ดราม่า กันจัง...มาดูกูรู 5 ระดับกันบ้างดีกว่า จะได้ตาสว่างๆ

ตอนนี้ ไม่ค่อยแปลกใจ...ที่บรรดากูรู...จะดราม่ากัน...กูรูท่านนี้ โจมตีกูรูอีกท่าน..บลาๆๆ
สาวกสำนักนี้ ด่าสำนักโน้น...
นั่นเป็นเรื่องของเค้า...

เม่าอย่างเราก็ช่วยดราม่ากันไปเรื่อย...เม้าส์มอย...กันไปเรื่อย...บางคน รวยจากค่าสอน...บางคนแทงผิดมากกว่าถูก..
แต่นั่นคือ สมมติฐานที่พวกเราเดาไปเรื่อย...

แล้วเม่าอย่างเราล่ะ ควรมีภูมิคุ้มกันตัวเองอย่างไร...

ก่อนอื่นนั่นคือ เราต้องรู้ว่า...กูรูที่เราศรัทธา หรือ เชื่อฟัง...อาจแบ่งออกได้เป็น หลายระดับ...ทีนี้มาดูกัน ว่าเราควรแบ่งยังงัย...

กูรู Level 1 
   กูรูกลุ่มนี้ จะสอนได้เพียง Entry กับ Exit เช่น การนับเลข นับนิ้ว หรือ อินดิเคเตอร์นู้น ผสมอินดี้นี้....โดยมีความรู้ Money Management แบบงูๆ ปลาๆ...เช่น Money Management แบบ เดินหน้าสามก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว MM คือ คุณต้องมี Stop Loss หรือ ความเสี่ยงทำไมคุณ Lets loss run ...ประมาณนี้...อันนี้ ศาสตร์ มโน โดยแท้...และพวกเค้าไม่สามารถยืนในตลาดระยะยาวได้...แต่เล่นกับการตลาดซะมากกว่า...เช่น แทงถูกให้ขยี้ แทงผิดให้เงียบใว้ จุ๊ๆ...แต่จริงๆ กูรูกลุ่มนี้ มักเล่นกับกราฟ ที่เฉลยแล้ว...แล้วเอาหลักสูตรไปย้ำ...เช่น เห็นมั้ย อินดิเคเตอร์ตัวนี้แม่นมาก...เมื่อไหร่ที่มันตัดกัน มันจะมีพลังลากรอบ ไป 10-20% ...แต่ถ้าความจริงมันคือ ตัวอย่างที่เค้ายกมา....มันเกิดครั้งเดียวในจักรวาลล่ะ...อีกจุดสังเกตุกูรู Level นี้ คือ พวกเค้าเสพติดความแม่น...ชอบแทงขึ้น แทงลง...

คำแนะนำ...คือ คุณเรียนรู้จากกูรูกลุ่มนี้ได้...เพราะเค้าจะพาคุณไปสู่ก้าวแรก...เสมอ...แต่อย่าลองวิชาด้วยเงินจริง....แต่ประเทศนี้แปลก Level นี้ มีค่าเรียนแพงสุด...

กูรู Level 2
   กูรูกลุ่มนี้ ไม่มี มโน....มีการสอน MM กับ RM อย่างเป็นระบบ..พวกเค้ารู้ว่า...การที่พวกเค้าจะบอกว่า MACD ตัดกัน มันจะขึ้น หรือจะลง...อันนี้ พวกเค้าจะเริ่มบอก..ได้ด้วย Quantitative การวัดเชิงปริมาณ เช่น การทำแบบนี้ที่สินค้าตัวนี้ มี %Win ที่ค่า RRR เท่าไหร่. Expected Return เท่าไหร่ Absoluted DD Maximal DD เท่าไหร่....พวกเค้ายังรู้อีกด้วยว่า...เคลลี่ คือ MM แบบ แม่ทุกสถาบัน มาร์ติงเกล MM แบบ...พ่อทุกสถาบัน ในแต่ละ กลยุทธ์....ส่วน Portfolio คือ MPT Modern Portfolio Theory ที่ว่า ด้วย Return = Cash + Alpha + Beta พวกเค้าจะรู้จัก Leverage Correlation Diversify Shape Ratio และ Value at Risk และใช้พวกมันเป็นอย่างดี... 

คำแนะนำ คือ อย่างน้อยคุณต้องมี Mentor เป็นระดับสอง...ขึ้นไป ถ้าคุณยังอยากอยู่กับตลาดในระยะยาว...แต่ปัญหาคือ สิบสำนัก...จะมีหนึ่งสำนักที่เป็นของจริง...อัตราส่วนเท่ากับ ย่อยที่เทรดได้ กับ ย่อยที่เทรดเสีย นี่สิ..

