คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 10
ยกตัวอย่าง มุมๆหนึ่งแล้วกันในความเป็นจริงแค่ 1 มิติ
"เงินและBigDataไหลออก" โดยไม่รู้ตัว ..
ทำไมรู้สึกกำลังซื้อลดลง ทำไมรู้สึกเงินในระบบน้อยลง หรือ จับจ่ายน้อยลง
1.ในมุมผู้ใช้ (มนุษย์เงินเดือน) (การใช้จ่ายของผู้คน - Consumption)
สมมติ
เงินเดือน 15,000.-
ค่าบริการดูหนัง 420THB/เดือน
ค่าบริการฟังเพลง 150THB/เดือน
ค่าบริการแอพลิเคชั่น หรือโปรแกรมที่ใช้ในการทำงาน 199THB/เดือน หรือเท่าไหร่ต่อปีก็ว่าไป
ค่าเติมเกมส์ 100THB/เดือน
ค่าบริการจัดส่งสินค้าและอาหาร 30THB/ออร์เดอร์ สัก 5 ชิ้นต่อเดือน 150THB/เดือน เดี๋ยวนี้ซื้อของตรงจาก ตปท. สะดวกกว่าเมื่อก่อน
ค่าบริการรับส่งคน
ค่าบริการพื้นที่จัดเก็บ
ฯลฯ
รวมๆขั้นต่ำ ต่อ 1,020.- คน/เดือน (+-) 6.8%ของเงินเดือน
สมมติ 1 ล้านคน = 1,020 ล้านบาทต่อเดือน ที่ "เงินไหลออก"
ที่ยังไม่รวมค่าบ้าน ค่ารถ ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าที่ต้องผ่อนอื่นๆ
แล้วคนจะเอา "กำลังซื้อ" มาจากไหนได้มากมาย
เผลอๆ ของที่อยู่ในประเทศ หรือ ร้านอาหารทั่วไป ก็
2.ในมุมผู้ประกอบการ (การลงทุนในตลาดออนไลน์ - Investment)
- ลงทุนในงบโฆษณาลงออนไลน์ จัดโปรโมชั่นร สร้างการรับรู้ สมมติขั้นต่ำ 10,000 บาทต่อธุรกิจต่อเดือน
- ลงขายในแพล็ตฟอร์มต่างประเทศ สมมติ หักค่าธรรมเนียม 3-7% ต่อเดือน
- ลงทุนในระบบบริการหลังบ้าน จัดการข้อมูล พื้นที่จัดเก็บ BigData
- ลงทุนใน Digital Infrastucture
สมมติ SME 2 แสน ธุรกิจ
เป็นเงิน
2,000,000,000 ล้านบาทต่อเดือน
ยอดขาย 1 ล้านบาทต่อเดือน ได้ค่าธรรมเนียมรายละ 30,000.- รวม
6,000,000,000 ล้านบาทต่อเดือน
.. รวม 8,000 ล้านบาทต่อเดือน ที่ "เงินไหลออก"
แค่นี้ก็ หมื่นล้านต่อเดือนแล้วครับ
ใช่ครับ เงินไหลไปต่างประเทศทันที ปีละ "แสนล้าน" หรือมากกว่า
ไม่ได้มาหมุนวนในระบบเศรษฐกิจในประเทศ
ลงทุนไปต่างๆมากมาย ธุรกิจทำโฆษณา โปรโมชั่นไป คนจะเอากำลังซื้อที่ไหนมาซื้อ
ไม่มีกำลังซื้อ ธุรกิจก็ไม่ประสบความสำเร็จ โฆษณาไม่ประสบความสำเร็จ ผลตอบแทนไม่งอกเงย ล้มหายตายจากไป
ยิ่งเจอบล็อค ads ไปอีก เรียบร้อยไปอีก
แต่เงินได้เข้ากระเป๋าใครบางคนไปแล้ว
ยังไม่รวมนโยบายภาครัฐ(การใช้จ่ายของภาครัฐ) (G) , การส่งออก การท่องเที่ยว (X,M)
-----------------------------------------------
หากถามในเชิงความเห็นจากเรา
เราจะแนะนำแบบนี้
