สามีชาวฮ่องกงต้องทำงานอยู่ต่างประเทศ แต่อยากซื้อบ้านกับเราที่ไทย แล้วให้แม่เค้ามาอยู่ด้วย แค่คิดก็เครียดแล้ว ควรทำไงดีคะ

เรื่องมีอยู่ว่า เรากับสามีเจอกันตอนสมัยเรียนที่ปักกิ่ง เราแต่งงานมาเกือบสองปีแล้ว มีสร้อยทองคล้องใจเป็นลูกชายวัยหนึ่งขวบ ทุกวันนี้สามีต้องทำงานอยู่ที่ฮ่องกง จะกลับมาหาเราและลูกสองอาทิตย์ครั้ง อันนี้เราโอเค เพราะเราอยู่บ้านพ่อแม่เรา กับพี่ๆและหลานๆของเราอีกรวมทั้งหมด11ชีวิต ไม่รวมพี่เลี้ยงและแม่บ้านอีก3คน และปกติเราก็ทำงานเยอะอยู่แล้ว ไม่มีเวลามานั่งเอาใจใส่สามีในทุกๆเรื่อง โดยปกติเราและสามีจะคุยกันทางแชท และวีดีโอคอล คือ นานๆเจอกันที ก็จะคิดถึงกันหน่อยๆ แต่ถ้าอยู่ด้วยกันนานๆ ด้วยความที่เราเป็นคนตรงๆและค่อนข้างใจร้อน มักจะมีปากเสียง(ส่วนใหญ่เป็นเพราะเรา)กันบ้าง  

ประเด็นเกิดขึ้นเพราะว่า ตอนนี้ลูกก็ค่อยๆโตขึ้น เริ่มไปดูโรงเรียน เริ่มอยากให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับเค้า(บ้านเดิมของพ่อแม่ค่อนข้างเก่า และไม่ค่อยมีพื้นที่เล่น) เลยคุยกันว่าจะซื้อบ้านจริงจัง หลังจากที่อยากซื้อมานานแล้ว แต่เราเบรคๆอยู่ตลอด เพราะ... บ้านไม่มีปัญหา ปัญหาอยู่ที่ สามีไม่อยู่กับเราที่ไทย แต่แม่สามีอยากมาอยู่กับหลานที่ไทยมากกกกกกก คือถ้าเราขวางเค้า เราจะดูอกตัญญูมากๆแน่นอน แต่ถ้าเราให้แม่สามี ซึ่งเราเคยไปเจอเค้าสามสี่ทีที่ฮ่องกง แต่ละทีประทับใจแบบนอนไม่หลับเลย แม่สามีอายุประมาณ50กว่า มีนิสัยแบบจีนโบราณมากๆ ขยันทำงานบ้าน(ซึ่งเราให้พี่เลี้ยงทำ ต้องว่าเราขี้เกียจแน่นอน) ชอบทำกับข้าว(สามีชอบเล่าให้ฟังว่า แม่เอาของบูดมาปรุงอาหารอีกแล้ว แม่บอกว่าต้มแล้ว ไม่เป็นไร ... แล้ว ถ้าลูกเรากินละ เงิ้บ) พูดเก่ง(คือถ้าฟังไม่ออก ก็คงเฉยๆ แต่เราดันฟังกวางตุ้งออก ชอบบ่นเราต่อหน้า ลับหลังยิ่งไม่ต้องพูดถึง เช่น ลูกไม่ยอมกินข้าว ก็บ่นว่า เป็นเพราะเราไม่ยอมหย่านมลูก เพราะนั่นนู่นนี่ คือ...หลายๆทีมันก็จะรำคาญหน่อย) แต่ เราก็พยายามไม่บ่นกับสามี เพราะเรามีเวลาให้กันน้อยอยู่แล้ว บ่นไปแม่ก็เป็นแม่อยู่ดี เค้าบ่นอะไรเรา ติอะไรเรา เราก็ทนๆไป แต่ถ้าต้องมาอยู่บ้านหลังเดียวกันจริงๆ ความบันเทิงของชีวิตจะเกิด คือมีความคิดเลย ว่าถ้าจำเป็นต้องตัดขาดสามีจริงๆ เพื่อสุขภาพจิตเรา เราก็อาจจะทำ แต่... ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะอย่างยื่นสามีก็ประเสริฐดี แต่ไม่อยากผิดใจกันด้วยเรื่องนี้ แต่วิถีการใช้ชีวิต ความเคยชิน ของเราและแม่สามีมันคนจะโลกกันเลย เค้าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่รักลูกมากกกก มีความเป็นตัวเองที่สูงมากกกกเช่นกัน ถ้าอยู่ด้วยกัน อย่าว่าแต่เราเลย เราว่าพี่เลี้ยงก็น่าจะทนไม่ไหวกับความจุกจิก(พูดกันไม่รู้เรื่อง อิฮั้นต้องเป็นล่ามให้อีก) แล้วถ้าไม่มีพี่เลี้ยงชีวิตอิฮันพังแน่ๆเลยคะ๕๕๕