กูรู Level 3
  กูรู ที่สร้างผลิตภัณฆ์การเงินของตัวเองได้ พวกเค้ารู้จักการใช้ Linear Products กับ Non-Linear Products ได้เป็นอย่างดี  และแน่นอน...พวกเค้าเชี่ยวกว่าขั้นสองมาก...เล่นกับ Volatility เล่นกับ Correlation ...เช่น พวกเค้าสร้างดัชนี ของตัวเอง เพื่อ Long Equity กับ Short Index Futures หรือ ...การแก้พอร์ทหุ้นด้วยการถัว Long Call/SSF/DW Call แล้ว Cover Positions ทั้งหมดด้วย Long Put/DW Put....พวกทำ Volatility Smile กินความผันผวนไม่สนทิศทาง...หรือพวก ขายเวลาเป็น Beta เพื่อซื้อความผันผวนเป็น Alpha..การสร้าง Butterfly ฐานลอย...การซื้อความผันผวนแบบมีส่วนลด...การใช้ Short Put Short Call เรียก Cash จาก Probability...บลาๆๆ..

คำแนะนำคือ...ควรมาอยู่ระดับนี้ให้ได้...เพราะ...มันจะทำให้คำว่าเจ๊ง เป็นไปไม่ได้...ส่วนกูรู..Level 3 ตัวปลอมคือ เอะอะให้คุณ Long Put Long Call ซื้อความผันผวน...อยู่ร่ำไป...ทั้งๆที่บ้านเรา...ขายมาร์ช ในราคา E-Class เค้าเรียกซื้อเทรนด์น้า...

กูรู Level 4
  กูรู ที่หักแกนเวลาทิ้ง....ถ้าคุณยังดู Price Time Chart อยู่บอกเลยว่า พวกเค้าไม่รู้จัก...น่ะนะ...แกน Y มีขึ้นมีลง...แกน X แกนเวลา มันย้อนกลับได้มั้ยล่ะ...ดังนั้น นักคณิตศาสตร์ ถึงรู้ว่า...ถ้าคุณไม่อยากเจอ Infinity กับ Return ลงทุนชาตินี้ หลุดดอยชาติหน้า...จงอย่าเล่นกับแกนเวลา...กลยุทธ์ที่เล่นกับแกนเวลาโท่งๆ...อย่าง DCA อันนี้ บอกเลย...คุณได้  Infinity เป็นเพื่อนแน่นอน.. แล้วเป็นกราฟอะไรล่ะ...พวกเนี๊ยะ...จะเป็นแนว Neural network ซะส่วนใหญ่...ที่เป็นส่วนประกอบใน กราฟทุติยภูมิ...ที่ไม่มีแกนเวลา...เข้ามาเกี่ยวข้อง...ตัวอย่าง เช่น The Holy Grail ใน Principles ของ Ray Dalio หรือ Neural Network รูป โดนัท ทรงกลม ของ Jim Simon

คำแนะนำคือ...ข่าวดีในเมืองไทยมีกลุ่มนี้อยู่...ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะมี 2 กลุ่ม..วิธีการพูดพวกเค้าแปลกกว่า กูรูทั่วไป...มือใหม่อาจเริ่มต้นเทรดด้วยแกนเวลา...แล้วต้องหนีไปแกนราคา...แต่ถ้ากลับมาแกนเวลาอีกที คือ พวกเค้าก้าวผ่าน Level 3 มาแล้ว...

กูรู Level 5
  อืม ระดับนี้ ต้อง Nobel Prize ครับ ไม่ว่าจะเป็น ...Nash Equibilium ทฤษฎีเกมส์ (Zero Sum Game ในตลาด) MPT ของ Markovit หรือ Economics Behaviors หรือ Reflexity ว่าด้วยเรื่อง ดุลยภาพของ Demand Supply ...Greed and Fear...ของ จอร์จ โซรอส...

คำแนะนำ คือ ..ไม่มี...แต่สักวัน..คงจะมีคนไทยบ้างแหล่ะ..

สุดท้าย

พวกเรา..ไม่เคยมีปัญหาเรื่อง Entry หรอก เชื่อสิ...ทุกคนมีปัญหา Exit กันทั้งนั้น...ทำไมตอนออกไม่ได้เงิน...
ความจริงคือ VI Master ที่พวกเค้ารวยออกสื่อ คือ ของจริง พวกเค้าเป็น มาร์ติงเกล User ที่อัด Position Sizing ตาม Probability
แต่ความจริงอีกข้อ...คือ ...พระเอกมักถูกมองเป็นผู้ร้าย...และผู้ร้ายมักถูกมองเป็นพระเอก.....
ความจริงอีกข้อ..คือ จริงๆ เราไม่ได้เล่นกับตลาดนะ เราเล่นกับคน..
Tape Reading คือ การแข่งกันของเทคโนโลยี...ไม่ใช่สายตา..
อ้อ Level 2.5 เนี่ย เอาตัวรอดในตลาดไทยได้สบายน่ะครับ...ไม่ต้องเกร็งมาก..

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่