"หมอเลี้ยบ" เสนอ 3 เรื่องพัฒนาห้องฉุกเฉิน รพ.จังหวัดใน 6 เดือน ทำ รพ.จตุรทิศรอบ กทม. จองคิวออนไลน์
2 ส.ค. 2562
"หมอเลี้ยบ" หารือ "อนุทิน" เสนอ 3 เรื่องพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ ชูพัฒนาห้องฉุกเฉิน รพ.จังหวัดทุกแห่งใน 6 เดือน ต้องมีมาตรฐาน ประสิทธิภาพ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินต้องเพียงพอ แยกโซนไม่ฉุกเฉินเข้าห้องตรวจทั่วไป พัฒนา รพ.จตุรทิศรอบ กทม. เชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ จองคิวออนไลน์ ลดรอคิวนาน รพ.แออัด
วันนี้ (2 ส.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หารือร่วมกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกัสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และทีมผู้บริหารทั้ง สธ.และ สปสช. ถึงการเพิ่มศักยภาพของระบบหลักประกันสุขภาพ
นพ.สุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือว่า ตนได้รับเชิญจากนายอนุทินให้มาร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ว่าอยากจะเห็นการเดินหน้าต่อไปอย่างไร ซึ่งตนเสนอว่า อยากจะเห็นอะไรที่ทำให้เกิดการพัฒนา ทำให้การบริการในช่วงที่ผ่านมาซึ่งอาจมีปัญหาที่ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกและอุปสรรคในการเข้าถึง สามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้น โดยเรื่องที่เร่งด่วนและสำคัญ คือ บริการฉุกเฉิน ซึ่งมีทั้งจำนวนคนไข้ที่มาก ผู้ให้บริการมีไม่มาก เกิดการกระทบกระทั่ง คุณภาพการรักษาทำได้ไม่เต็มที่ โดย 1.เสนอให้มีการพัฒนาห้องฉุกเฉินครั้งใหญ่ อย่างน้อยตั้งเป้าว่าภายใน 6 เดือนข้างหน้า โรงพยาบาลระดับจังหวัดทุกจังหวัด จะต้องมีห้องฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ มาตรฐาน มีกำลังคนที่พร้อมเพรียง ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลในห้องฉุกเฉินที่มีคุณภาพมาตรฐานทันที
นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า 2.ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) แม้โรงพยาบาลของ สธ.ขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่ระบบฉุกเฉินอาจรองรับได้ไม่เพียงพอ รมว.สธ.ก็มีนโยบายว่า จะให้มีโรงพยาบาลจตุรทิศรอบกทม. คือ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และนครปฐม ก็จะต้องมีระบบการดูแลการแพทย์ฉุกเฉินที่จะพัฒนาให้มีมาตรฐานเช่นเดียวกัน เพื่อรองรับประชาชน กทม.และปริมณฑล และ 3.ระบบสารสนเทศที่จะทำให้ต่อไปนี้การเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศของทุก รพ.สังกัด สธ.เชื่อมโยงกันได้หมด ทั้งการส่งต่อผู้ป่วย การรักษาพยาบาล การเข้าคิว โดยตั้งเป้าหมายว่าประชาชนไม่ต้องมาเข้าคิวรอตั้งแต่เช้ามืด ต่อไปสามารถจองคิวผ่านระบบมือถือสมาร์ทโฟนจากที่บ้านได้ ซึ่งระบบต่างๆ รองรับได้ไม่ยาก แอปพลิเคชันก็ทำได้ รวมถึงการบริหารจัดการอื่นๆ ทั่วไป บุคลากรทำอย่างไรให้มากขึ้น และการกระจายอำนาจ
เมื่อถามว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพมาตรฐานห้องฉุกเฉินอย่างไร นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า จะเน้นเรื่องของคน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฉุกเฉินจะต้องมีอยู่ในอัตรากำลังเต็มที่ในแต่ละโรง ประชาชนเกิดฉุกเฉินจริงๆ เมื่อมาถึงไม่ใช่เจอแค่แพทย์ฝึกหัด ต้องเจอเชี่ยวชาญฉุกเฉินโดยเฉพาะ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ต้องรองรับเต็มที่ ท่านรมว.สธ.ก็มีนโยบายว่า จะจัดทำเรื่องกำลังคนและปรับงบประมาณ เพื่อทำให้สามารถรองรับกับเรื่องนี้ใน 6 เดือน โดยมอบปลัด สธ.เป็นผู้รับผิดชอบ
เมื่อถามว่าคนส่วนใหญ่มาห้องฉุกเฉิน รพ.แต่ไม่ได้ฉุกเฉินจริง ทำให้รอคิวนานและแออัด นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เราจะแบ่งโซนชัดเจน คือ คนที่มานอกเวลาที่ไม่ใช่ฉุกเฉินจะอยู่อีกโซนหนึ่งแยกไปเลย และส่วนของฉุกเฉินโดยเฉพาะ ไม่มีการปะปนกัน จะทำให้ไม่เกิดความลักลั่น คนที่ไม่ถึงแก่ชีวิตก็จะเข้าห้องตรวจนอกเวลาโดยทั่วไปแทนต้องมาห้องฉุกเฉิน
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเชิญ นพ.สุรพงษ์ ให้มาความเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่รายละเอียดยังต้องมีการหารือกันอีก ซึ่งในวันที่ 5 ส.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดย นพ.สุรพงษ์ จะเข้าร่วมด้วย ในฐานะผู้ให้ความเห็น แต่ไม่ใช่ในฐานะบอร์ด สปสช.แต่อย่างใด
https://mgronline.com/qol/detail/9620000073596
