก (อันนี้คือมุมมองในความคิดเราที่เราทะเลาะกับเค้า)
ส่วนในมุมมองเค้าคือ ทำไมเราไม่ดูแลเอาใจใส่ ไม่หวาน ไม่สนใจเค้าเท่าไหร่ (เราบอกเค้าตลอดว่าที่เป็นแบบนี้ เพราะเราไม่มั่นใจในตัวเค้าเหมือนกัน
เพราะเค้ายังไม่เห็นพัฒนาตัวเองอะไรขึ้นมาเลยที่จะ สร้างอนาคต ที่จะแต่งงานกันเลย)
และในปีนี้เราเริ่มแสดงออกมากขึ้นว่า ฉันจะไม่รอคุณแล้ว จี้เค้ามากขึ้น เค้าจึงเริ่มสัญญากับเราว่า จะให้เราเก็บเงินทุกเดือน
เอาไว้สำหรับแต่งงาน ถึงเราจะยังทะเลาะกันอยู่ก็ตาม และเริ่มทำงานจริงจังมากขึ้น ที่บ้านเค้าจึงเริ่มให้เงินเดือนกับเค้า
แต่เงินเดือนที่เค้าให้ มันก็น้อยมาก ที่จะเก็บเพราะแค่ใช้รายวันก็หมดแล้ว เงินเดือน บางเดือนได้ 6พัน บางเดือนได้ 8พัน
แต่เราไม่รู้ว่า มีนอก มีใน อะไรอีกไหม โดยในช่วงแรก เค้าก็ให้เงินเราได้ตามตกลงแค่ไม่กี่เดือน เดือนอื่นๆ ก็มีเรื่องที่ต้องใช้บ้างทำให้ไม่พอให้เรา
เราเลยรู้สึกว่า ทำไมที่บ้านเค้าทำอย่างงี้ ที่บ้านเค้ารู้นะคะ ว่าเค้าจะเก็บเงินแต่งงานกับเรา และเราก็เลยบอกเค้าว่าให้เค้าหางานเสริมทำ
หาของขายในเน็ต เค้าก็บอกว่าเค้าทำอยู่ แต่มันก็ ขายไม่ได้ ได้มาก็นิดหน่อย ไม่พอยู่ดี
ช่วงนี้เค้าก็เริ่มหาจ็อบอื่นทำ แต่งานนี้ที่เค้าจะทำมันจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ และต้องลงทุนซื้อใหม่หมด ตอนนี้ก็ยังซื้ออุปกรณ์ไม่ครบเลยคะ
จนกระทั่งตอนนี้ เรากำลังจะคบกัน ครบ 4ปี แล้ว เราสับสนมาก ว่าเราจะรอเค้าดีไหม จะเชื่อเค้าได้ไหม
และถ้า มันยังเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าเราเก็บเงิน พอแต่งงานได้จริง แต่เราแต่งงานกับเค้าไป แม่เค้าจะยังให้เงินเดือนเค้าแบบนี้อยู่รึเปล่า
แล้วถ้าเป็นแบบนี้อยู่ เราจะอยู่กับเค้าได้ไหม เราจะรับได้ไหม
จริงๆ เราจะเลิกกันหลายครั้งมาก ทุกครั้งเป็นเราที่เป็นฝ่ายบอกเลิก เพราะเราคิดมากเรื่องงาน เรื่องเงินของเค้า
แต่มีเหตุผลหลายอย่างที่เรายังอยู่ต่อคือ
1 เค้าเป็นคนช่วยเราทำงาน เรามีทุกวันนี้ กล้าพูดได้เลยเพราะเค้าช่วยเรา ถ้าไม่มีเค้าในวันนั้น เราไม่มีวันนี้แน่นอนคะ
2 เค้ารักเรามากจริงๆ ดูแลเอาใจใส่เราดี เทคแคร์เราดี เรารับรู้ได้
3 หลังๆ ที่ทะเลาะกันเค้าเริ่มปรับปรับนิสัยในหลายๆอย่าง ที่เราขอให้เค้าปรับ และกลับกลายเป็นเราเอง ที่ไม่เคยเปลี่ยนอะไร เลยตามที่เค้าขอเลย
4 เราเลยมีความรู้สึกว่าเค้า ยังปรับอะไรให้เราเห็นได้หลายๆอย่าง อย่างน้อยเค้าก็ มีพัฒนาการ ถึงมันจะได้เต็มร้อย แบบที่คุยกันก็ตาม
เหมือนว่าปัญหาอย่างเดียวของเราตอนนี้คือ งาน และเงินของเค้า
5 จริงๆเราไม่ได้หวังจะให้เค้ามาเลี้ยงเรานะ เราแค่ต้องการให้เค้าเลี้ยงตัวเค้าเองได้ ไม่ใช่ ตัวเอง ยังไม่พอเลยทุกๆเดือนแบบนี้