เลยอยากจะขอสอบถามความคิดเห็นพี่ๆเพื่อนๆ ว่าเราอคติไปไหม ใจแคบไปไหม เราควรวางตัวอย่างไรให้พอดี เราควรคุยกับสามีแบบไหนดี(ทุกครั้งที่พยายามเกิ่นเรื่องนี้ เขาจะเงียบคะ เหอๆ) เราเคยพูดลอยๆว่า ถ้าซื้อบ้านใหม่จะให้พี่สาวเราที่ยังไม่แต่งงานย้ายไปอยู่ด้วยกันนะ เค้าก็เงียบๆไป แล้วตอบว่า ก็ได้ถ้าห้องเยอะพอ อ้อ ประเด็ดอีกอย่าง บ้านที่กำลังจะซื้อ ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นเงินเก็บเรานะคะ สามีเอาเงินไปซื้อหุ้นหมด ไม่ค่อยมีเงินสด ปกติจะให้เราและลูกเป็นรายเดือนคะ เราเก็บไว้ให้ลูกหมด ไม่เคยเอามาใช้เลย ปัญหานี้รุมเร้าเรามาเป็นปีแล้วหล่ะคะ บางทีแอบนอนไม่หลับเลย ทั้งๆที่เรื่องอะไรก็ยังไม่เกิด แต่ไม่อยากให้เกิดแล้วค่อยมานั่งระวัง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะคะ เพิ่งเคยเขียนอะไรยาวๆลงบนพันทิปครั้งแรก หลังเปิดดูกระทู้"อยู่กับแม่สามี" แล้วยิ่งเครียดเลย ๕๕๕

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ผมว่าต้องคุยกันจริงจังกว่านี้ครับ เพราะเท่าที่ฟังดูเหมือนไม่จริงจังพอ... เกรงใจเกินไป... หมดเวลาเกรงใจแล้วครับ
เพราะถ้าปล่อยให้ฟางเส้นนึงในกองมันติดไฟ ผมว่าสักพักก็จะลามไปทั้งกอง
อย่ารอให้มันสายไปครับ คุยกันแต่เนิ่น ๆ ว่าคุณไม่โอเคอะไรบ้าง และเขาล่ะ โอเคมั้ย ถ้าในท้ายที่สุดความเห็นไม่ลงรอยกันจริง ๆ ตึ้งสติครับ ห้ามใช้อารมณ์ แล้ว "ช่วยกัน" หาทางออกที่ 3 หรือหาทางที่จะทำให้มันวิน ๆ ทั้ง 2 ฝ่าย

ส่วนตัวผมคนวงนอกนะครับ คนที่รู้จักปัญหาดีคือคุณทั้งคู่  
แต่ผมเชื่อนะ ไม่มีอะไรจะแก้ปัญหาได้ดีเท่ากับการจับเขาคุยกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่