สวัสดีค่ะ เราอายุ 24 ปี เพิ่งเรียนจบมหาลัย โดยเรียน6ปี ปัญหาทุกอย่างมันมาพร้อมกันหมด เคว้ง เลิกกับแฟน ว่างงาน และต้องออกพักจากหอไปอยู่บ้าน ซึ่งปัญหามันก็เริ่มเกิดมากขึ้น
เกริ่นก่อนนะคะ เราอายุห่างจากพ่อแม่ประมาณ 42 ปี ตอนนี้ท่านก็66แล้ว พ่อแม่เราเป็นครูค่ะ และเราห่างจากพี่ชาย 14 ปีซึ่งพี่ชายเราก็ 38 แล้ว แต่เราไม่สนิทกับพี่ชายนะคะ เพราะด้วยวัยที่ห่างกันมาก เราเกิดมาพี่ชายก็เรียนที่อื่น จนเรียนจบทำงานและไม่กลับบ้านเลย 2ปีจะกลับมา1ครั้ง และพี่ชายเราไม่ได้ช่วยเหลืออะไรทางบ้านนะคะ ตอนอายุ 12 ปี พ่อให้เรามาอยู่ในเมืองเรียนโรงเรียนในเมืองคนเดียว ต้องอยู่หอพักคนเดียว เผชิญชีวิตเองคนเดียว ซึ่งทำให้เรามีโลกของตัวเอง มีความคิดเป็นของตัวเอง และไม่เข้าใจวัฒนธรรมของที่บ้านมากนัก เราอยู่หอตลอดและกลับบ้านช่วงเสาร์อาทิตย์ พอกลับบ้านสิ่งที่เราโดนตลอดคือ คำพูดกดดัน เปรียบเทียบเรากับลูกเพื่อน คำที่ได้ยินบ่อยคือ ถึงว่า... เวลาเรากลับบ้านปิดเทอม เราอยากพักจากการเรียน เราตื่น9โมง คำพูดที่เจอประจำคือ ก็ตื่นสายแบบนี้ไง ถึงเรียนไม่จบสักที ถึงได้เกรดน้อยแบบนี้ ก็เป็นแบบนี้ไง ถึงไม่มีใครรัก ฯลฯ เป็นแบบนี้ทุกวัน และทุกเรื่องที่ไม่พอใจ มันทำให้เรารู้สึกว่าบ้านคือสิ่งสุดท้ายที่เราจะไป และพ่อเราเขาจะมีความคิดแบบโบราณว่าผู้ชายต้องเป็นใหญ่ในบ้าน และผู้ใหญ่คือสิ่งที่แตะต้องไม่ได้ ทุกครั้งที่ที่บ้านมีปัญหาอะไร ของพังเอย นั่นนี่ ทุกคนจะโทษเราคนแรก และเมื่อเราปฏิเสธว่าไม่ใช่เรา เขาจะบอกว่าเราเถียง คำพูดติดปากเขาคือ พูดใหญ่พูดอะไรอย่าเถียง ต้องกล้ำกลืนยอมรับมัน เราต้องยอมรับทุกเรื่องถึงแม้จะไม่ได้ทำ แล้วก็โดนด่า โดนถามว่าทำไมถึงทำ เราก็ตอบไม่ได้เพราะเราไม่ได้ทำ และพ่อเราจะเป็นคนที่ทุกอย่างหมุนรอบตัวเอง ทุกคนต้องฟัง ทุกคนต้องบริการพ่อ เรากลับบ้าน ภาพที่เราเห็นคือ พ่อจะนั่งอยู่ที่เดิมชี้นิ้วสั่งแม่ สั่งเราให้ทำนู่นนี่ ที่เห็นทุกวันคือ แม่ต้องยกอาหารมาวางตรงหน้าทุกมื้อ พ่อไม่เคยช่วยเลย พอพ่อทานเสร็จเราก็ต้องยกไปเก็บให้ ซึ่งเราจะมีคำถามตลอดว่าทำไม บางครั้งใกล้พ่อแค่เอื้อม พ่อก้ต้องเรียกให้เราซึ่งอยู่ไกลมาทำให้ บางครั้งเราก็ถามเหตุผลพ่อตอบว่า ก้พ่อเป็นพ่อ และเราจะโดนขู่ ตัดพ่อตัดลูกตลอด ทำให้เราไม่อยากกลับบ้านเลย ช่วงที่เราป่วยหนัก คุณหมอบอกว่าให้หลีกเลี่ยงการกลับบ้านไปก่อน เราก็ไม่กลับ แต่ก็จะโดนกดดัน เรื่องอกตัญญูตลอด เราหายมาได้สักพักนึง ตอนนี้เราจำเป็นต้องกลับบ้าน เรามาอยู่ได้สักพัก เรารู้สึกเป็นหนักกว่าเดิม เราดาวน์ตลอด พ่อยังทำเหมือนเดิม เราเครียดกับการหางาน เราต้องคอยบริการพ่อทุกวัน ทุกเวลา ทุกมื้ออาหาร แต่ครั้งนี้เราเริ่มพูดออกมา ว่าพ่อช่วยกันหน่อย ช่วยจัดโต๊ะอาหารหน่อย พ่อบอกเราว่า ใช้ผู้ใหญ่บาปนะ บาปหนักด้วย เราก็บอกว่าเราขอให้ช่วยเฉยๆไม่ได้ใช้พ่อเลยนะ เราดาวน์มากเลย เราเปิดใจคุยกับแม่ พูดถึงเหตุผลว่าเราอยู่คนเดียวสบายใจกว่า แม่บอกเราว่า พ่อรักเรามากๆนะ เวลาเราอยู่หอพ่อก็ถามถึงเราตลอด คิดถึงเราตลอด แต่มันคือวัฒนธรรมของบ้าน เราต้องปรับตัว ต้องทนๆไป ปล่อยๆไป ซึ่งเราก้บอกแม่ว่า มันไม่เกี่ยวกับรักไม่รักนะ เราไม่ใช่คนปกติที่ทำแบบนั้นได้ ความคิดเราบังคับแบบคนปกติไม่ได้ มันทำให้เราดิ่งมากๆ เราอยากให้พ่อปรับบ้าง ถ้าพ่อเรายืดหยุ่นกับเราบ้างเราคงไม่อึดอัดที่อยู่บ้าน แม่ก็ไม่ได้เข้าใจเรานะ เราเลยเก็บไว้แหละ หาทางไปอยู่ที่อื่นอ้างเรื่องสอบเรื่องงานนั่นนี่ พอเราจะไปแม่ก็พูดประชดว่าเราไปข้างหน้าเรื่อยๆไม่หันกลับมามองคนข้างหลัง ตอนนี้เราเหนื่อยมาก อยู่ก็ดิ่งเรื่อยๆ จะออกมาก็โดนคิดว่าอกตัญญู เป็นคนบาป พ่อแม่เราเค้าก็เหมือนเอาความผิดหวังจากพี่ชายมากดดันเรา ฝากความหวังไว้ที่เราค่ะ เค้าชอบพูดว่าเรียนจบก็ต้องมาดูแลพ่อแม่ใช้หนี้ให้พ่อแม่ เรากดดันตัวเองมากค่ะ เราก็อยากทำงานแล้วส่งเงินมานะคะ คืออยู่ก็อึดอัด แต่จะไปทำงานก็เป็นห่วง และก็รู้สึกผิดที่ไม่ได้อยากอยู่บ้านตามที่เขาต้องการ ลำบากใจค่ะ ตอนนี้เลยคิดอยากตัดปัญหาต่างๆอยู่บ่อยๆ เราไม่รู้ว่าปัญหามันอยู่ที่เราปรับตัวเข้ากับที่บ้านไม่ได้เอง หรือเพราะเราอยู่คนเดียวมานาน แต่ตอนนี้เราจัดการตัวเองไม่ได้เลยเราเหนื่อย
