เรื่องมันมีอยู่ว่า...ผมได้คุยกับ ผญคนหนึ่งได้มาประมาณ2-3เดือน ระยะเวลาที่ผ่านต่างคนต่างรู้สึกดีต่อกันมา..แต่มีเหตุการณ์หนึ่งผมได้ลาออกจากงานแล้วกลับมาอยู่บ้าน เหตุการณ์หลังจากนี้ก็คือ ผญ.คนนั้นเขาเพิ่งเลิกกับแฟนเก่าได้ไม่นาน แล้วผมก็เข้าไปในชีวิตเขาทุกอย่างกำลังโอเคร แต่ผมเองซึ่งเป็นคนที่พูดคำว่ารักยากมากๆ แต่เทอคนนั้นเราต้องการได้ยินจากปากผมตลอด...แต่ผมไม่เคยพูดออกมา ซึ่งในความคิดของผมคือการที่จะพุดมันออกมา มันพูดได้ตลอดเวลาอยู่แล้วถูกต้องไหมครับ เพราะการกระทำของผมคือเราคุยกันทุกวันเปิดกล้องกันทุกวันในความคิดของผมคือถึงจะไม่ได้พุดออกมาแต่การกระทำเขาคนนั้นก็น่าจะคิดได้อยู่ แต่ทางกลับกันเขาไม่ได้คิดอย่างที่ผมคิดไว้...เขาบอกว่าผมปิดกั้นเขาตลอด..ซึ้งถ้าผมปิดกั้นเขาแต่แรกผมคงไม่เอาชีวิตผมเข้าไปยุ่งกับผมแต่แรกถูกต้องไหมครับ...แล้วเขาคนนั้นก็ได้คุยกับอีกคนด้วยประมาณ1อาทิตย์ให้หลังจึงทำให้ผมเริ่มสงสัยจนเขาบอกว่าตลอดเวลาที่ผมคุยกับเขาผมไม่เคยบอกรักเขาเลย แล้วคนที่เขาพึ่งคุย1อาทิตย์ได้บอกรักเขา เขาเลยรู้สึกดีกับคนนั้นที่ใช้เวลา1อาทิตย์สำหรับผม ผมคิดว่าระยะเวลาแค่นั้นมันทำให้รักกันง่ายขนาดนั้นเลยหรือครับ และเขายอมตัดทุกอย่างเพื่อจะคุยกับคนนั้น ผมเองเป็นคนที่พุดอะไรเรื่องรักๆยากมันต้องดูกันไปเรื่อยๆก่อนให้มั่นใจก่อนถูกต้องไหมครับถึงจะพูดออกมาได้ ผมแค่สงสัยว่าสำหรับคนที่คุยกันมา2-3เดือนกับคนที่คุย1อาทิตย์ ถ้าเป็น ผญ ทั่วไปเขาจะเลือกใคร เพราะอะไร ซึ่งคนที่เขาคุย1อาทิตย์อาจจะเป็นคนพูดง่ายผมไม่รู้ แต่สำหรับตัวผม ผมพุดได้นะคำว่ารักแต่มันต้องเรียนรู้ไปก่อนถูกต้องไหมครับ เพราะผมไม่อยากที่จะต้องเสียใจอีกแล้ว ถ้าเป็นคุณๆทั้งหลายจะคิดยังไงกันครับ
ผมรักเขานะแต่ผมไม่ได้พุดออกไปผมคิดว่าเขาต้องรับรู้บ้างแต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
ปล.ช่วยกันเสนอความคิดให้หน่อยนะครับ อาจจะมึนๆนะครับผมเรียงไม่ค่อยถูกครับ
รบกวนช่วยให้คำปรึกษาหน่อยนะครับ
ผมรักเขานะแต่ผมไม่ได้พุดออกไปผมคิดว่าเขาต้องรับรู้บ้างแต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
ปล.ช่วยกันเสนอความคิดให้หน่อยนะครับ อาจจะมึนๆนะครับผมเรียงไม่ค่อยถูกครับ