"หมอเลี้ยบ" เสนอ 3 เรื่องพัฒนาห้องฉุกเฉิน รพ.จังหวัดใน 6 เดือน ทำ รพ.จตุรทิศรอบ กทม. จองคิวออนไลน์
2 ส.ค. 2562
"หมอเลี้ยบ" หารือ "อนุทิน" เสนอ 3 เรื่องพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ ชูพัฒนาห้องฉุกเฉิน รพ.จังหวัดทุกแห่งใน 6 เดือน ต้องมีมาตรฐาน ประสิทธิภาพ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินต้องเพียงพอ แยกโซนไม่ฉุกเฉินเข้าห้องตรวจทั่วไป พัฒนา รพ.จตุรทิศรอบ กทม. เชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ จองคิวออนไลน์ ลดรอคิวนาน รพ.แออัด
วันนี้ (2 ส.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หารือร่วมกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกัสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และทีมผู้บริหารทั้ง สธ.และ สปสช. ถึงการเพิ่มศักยภาพของระบบหลักประกันสุขภาพ
นพ.สุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือว่า ตนได้รับเชิญจากนายอนุทินให้มาร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ว่าอยากจะเห็นการเดินหน้าต่อไปอย่างไร ซึ่งตนเสนอว่า อยากจะเห็นอะไรที่ทำให้เกิดการพัฒนา ทำให้การบริการในช่วงที่ผ่านมาซึ่งอาจมีปัญหาที่ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกและอุปสรรคในการเข้าถึง สามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้น โดยเรื่องที่เร่งด่วนและสำคัญ คือ บริการฉุกเฉิน ซึ่งมีทั้งจำนวนคนไข้ที่มาก ผู้ให้บริการมีไม่มาก เกิดการกระทบกระทั่ง คุณภาพการรักษาทำได้ไม่เต็มที่ โดย 1.เสนอให้มีการพัฒนาห้องฉุกเฉินครั้งใหญ่ อย่างน้อยตั้งเป้าว่าภายใน 6 เดือนข้างหน้า โรงพยาบาลระดับจังหวัดทุกจังหวัด จะต้องมีห้องฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ มาตรฐาน มีกำลังคนที่พร้อมเพรียง ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลในห้องฉุกเฉินที่มีคุณภาพมาตรฐานทันที
นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า 2.ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) แม้โรงพยาบาลของ สธ.ขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่ระบบฉุกเฉินอาจรองรับได้ไม่เพียงพอ รมว.สธ.ก็มีนโยบายว่า จะให้มีโรงพยาบาลจตุรทิศรอบกทม. คือ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และนครปฐม ก็จะต้องมีระบบการดูแลการแพทย์ฉุกเฉินที่จะพัฒนาให้มีมาตรฐานเช่นเดียวกัน เพื่อรองรับประชาชน กทม.และปริมณฑล และ 3.ระบบสารสนเทศที่จะทำให้ต่อไปนี้การเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศของทุก รพ.สังกัด สธ.เชื่อมโยงกันได้หมด ทั้งการส่งต่อผู้ป่วย การรักษาพยาบาล การเข้าคิว โดยตั้งเป้าหมายว่าประชาชนไม่ต้องมาเข้าคิวรอตั้งแต่เช้ามืด ต่อไปสามารถจองคิวผ่านระบบมือถือสมาร์ทโฟนจากที่บ้านได้ ซึ่งระบบต่างๆ รองรับได้ไม่ยาก แอปพลิเคชันก็ทำได้ รวมถึงการบริหารจัดการอื่นๆ ทั่วไป บุคลากรทำอย่างไรให้มากขึ้น และการกระจายอำนาจ
เมื่อถามว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพมาตรฐานห้องฉุกเฉินอย่างไร นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า จะเน้นเรื่องของคน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฉุกเฉินจะต้องมีอยู่ในอัตรากำลังเต็มที่ในแต่ละโรง ประชาชนเกิดฉุกเฉินจริงๆ เมื่อมาถึงไม่ใช่เจอแค่แพทย์ฝึกหัด ต้องเจอเชี่ยวชาญฉุกเฉินโดยเฉพาะ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ต้องรองรับเต็มที่ ท่านรมว.สธ.ก็มีนโยบายว่า จะจัดทำเรื่องกำลังคนและปรับงบประมาณ เพื่อทำให้สามารถรองรับกับเรื่องนี้ใน 6 เดือน โดยมอบปลัด สธ.เป็นผู้รับผิดชอบ
เมื่อถามว่าคนส่วนใหญ่มาห้องฉุกเฉิน รพ.แต่ไม่ได้ฉุกเฉินจริง ทำให้รอคิวนานและแออัด นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เราจะแบ่งโซนชัดเจน คือ คนที่มานอกเวลาที่ไม่ใช่ฉุกเฉินจะอยู่อีกโซนหนึ่งแยกไปเลย และส่วนของฉุกเฉินโดยเฉพาะ ไม่มีการปะปนกัน จะทำให้ไม่เกิดความลักลั่น คนที่ไม่ถึงแก่ชีวิตก็จะเข้าห้องตรวจนอกเวลาโดยทั่วไปแทนต้องมาห้องฉุกเฉิน
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเชิญ นพ.สุรพงษ์ ให้มาความเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่รายละเอียดยังต้องมีการหารือกันอีก ซึ่งในวันที่ 5 ส.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดย นพ.สุรพงษ์ จะเข้าร่วมด้วย ในฐานะผู้ให้ความเห็น แต่ไม่ใช่ในฐานะบอร์ด สปสช.แต่อย่างใด
https://mgronline.com/qol/detail/9620000073596