หากกลับบ้านแล้วทำให้โรคซึมเศร้ากำเริบ แต่ไม่กลับก็ขึ้นชื่อว่าอกตัญญู ควรทำอย่างไร
เกริ่นก่อนนะคะ เราอายุห่างจากพ่อแม่ประมาณ 42 ปี ตอนนี้ท่านก็66แล้ว พ่อแม่เราเป็นครูค่ะ และเราห่างจากพี่ชาย 14 ปีซึ่งพี่ชายเราก็ 38 แล้ว แต่เราไม่สนิทกับพี่ชายนะคะ เพราะด้วยวัยที่ห่างกันมาก เราเกิดมาพี่ชายก็เรียนที่อื่น จนเรียนจบทำงานและไม่กลับบ้านเลย 2ปีจะกลับมา1ครั้ง และพี่ชายเราไม่ได้ช่วยเหลืออะไรทางบ้านนะคะ ตอนอายุ 12 ปี พ่อให้เรามาอยู่ในเมืองเรียนโรงเรียนในเมืองคนเดียว ต้องอยู่หอพักคนเดียว เผชิญชีวิตเองคนเดียว ซึ่งทำให้เรามีโลกของตัวเอง มีความคิดเป็นของตัวเอง และไม่เข้าใจวัฒนธรรมของที่บ้านมากนัก เราอยู่หอตลอดและกลับบ้านช่วงเสาร์อาทิตย์ พอกลับบ้านสิ่งที่เราโดนตลอดคือ คำพูดกดดัน เปรียบเทียบเรากับลูกเพื่อน คำที่ได้ยินบ่อยคือ ถึงว่า... เวลาเรากลับบ้านปิดเทอม เราอยากพักจากการเรียน เราตื่น9โมง คำพูดที่เจอประจำคือ ก็ตื่นสายแบบนี้ไง ถึงเรียนไม่จบสักที ถึงได้เกรดน้อยแบบนี้ ก็เป็นแบบนี้ไง ถึงไม่มีใครรัก ฯลฯ เป็นแบบนี้ทุกวัน และทุกเรื่องที่ไม่พอใจ มันทำให้เรารู้สึกว่าบ้านคือสิ่งสุดท้ายที่เราจะไป และพ่อเราเขาจะมีความคิดแบบโบราณว่าผู้ชายต้องเป็นใหญ่ในบ้าน และผู้ใหญ่คือสิ่งที่แตะต้องไม่ได้ ทุกครั้งที่ที่บ้านมีปัญหาอะไร ของพังเอย นั่นนี่ ทุกคนจะโทษเราคนแรก และเมื่อเราปฏิเสธว่าไม่ใช่เรา เขาจะบอกว่าเราเถียง คำพูดติดปากเขาคือ พูดใหญ่พูดอะไรอย่าเถียง ต้องกล้ำกลืนยอมรับมัน เราต้องยอมรับทุกเรื่องถึงแม้จะไม่ได้ทำ แล้วก็โดนด่า โดนถามว่าทำไมถึงทำ เราก็ตอบไม่ได้เพราะเราไม่ได้ทำ และพ่อเราจะเป็นคนที่ทุกอย่างหมุนรอบตัวเอง ทุกคนต้องฟัง ทุกคนต้องบริการพ่อ เรากลับบ้าน ภาพที่เราเห็นคือ พ่อจะนั่งอยู่ที่เดิมชี้นิ้วสั่งแม่ สั่งเราให้ทำนู่นนี่ ที่เห็นทุกวันคือ แม่ต้องยกอาหารมาวางตรงหน้าทุกมื้อ พ่อไม่เคยช่วยเลย พอพ่อทานเสร็จเราก็ต้องยกไปเก็บให้ ซึ่งเราจะมีคำถามตลอดว่าทำไม บางครั้งใกล้พ่อแค่เอื้อม