- ให้ภาครัฐผ่านร่างฯ เปิดโอกาส หรือปล็อคล็อคให้บริษัทของไทย ได้มีโอกาสก้าวขึ้นมาเช่นนี้บ้าง เพื่อให้ไทยเติบโตและมีส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมที่มูลค่าตลาดสูงเช่นนี้ได้ เป็นประเทศเทคโลโลยีบ้าง ให้มีบริษัทสัญชาติไทย เพื่อให้บ.ไทยมีศักยภาพแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้เช่นกัน เพราะ หากแข็งแกร่ง เราย่อมขยายไปยัง CLMV ได้ในเบื้องต้น
- ภาคเอกชน มีสัดส่วนการโฆษณาผ่านตัวกลางภายในประเทศมากขึ้นกว่า การสาดลงไปในแพล็ตฟอร์มเดียว ผ่านตัวกลาง หันมาสนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจในประเทศเพิ่มขึ้น
- ประชาชนคนไทย ร่วมกันกินของไทย ใช้บริการของไทยในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น แต่มันก็ต้องมาจากคุณภาพของบริการด้วย เพื่อให้เงินหมุนเวียน
- ควบคู่สินค้าเกษตรสร้างมูลค่าสูงเพื่อส่งออก ดึงเงินเข้าประเทศ ประเทศไทยมีน้ำมันบนดิน คือ สินค้าเกษตร แต่เราเน้นปริมาณมากไป "อาหาร" เป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก และควบคู่ไปกับเทคโนโลยีการเกษตร
- ฮับการท่องเที่ยว ฮับบริการการรักษาพยาบาล ฮับพักผ่อนหน่อยใจ บริการพิเศษเช่น ต้องมาไทยถึงจะได้กิน ได้ใช้ เพื่อดึงคนมาในประเทศ ดึงมาเงินเข้าประเทศ
ฯลฯ
ขอบคุณครับ พิมพ์มันมือเลย.
"เงินและBigDataไหลออก" โดยไม่รู้ตัว ..
ทำไมรู้สึกกำลังซื้อลดลง ทำไมรู้สึกเงินในระบบน้อยลง หรือ จับจ่ายน้อยลง
1.ในมุมผู้ใช้ (มนุษย์เงินเดือน) (การใช้จ่ายของผู้คน - Consumption)
สมมติ
เงินเดือน 15,000.-
ค่าบริการดูหนัง 420THB/เดือน
ค่าบริการฟังเพลง 150THB/เดือน
ค่าบริการแอพลิเคชั่น หรือโปรแกรมที่ใช้ในการทำงาน 199THB/เดือน หรือเท่าไหร่ต่อปีก็ว่าไป
ค่าเติมเกมส์ 100THB/เดือน
ค่าบริการจัดส่งสินค้าและอาหาร 30THB/ออร์เดอร์ สัก 5 ชิ้นต่อเดือน 150THB/เดือน เดี๋ยวนี้ซื้อของตรงจาก ตปท. สะดวกกว่าเมื่อก่อน
ค่าบริการรับส่งคน
ค่าบริการพื้นที่จัดเก็บ
ฯลฯ
รวมๆขั้นต่ำ ต่อ 1,020.- คน/เดือน (+-) 6.8%ของเงินเดือน
สมมติ 1 ล้านคน = 1,020 ล้านบาทต่อเดือน ที่ "เงินไหลออก"
ที่ยังไม่รวมค่าบ้าน ค่ารถ ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าที่ต้องผ่อนอื่นๆ
แล้วคนจะเอา "กำลังซื้อ" มาจากไหนได้มากมาย
เผลอๆ ของที่อยู่ในประเทศ หรือ ร้านอาหารทั่วไป ก็
2.ในมุมผู้ประกอบการ (การลงทุนในตลาดออนไลน์ - Investment)
- ลงทุนในงบโฆษณาลงออนไลน์ จัดโปรโมชั่นร สร้างการรับรู้ สมมติขั้นต่ำ 10,000 บาทต่อธุรกิจต่อเดือน
- ลงขายในแพล็ตฟอร์มต่างประเทศ สมมติ หักค่าธรรมเนียม 3-7% ต่อเดือน
