ฤาจะมีเพียงแค่ 5% ของมนุษย์เงินเดือนเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ

...สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ไม่มีทฤษฎีหรือบทนิยามใดมารองรับอย่างจริงจัง
เพียงแค่คืนนี้นอนไม่หลับ และอยากจะเขียนอะไรบางอย่าง ก็เท่านั้นเอง...

คำว่าความสำเร็จในการทำงาน ความสำเร็จในอาชีพของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน
บางคน อาจหมายถึง ตำแหน่งหน้าที่ (ความต้องการขั้นที่ 4 ของมาสโลว์ : ความภาคภูมิใจ)
บางคน อาจหมายถึง เงินเดือนและรายได้สูงๆ เพื่อความมั่นคงและตอบสนอง Need ต่างๆ
บางคน อาจหมายถึง เพื่อนร่วมงานที่ดี ทำงานแล้วสบายใจ ไม่เสียสุขภาพจิต
บางคน อาจหมายถึง งานที่สามารถรักษาดุลยภาพของชีวิตได้ (Work life balance)
บางคน อาจหมายถึง งานที่ตนเองชอบ (ไปทำงานโดยไม่รู้สึกว่าทำงาน)
บางคน อาจหมายถึง งานอะไรก็ไม่รู้ เอาที่สบายใจ

แต่หลายๆ คนไปไม่ถึงฝั่งฝัน บางคนยอมแพ้อะไรง่ายๆ และทิ้งความฝันของตัวเอง
และไขว่คว้าหาฝันใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ จนบางคนมารู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว
ผมไม่ได้ว่า คนมีฝัน เป็นเรื่องที่ไม่ดีนะครับ แต่คนมีฝัน ต้องทำความฝันให้สำเร็จ
นั้นแหละที่เรียกว่าคนมีฝัน ที่ไม่ใช่ฝันลมๆ แล้งๆ

แล้วทำไมเราไปไม่ถึงฝั่งฝันล่ะ ?
การไม่พัฒนาตัวเอง ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง การไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เชื่อมั่นในตัวเอง
มากเกินไปก็เป็นปัจจัยหนึ่ง การยอมแพ้ต่ออุปสรรคอย่างง่ายดายก็เป็นปัจจัยหนึ่ง
การไม่มีมนุษยสัมพันธ์ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง การให้ความสำคัญผิดประเด็นก็เป็นปัจจัยหนึ่ง
(ลองหาอ่านเรื่องเกี่ยวกับสาเหตุแห่งการล้มเหลวใน Google น่าจะมีเยอะ)

สุดท้ายแล้ว  คนที่วิ่งเข้าเส้นชัย ก็จะเหลือประมาณ 5% เท่านั้น
ใช่ครับ ! โลกแห่งการทำงาน ก็ไม่ต่างจากการแข่งขัน แข่งกันวิ่ง ใครวิ่งเร็วกว่า ก็ชนะ

แต่สำหรับผม ในชีวิตจริง นอกจากเป็น HR แล้ว ผมยังเป็นนักวิ่งอีกด้วยครับ (นักวิ่งจริงๆ)
ผมค่อนข้างวิ่งเร็วครับ เป็นนักกีฬาวิ่งตั้งแต่เรียนประถม ยันมหาวิทยาลัยเลยครับ
สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการวิ่ง และเอามาเป็นหลักคิดในการทำงานก็คือ 

1.ในการทำงาน ถ้าคุณไม่เก่งระดับเทพ คุณต้องมีความพร้อมอย่างสูงสุด
เช่น ผมไม่ได้มีพรสวรรค์ในการวิ่งมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นผมต้องมีความพร้อมอย่างสูงสุด
คือการ ซ้อม ซ้อม และซ้อมครับ ซ้อมจนมั่นใจว่า ลงแข่งแล้วต้องชนะ
การทำงานก็เช่นกัน ถ้าผมได้รับมอบหมายงานจากหัวหน้า และต้องออกไป Present
ผมจะซ้อม Present ให้ตัวเองฟังก่อน จนมั่นใจว่า พูดรู้เรื่อง
(Present เก่ง ไม่ใช่พูดเก่งนะครับ แต่ต้องเข้าใจเรื่องที่พูด ต่อยอดได้ ตอบคำถามได้)

2.คนที่จะก้าวสู่ที่สูงได้ ต้องเกิดจากส่งเสริมจากผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบหัวผู้อื่นขึ้นไป
อันนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับการวิ่ง (ลืมๆ มันไปก็แล้วกัน)

3.วิ่งเร็วเกินไป อาจสะดุดล้ม หรือบาดเจ็บก่อนเข้าเส้นชัย
ในขณะที่ผมยังทำงานอยู่กับบริษัทปัจจุบัน ด้วยความมุ่งมั่น และอยากประสบความสำเร็จ
และอยากพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ในระหว่างนั้นเอง ก็มีบางบริษัทติดต่อสัมภาษณ์งานเข้ามา
ถ้าพูดชื่อบริษัทคิดว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ในอัตราเงินเดือนที่ดึงดูดแบบสุดๆ แต่ผมประเมิน
ตัวเองแล้วว่า ยังไม่พร้อมขนาดนั้น ถ้าก้าวออกไปอาจมีการบาดเจ็บล้มตายกันทีเดียว
(แต่ถ้าใครคิดว่าไปรอด ก็ไปโลด) ตอนนี้ผมก็ยังอยู่ที่เดิม 555

4.การวิ่งมีหลายแบบ ทั้งระยะสั้น ระยะยาว วิ่งเดี่ยว วิ่งผลัด
การทำงานก็เช่นกัน มีหลายรูปแบบ งานบางอย่างต้องทำคนเดียว งานบางอย่างต้องทำ
เป็นทีม งานบางอย่างเสร็จไปเป็นงานๆ งานบางอย่างต้องทำต่อเนื่อง
ดังนั้นต้องยืดหยุ่นและปรับตัวให้ได้

5.ต้องมีจุดแข็งของตัวเอง เช่น ถ้าโค้ช จะเลือกใครซักคน เข้าแข่งขันวิ่ง 100 เมตร
จะต้องมีชื่อผมเป็นคนแรกๆ ในหัวของโค้ช สำหรับการทำงานก็เช่นกัน เราก็ต้องมีจุดแข็ง
จุดเด่นของตัวเอง (สร้างได้) ถ้าหัวหน้าคิดถึงเรื่องนี้ ต้องนึกถึงเรา แต่ต้องเป็นเรื่องที่
จับต้องได้ มีค่ามีราคา นะครับ ไม่ใช่ใช้ไปซื้อกาแฟ ต้องนึกถึงเรา อันนี้เรียกเบ๊ทั่วไป

ณ วันนี้ผมก็ยังไม่ใช่ 5% ที่พูดถึง แต่ผมจะพยายามและต้องไปถึงจุดนั้นให้ได้อย่างแน่นอน

-ยินดีแลกเปลี่ยนทรรศนะครับ-
ไก่อูและปลาทูแม่กลอง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่