พ่อก้ต้องเรียกให้เราซึ่งอยู่ไกลมาทำให้ บางครั้งเราก็ถามเหตุผลพ่อตอบว่า ก้พ่อเป็นพ่อ และเราจะโดนขู่ ตัดพ่อตัดลูกตลอด ทำให้เราไม่อยากกลับบ้านเลย ช่วงที่เราป่วยหนัก คุณหมอบอกว่าให้หลีกเลี่ยงการกลับบ้านไปก่อน เราก็ไม่กลับ แต่ก็จะโดนกดดัน เรื่องอกตัญญูตลอด เราหายมาได้สักพักนึง ตอนนี้เราจำเป็นต้องกลับบ้าน เรามาอยู่ได้สักพัก เรารู้สึกเป็นหนักกว่าเดิม เราดาวน์ตลอด พ่อยังทำเหมือนเดิม เราเครียดกับการหางาน เราต้องคอยบริการพ่อทุกวัน ทุกเวลา ทุกมื้ออาหาร แต่ครั้งนี้เราเริ่มพูดออกมา ว่าพ่อช่วยกันหน่อย ช่วยจัดโต๊ะอาหารหน่อย พ่อบอกเราว่า ใช้ผู้ใหญ่บาปนะ บาปหนักด้วย เราก็บอกว่าเราขอให้ช่วยเฉยๆไม่ได้ใช้พ่อเลยนะ เราดาวน์มากเลย เราเปิดใจคุยกับแม่ พูดถึงเหตุผลว่าเราอยู่คนเดียวสบายใจกว่า แม่บอกเราว่า พ่อรักเรามากๆนะ เวลาเราอยู่หอพ่อก็ถามถึงเราตลอด คิดถึงเราตลอด แต่มันคือวัฒนธรรมของบ้าน เราต้องปรับตัว ต้องทนๆไป ปล่อยๆไป ซึ่งเราก้บอกแม่ว่า มันไม่เกี่ยวกับรักไม่รักนะ เราไม่ใช่คนปกติที่ทำแบบนั้นได้ ความคิดเราบังคับแบบคนปกติไม่ได้ มันทำให้เราดิ่งมากๆ เราอยากให้พ่อปรับบ้าง ถ้าพ่อเรายืดหยุ่นกับเราบ้างเราคงไม่อึดอัดที่อยู่บ้าน แม่ก็ไม่ได้เข้าใจเรานะ เราเลยเก็บไว้แหละ หาทางไปอยู่ที่อื่นอ้างเรื่องสอบเรื่องงานนั่นนี่ พอเราจะไปแม่ก็พูดประชดว่าเราไปข้างหน้าเรื่อยๆไม่หันกลับมามองคนข้างหลัง ตอนนี้เราเหนื่อยมาก อยู่ก็ดิ่งเรื่อยๆ จะออกมาก็โดนคิดว่าอกตัญญู เป็นคนบาป พ่อแม่เราเค้าก็เหมือนเอาความผิดหวังจากพี่ชายมากดดันเรา ฝากความหวังไว้ที่เราค่ะ เค้าชอบพูดว่าเรียนจบก็ต้องมาดูแลพ่อแม่ใช้หนี้ให้พ่อแม่ เรากดดันตัวเองมากค่ะ เราก็อยากทำงานแล้วส่งเงินมานะคะ คืออยู่ก็อึดอัด แต่จะไปทำงานก็เป็นห่วง และก็รู้สึกผิดที่ไม่ได้อยากอยู่บ้านตามที่เขาต้องการ ลำบากใจค่ะ ตอนนี้เลยคิดอยากตัดปัญหาต่างๆอยู่บ่อยๆ เราไม่รู้ว่าปัญหามันอยู่ที่เราปรับตัวเข้ากับที่บ้านไม่ได้เอง หรือเพราะเราอยู่คนเดียวมานาน แต่ตอนนี้เราจัดการตัวเองไม่ได้เลยเราเหนื่อย