- ลงทุนในระบบบริการหลังบ้าน จัดการข้อมูล พื้นที่จัดเก็บ BigData
- ลงทุนใน Digital Infrastucture
สมมติ SME 2 แสน ธุรกิจ
เป็นเงิน
2,000,000,000 ล้านบาทต่อเดือน
ยอดขาย 1 ล้านบาทต่อเดือน ได้ค่าธรรมเนียมรายละ 30,000.- รวม
6,000,000,000 ล้านบาทต่อเดือน
.. รวม 8,000 ล้านบาทต่อเดือน ที่ "เงินไหลออก"
แค่นี้ก็ หมื่นล้านต่อเดือนแล้วครับ
ใช่ครับ เงินไหลไปต่างประเทศทันที ปีละ "แสนล้าน" หรือมากกว่า
ไม่ได้มาหมุนวนในระบบเศรษฐกิจในประเทศ
ลงทุนไปต่างๆมากมาย ธุรกิจทำโฆษณา โปรโมชั่นไป คนจะเอากำลังซื้อที่ไหนมาซื้อ
ไม่มีกำลังซื้อ ธุรกิจก็ไม่ประสบความสำเร็จ โฆษณาไม่ประสบความสำเร็จ ผลตอบแทนไม่งอกเงย ล้มหายตายจากไป
ยิ่งเจอบล็อค ads ไปอีก เรียบร้อยไปอีก
แต่เงินได้เข้ากระเป๋าใครบางคนไปแล้ว
ยังไม่รวมนโยบายภาครัฐ(การใช้จ่ายของภาครัฐ) (G) , การส่งออก การท่องเที่ยว (X,M)
-----------------------------------------------
หากถามในเชิงความเห็นจากเรา
เราจะแนะนำแบบนี้
- ให้ภาครัฐผ่านร่างฯ เปิดโอกาส หรือปล็อคล็อคให้บริษัทของไทย ได้มีโอกาสก้าวขึ้นมาเช่นนี้บ้าง เพื่อให้ไทยเติบโตและมีส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมที่มูลค่าตลาดสูงเช่นนี้ได้ เป็นประเทศเทคโลโลยีบ้าง ให้มีบริษัทสัญชาติไทย เพื่อให้บ.ไทยมีศักยภาพแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้เช่นกัน เพราะ หากแข็งแกร่ง เราย่อมขยายไปยัง CLMV ได้ในเบื้องต้น
- ภาคเอกชน มีสัดส่วนการโฆษณาผ่านตัวกลางภายในประเทศมากขึ้นกว่า การสาดลงไปในแพล็ตฟอร์มเดียว ผ่านตัวกลาง หันมาสนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจในประเทศเพิ่มขึ้น
- ประชาชนคนไทย ร่วมกันกินของไทย ใช้บริการของไทยในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น แต่มันก็ต้องมาจากคุณภาพของบริการด้วย เพื่อให้เงินหมุนเวียน
- ควบคู่สินค้าเกษตรสร้างมูลค่าสูงเพื่อส่งออก ดึงเงินเข้าประเทศ ประเทศไทยมีน้ำมันบนดิน คือ สินค้าเกษตร แต่เราเน้นปริมาณมากไป "อาหาร" เป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก และควบคู่ไปกับเทคโนโลยีการเกษตร
- ฮับการท่องเที่ยว ฮับบริการการรักษาพยาบาล ฮับพักผ่อนหน่อยใจ บริการพิเศษเช่น ต้องมาไทยถึงจะได้กิน ได้ใช้ เพื่อดึงคนมาในประเทศ ดึงมาเงินเข้าประเทศ
ฯลฯ
ขอบคุณครับ พิมพ์มันมือเลย.
แสดงความคิดเห็น
พี่ๆคิดว่าเศรษฐกิจช่วงนี้เป็นยังไงคะ
เค้าอยากรู้มุมมองของพี่ๆที่มีความรู้ค่ะ แต่ในความคิดเค้าเค้าว่ามันตกต่ำลงไปเยอะมาก