กู้ศรัทธาในความรัก ด้วยการรักตัวเอง เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง

กระทู้สนทนา
ตี๊ดๆๆๆๆ รถไฟฟ้าบีทีเอสกำลังเปิดประตู คนจำนวนไม่น้อยก้าวออกไป
ปึ๊ก ประตูปิด รถไฟโล่งอีกครั้ง...

ชั้นเดินลงไปนั่งที่ว่าง สายตาพลางมองชมวิวไปเรื่อยๆ
วันนี้ท้องฟ้าสว่างเป็นสีฟ้า แสงแดดอ่อนๆยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างรถไฟฟ้าที่วิ่งด้วยความเร็ว
เป็นแสงวิบวับ สีทอง มันอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก 

หัวใจรู้สึกตื้นตันถึงความสุขเล็กๆนี้  น้ำตาถึงกลับเอ่อขึ้นมาคลอ

คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดซักแห่ง
คงมีใครซักคนรออยู่ ตรงนั้น......

เพลงดังขึ้นในหู ชั้นฟังเพลงนี้ทุกเช้าจริงๆไม่ใช่เพราะว่าเพราะเท่านั้น
แต่เพราะหวัง....ว่าเสียงเพลงนี้มันจะทะลุไปถึง...จิตใต้สำนึกให้เชื่อ เชื่อในสิ่งที่เพลงกำลังบอก
ให้เชื่อแบบหมดหัวใจไปเลย.....

ฮึบ ชั้นหายใจเข้าแรงๆแล้วกลืนก้อนที่จุกคออยู่ลงไป
เกินสองปีเต็มแล้ว ที่ชีวิตผ่านจุดต่ำสุดมาได้

"ตอนนั้น ทำไมโง่ได้ขนาดนั้นวะ ยิ้มโทรมาหาทีไรเสียงเหมือนแอบคุยอยู่ในห้องน้ำทุกครั้ง
เราเคยโง่ขนาดนั้นเลยหรอวะ ส่งเงินจากไทยไปอเมริกาช่วยผู้ชายเลวๆนั่น
ที่โทรมาขอเงินเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าโทรศัพท์ที่พังไป
ค่ารายเดือนที่ติดอยู่ แต่สุดท้ายยิ้มเอาเงินไปเที่ยวกับผู้หญิง สลัด!"

สมเพศตัวเอง ที่ขนาดล็อคอินออนไลน์เข้าไปดูประวัติการโทรเพื่อจะจ่ายตังค์ให้
แล้วก็รู้เลยว่า มันถึงขั้นย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้ว
น้องสาวแท้ๆของมันที่ไปเยี่ยมมันที่อเมริกามา
ก็ยังมาคอนเฟิร์มว่า "สองคนนี้เค้าสนิทกัน เทคแคร์กันผิดปกตินะ
ดูออกว่าพี่ชอบแฟนของเพื่อนสนิทตัวเอง ไปไหนก็ไปกันสามคน"

คงมีความหมายใด ซ่อนอยู่ในการรอคอยที่แสนนาน
คงจะมีซักวันฉันคงได้เจอ.....

ข้อความจากแอพ Tinder กระพริบ "Hey Rex, what's up? Let's go out tomorrow night"
หนุ่มแคนาเดียน ผู้เคลมว่าตัวเองเป็นสตาร์ทอัพ แวะมาฟังสัมมนาที่ไทย 5 วัน
ขอนัดเดทคืนพรุ่งนี้ หลังจากคุยกันมา 2 วัน 

เออ ว่าง ดูจากรูปแล้วก็ไม่อ้วน หน้าตาพอใช้ พรุ่งนี้ไม่มีอะไรทำด้วย
ไปเจอหลังเข้ายิมละกัน 

ตอนนี้ในโทรศัพท์ชั้น มีแอพหาคู่สองอัน ทั้ง Tinder และ OKC
เอาจริงๆ ชั้นก็ไม่ได้รู้สึกรีบร้อนอยากหาผู้อะไรหรอกนะ 
แค่รู้สึกว่า อยากเปิดโลกทัศน์มากกว่า 

ที่ผ่านมาเดทแต่ผู้ชายไทย และโดนหักหลังถึง 2 รอบ รวมทั้ง
รอบล่าสุด คนที่คบกันตั้งแต่ตอนเรียนโท
อยู่ด้วยกันตลอดเวลา 

คนที่ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังเวลาเรางอนแล้วขอเลิก
คนที่ติดรสชาติอาหารที่เราทำ 

ตอนนั้นหลังจากกลับมาไทยเราก็อ้วนขึ้นเป็นสิบโล (สูง 150 กว่า)
แล้วก็เริ่มไหวตัวทัน ว่าคนที่คบที่ยังอยู่อเมริกากำลังคบซ้อน 
เริ่มวิ่งทุกวัน จนน้ำหนักลงมาประมาณนึงแล้วยังไม่วายบินไปหาที่อเมริกา
ไปทำอาหารให้กิน ไปดูแล

และได้ดูละครแหกเนตร แกล้งทำว่าทุกอย่างเหมือนเดิม
ทั้งที่ข้างในลึกๆ รู้แล้วว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม
มันรั้งไม่ได้แล้ว.....ยิ้มเสียดายค่าตั๋วเครื่องบินว่ะ

หึๆๆๆ หัวเราะในใจเบาๆ ทำบุญให้มันไปละกัน
คนเราเวลาที่หมดรักอ่ะน่ะ ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นปีกงอก กลายร่าง
เป็นนางฟ้าต่อหน้าต่อตา....มันก็มองไม่เห็นค่าหรอกว่ะ

แต่เชื่อไหมนี่คืออาการทั่วไปของผู้หญิงที่รักตัวเอง...น้อยเกินไป
ผู้หญิงที่ไม่รู้จักคุณค่าของตัวเอง 
เอาโลกของเราไปหมุนรอบเค้า รอโทรศัพท์เค้า
ความสุขเกิดจากเค้า เราอยู่เองไม่ได้..
แค่นึกย้อนกลับไป....
ยังยี้ตัวเองเลย

เราเคยลดคุณค่าของตัวเองให้ตกต่ำถึงขนาดนั้น......
ขนาดโดนขอเลิกทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
ผิดที่เราเรียนจบก่อน บินกลับมาก่อน
เพียงเพราะคนเราเปลี่ยนใจไปจากความอ่อนไหวของตัวเอง

เรากลับง้อให้คืนดี.....
นี่คือสิ่งที่เสียใจทุกครั้งที่นึกย้อนกลับไป 
....ชั้นจะไม่กลับไปเป็นยิ้มแบบนั้นอีก

บาดแผลมันหายไปนานแล้ว
หลังจากออกทริปเที่ยวคนเดียวในอังกฤษ 1 อาทิตย์เต็มๆ
โลกของชั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ชั้นเข้มแข็ง อัพเลเวลมาหลายสเต็ปมาก

แต่สิ่งที่ติดในใจ อยากบอกผู้หญิงทุกคน...จนเราต้องมาแชร์เป็นกระทู้คือเรื่องนี้แหละ
ชีวิตจริงของเรา ที่เคยไม่เห็นหัวตัวเอง พยายามมองข้ามสัญชาติญาณ
ที่เตือนให้เลิก อย่ายื้อ อย่ารั้ง ผู้ชายที่หลอกเรา ทำร้าย ทรยศเรา

และการเดินทางค้นพบความหมายของตัวเอง รักตัวเองให้เป็นและการเริ่มต้นครั้งใหม่
ที่กำลังจะเกิดขึ้น.......

 
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่