คนส่วนใหญ่ใช้เหตุผล หรือ หัวใจ(อารมณ์) ในการเลือกคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตกันคะ ??

ตามหัวข้อเลยค่ะ  !!    ตอนนี้ ตัวเราเองสับสน เพราะเคยมีประสบการณ์ เรื่องคู่ครองมาก่อน แต่งงาน มีลูก2 แต่ด้วยสารพันปัญหามากมาย จึงต้องจบลง

แต่อยู่ๆ ก็บังเอิญมาเจอคนคนนึง (เป็นผช.ต่างชาติ) เค้าทำให้เรามองความรักเปลี่ยนไป มองชีวิต และเป้าหมายของชีวิตเปลี่ยนไป จากที่เคยกลัว เข็ด และหมดศัทรากับความรักไปแล้ว

กับเค้า เราเรียกมันว่า “ความรัก “ และ “การตกหลุมรัก” อย่างแท้จริง ซึ่งความรู้สึกนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตเรา

ด้านหัวใจ เราไม่มีข้อกังขาอะไรกับผู้ชายคนนี้เลย

แต่พอมาพิจารณา ถึงเหตุผล และองค์ประกอบอื่นๆอีกมากมายในการใช้ชีวิตคู่แล้ว เราพบปัญหา 2 เรื่องคือ

1. การเงิน นั่นหมายรวมถึง อาชีพ การงาน การวางแผนการใช้เงิน และ การเก็บเงินของเค้า ซึ่งแตกต่างจากเรามาก เช่น
- เงินเดือนเค้า 5-6 หมื่นบาท (คิดเป็นเงินไทย)
   ของเรา 2 แสนขึ้นไป ต่อเดือน
- เค้าไม่มีเงินเก็บ เรามี7 หลักขึ้น และแบ่งปันไว้เป็น
สัดส่วน
- เค้าไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ยังอาศัยบ้านพ่ออยู่ ,, เรามีบ้าน คอนโด ซึ่งยังผ่อนอยู่  
- เราทำธุรกิจ เค้าทำงานรัฐบาล (เป็นคนอังกฤษ) ความเสี่ยงเราสูง ของเค้าแทบไม่มีเลย เพราะฉนั้น เราจึงกลัวว่า หากวันใดธุรกิจแย่ หรือเกิดอะไรขึ้น เราจะพึ่งเค้าไม่ได้เลย

2. ทัศนคติ หมายรวมถึง ความคิด ความอ่าน อารมณ์
- เค้าเป็นคนเอื่อยๆ ยังไงก็ได้ พูดง่ายเข้าใจง่าย แต่ไม่กระตือรือร้น
- มองโลกในแง่ดี โลกสวย จนบางทีลืมความจริงที่ต้องเจอ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องบ้าน เราบอกว่าต้องมีบ้าน ถ้าจะแต่งงาน จะมีครอบครัว แล้วเราต้องมีลูกไปด้วย เค้าก็พูดแบบง่าย แค่ไปขอกู้ เค้ามีเครดิต มีงานที่มั่นคง แต่พอเราจะเอาเข้าจริงๆ กลับมีปัญหานี่นั่น ต้องใช้หนี้เก่า อะไรอีก ยังกู้ไม่ได้ ทั้งๆที่ เราเป็นคนพร้อมจ่ายเงินประกัน ล้านกว่าบาท !! แต่เค้าไม่พร้อม
- อารมณ์ ร้อน ,, คืออาจจะเบสิคสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเรา ถ้าทะเลาะกัน โกรธงอน เราจะเงียบ ไม่พูด เพื่อไม่ให้คำพูดแย่ๆออกมาจากปาก และสร้างความทรงจำที่ไม่ดีต่อกัน อารมณ์เย็นๆแล้วค่อยคุย ในขณะที่เค้า จะเสียงดังพูดจาไม่ดีนัก ไม่น่าประทับใจ นึกจะพูดอะไรก็พูด แล้วมาขอโทษทีหลัง
- เค้าไม่ถนัดงานใช้สมอง ไม่ลงทุน ไม่เอางานเสี่ยงอะไร เค้าบอกเราว่า ถนัดใช้แรงงาน แลกเงินมากกว่า เค้าไม่เรียนหนังสือ จบแค่ ประถมหรือมัธยม และมีเหตุผลมาอธิบายมากมายว่าทำไมไม่เรียน ในขณะที่เรา หาเงินเรียนเอง จบโท และมีแพลนต่อเอก เราชอบเข้าคลาสเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

โดยรวมๆแล้ว สำหรับเรา ไม่มายด์หรอก ถ้าเค้าไม่รวย ไม่มีเงินมาก เราช่วยกันสร้างได้. ... ทัศนะติ บางเรื่อง ถ้ารักกัน ต่างคนต่างปรับ น่าจะได้

แต่ .... ที่กังวลคือ เราต้องเป็น ผู้นำ เป็นคนวางแผน เป็นคนบอกให้เค้าทำ ให้เค้าเดินตาม. ให้เค้าเป็นแบบที่เราพอใจ.  .. เราว่ามันไม่แฟร์ ทั้งกับตัวเค้าและตัวเรา

เราไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเค้าหรอก แต่ถ้ามองถึงอนาคตเราและลูก เราห่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปของลูกเรามากกว่า. ถ้าต้องใช้วิตด้วยกัน ย้ายไปอยู่ด้วยกัน ชีวิตลูกเราจะเปลี่ยนแค่ไหน

ตัวเค้าก็รู้ดีว่า มันคือคือ down grade ชีวิตพวกเรา เราจะรับไหวไหม. สำหรับเรา เราไหว เราได้หมด แต่พอนึกถึงลูกแล้ว. ...  เราจะเป็นแม่ที่เห็นแก่ตัวมากๆ
แม่แต่กับเค้าเอง เราก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ที่ให้เค้าทำงาน หาเงินเยอะขึ้น เพื่อขอวิซ่าให้เราและลูกๆ เก็บเงินเยอะขึ้น วางแผนชีวิตมากขึ้น ซึ่งเค้าไม่เคยทำ มันดูเป็นงานยากสำหรับทุกคนไปหมด

สุดท้าย คือ เหตุผล หรือหัวใจ  เราจะเอายังไงดี


ปล. สามีเก่า หรือพ่อของลูกเรา มีฐานะดี มีรถหรู มีบ้านหลังโต มีทุกอย่างที่ลูกขอ ในฐานะของพ่อ เค้ามีให้ลูกหมดเรื่องเงินและการศึกษา และความสุขภายนอกทางด้านร่างกาย

เหตุผลที่เราอยู่กับเค้าไม่ได้ คือ เรื่องจิตใจ ในด้านของครอบครัว ความรัก ความซื่อสัตย์ ต่อกัน ที่เราไม่มีวันหาได้จากเค้า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่