New Mecca of the rubber industry


  ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ความต้องการใช้ยางพาราของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.78 ต่อปี จาก 12.18 ล้านตันในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 14.05 ล้านตันในปี 2561 ถึงแม้ในปี 62 จะมีการคาดการว่า ความต้องการใช้ยางพาราของโลก จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปี 2561 เนื่องจาก ผลผลิตยางพาราโลก มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา เพราะประเทศผู้ผลิตยางพารา ได้แก่ เวียดนาม สปป.ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา มีการขยายเนื้อที่ปลูกยาง และได้ทยอยเปิดกรีดยางเพิ่มมากขึ้น และปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้จีนชะลอการนำเข้าลง
  อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้ยางพาราในอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังคงขยายตัว ประกอบกับการคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) ที่ประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2562 อยู่ที่ร้อยละ 3.90 จึงทำให้แนวโน้มอุตสาหกรรมยางพาราโดยรวมยังมีความน่าสนใจ
  ปัจจุบันประเทศผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยปี 2561 ประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีเนื้อที่ปลูกยางพาราน้อยกว่าอินโดนีเซีย แต่ก็มีผลผลิตมากที่สุดในโลกที่ประมาณ 3.61 ล้านตัน ป้อนให้กับอุตสาหกรรมทั้งในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก เช่น อุตสาหกรรมยางล้อ ถุงมือยาง อุตสาหกรรมยางยืด ยางรัดของ โดยมีจุดศูนย์กลางการผลิตอยู่ที่ในภาคใต้ของประเทศไทย
      อุตสาหกรรมยางพาราของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2561 ไทยส่งออกยางพารา 4.15 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 3.77 ล้านตันของปี 2557 ร้อยละ 2.85 สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 62 ยังมีการเติบโต และไทยเองก็เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจัง รัฐบาลไทยกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และมีการส่งเสริมการลงทุนให้กับนักลงทุนไทย และต่างชาติ ทั้งเรื่องภาษี กรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม เรื่องการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมให้รับการอำนวยความสะดวกเต็มที่ จึงทำให้นักลงทุนจากต่างชาติ เช่น จีน ยุโรป อินเดีย อเมริกา ญี่ปุ่น ให้ความสนใจการลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก 
เนื่องจากปริมาณผลผลิตยางของไทยเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับภาครัฐของไทยให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมยางพาราอย่างต่อเนื่อง มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการคมนาคมขนส่งในพื้นที่แหล่งเพาะปลูกยางพารา ทำให้สะดวกต่อการขนถ่ายสินค้า และการส่งออก พร้อมทั้งจัดสรรพื้นที่สำหรับรองรับอุตสาหกรรมยางพาราโดยเฉพาะ ในนิคมอุตสาหกรรม Rubber City Thailand จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้แหล่งวัตถุดิบยางพาราที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สามารถรองรับอุตสาหกรรมได้ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ มีความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่งสามารถทำได้สะดวกทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ นับว่าเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยางของภูมิภาค และของโลก
     
หากนักลงทุนสนใจที่จะลงทุนเกี่ยวกับ Rubber City สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 02 253 0561 ต่อ 2124
Call Center : 02 207 2700
WEB : http://www.ieat.go.th
E-mail: pimnada.b@ieat.mail.go.th, investment.1@ieat.mail.go.th

 

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่