บทวิจารณ์นี้ จะเขียนโดยไม่พิจารณา เรื่องของประเด็นเสียดสีการเมือง
มอง บทของ ตัวละคร ที่ทำให้ข้อสรุปที่ไม่ดี
อารมณ์ > เหตุผล
1. คู่ควร
สำหรับผมนะ เริ่มด้วยเรื่อง การสัมภาษณ์ เพื่อไปฟินแลนด์ ซู ดูไม่ค่อยคู่ควรที่จะได้รับทุนนี้ ดูสับสน และขาดเป้าหมาย
ถ้าเป็นทุนเรียนระดับ ป.ตรี ต้องเลือกคณะ มีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วนะ ทำให้ ซู ดูไม่น่าเชื่อถือเลย
แล้วยิ่งดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ยิ่งรู้สึกว่า ซู ใช้อารมณ์ ตลอดทั้งเรื่อง
2. ความยินยอม
- ในหนังไม่ได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ซู ได้โน้มน้าว เพื่อให้พ่อ ยินยอม เซ็นชื่อเพื่อไปเรียนต่อหรือไม่ ?
จริงๆ แล้วควรจะ โน้มน้าว ก่อน เพราะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ต้องได้รับความยินยอม
แถมมีความพยายามปลอมลายเซ็นต์ ของพ่ออีกต่างหาก
เล่นไปซื้อของ บอกคนอื่นๆ ว่าจะไปเรียนต่อแล้ว
3. ความรับผิดชอบ
- ซู พาน้องเที่ยวกลางคืน เชื่อว่า ซัน ยังไม่สิบแปดปี ซึ่งไม่ควรเข้ามาเที่ยวในผับได้
เป็นพี่สาว ก็ควรจะมีความรับผิดชอบ ห้ามน้องมากกว่า นะ แต่เหมือนกับว่า รู้เห็นในการมาเที่ยวของน้อง
- พ่อ ในเรื่อง วันๆ เห็นแต่อ่านหนังสือพิมพ์ มีหน้าที่คอยเก็บเงินอย่างเดียว เลยดูแล้วเหมือนไม่ทำหน้าที่อะไรเท่าไหร่
4.ทิ้ง
- เบลทิ้งของที่แม่ซื้อให้ คือถ้าไม่อยากได้ก็ควรบอกสิ ถ้าไม่บอก ก็ควรจะเก็บไว้เฉยๆ หรือเอาไปให้คนอื่น ดีกว่าทิ้งลงถึงขยะ
- ทิ้งโอกาส หลังจากรับใบยินยอมจากพ่อแล้ว กับเลือกฉีก ทิ้งเลย ตามใจอารมณ์เลย ถ้าบทฉลาดหน่อย ก็ควรจะมีจังหวะทบทวนก่อนตัดสินใจ
- พอรู้ความจริงๆ ก็หนี ไม่รู้ว่าได้บอกลาน้องหรือเปล่า
ทิ้งให้ น้อง ต้องรับภาระหน้าที่ ดูแลร้านแทนตัวเอง
ทิ้งให้พ่อต้องรู้สึกว่าตัวเองดูแลลูกไม่ดี หัวใจคนเป็นพ่อ มันปวดร้าวมากเลยนะ
5. หนี
ปกติคนเราเจออะไรที่ผิดหวังแล้ว แล้วเลือกจะหนี มันมี 4 แนวทางคือ
- ตาย : เป็นการหนีอย่างสมบูรณ์แบบ
- หนีไปที่อื่น แล้วไม่หวนกลับมา : หนีปัญหา แล้วไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น
- หนีไปที่อื่น แล้วก็กลับมา (ไปเที่ยว , ไปบวช) : หลบไปฟื้นตัว และค้นหาตัวเอง แล้วกลับมาโลกแห่งความจริง
- เก็บตัว : หลบไปฟื้นตัว และค้นหาตัวเอง แล้วกลับมาโลกแห่งความจริง
ในหนังมัน แสดงแค่แนวทางที่ 1 หรือ 2 เพราะการไปจากลา ยายของเบล กะว่าหนีแล้วไม่กลับมาแน่
ถ้าหนัง แสดงแนวทางที่ 3 หรือ 4 ให้เห็นว่า แม้ว่าจะเจ็บปวดผิดหวังมากเพียงใด ก็จะกลับมาได้ และโตเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริง
บทสรุปทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังวัยรุ่นหนีปัญหา
6. ลืมไปหรือเปล่า ?
- Visa ได้ขอหรือยัง ? ผมไม่เห็นในเช็คลิสนะ อาจจะมีแล้วผมไม่เห็นหรือเปล่า ?
- ตอนบทเบล ที่ทำงานใน 7-11 อยากจะบอกว่า ตามระเบียบแล้ว พนักงาน 7-11 ต้องใส่กางเกง ขายาวสีดำ
- ตอนเริ่มเรื่อง คนที่ไปซื้อของเข้าร้านเป็นลูกจ้าง ซู จะทำหน้าที่ ปรุงน้ำซุป พอตอนท้าย กลายเป็น ซู ไปซื้อหมู กับพ่อที่ตลาดแทน
-----------------------------------------
ผมชอบการแสดงน้องนะ ตอนดู trailer ก็คิดว่าจะเป็นหนัง coming of age
แต่กลายเป็นหนังดราม่า ที่เล่นแสดงสัญลักษณ์ เสียดสีการเมืองแทน
พอขึ้นต้นเรื่องปุ๊บ หนังใส่ ฉากที่ ทำให้เปลี่ยนโหมดอารมณ์การดูแล้ว
ทำให้รู้สึกใช้เหตุผลการดูทำให้เจอแต่เรื่องทำให้หงุดหงิด วัยรุ่นหนีปัญหา
ตามที่เขียนขึ้นมาข้างบน จริงๆ มีมากกว่านั้น แต่มันไม่ชัดเจนเลยไม่ได้เขียนใส่มา
(สปอยล์) Where We Belong ดูแล้วไม่ชอบ เพราะ ?
มอง บทของ ตัวละคร ที่ทำให้ข้อสรุปที่ไม่ดี
อารมณ์ > เหตุผล
1. คู่ควร
สำหรับผมนะ เริ่มด้วยเรื่อง การสัมภาษณ์ เพื่อไปฟินแลนด์ ซู ดูไม่ค่อยคู่ควรที่จะได้รับทุนนี้ ดูสับสน และขาดเป้าหมาย
ถ้าเป็นทุนเรียนระดับ ป.ตรี ต้องเลือกคณะ มีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วนะ ทำให้ ซู ดูไม่น่าเชื่อถือเลย
แล้วยิ่งดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ยิ่งรู้สึกว่า ซู ใช้อารมณ์ ตลอดทั้งเรื่อง
2. ความยินยอม
- ในหนังไม่ได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ซู ได้โน้มน้าว เพื่อให้พ่อ ยินยอม เซ็นชื่อเพื่อไปเรียนต่อหรือไม่ ?
จริงๆ แล้วควรจะ โน้มน้าว ก่อน เพราะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ต้องได้รับความยินยอม
แถมมีความพยายามปลอมลายเซ็นต์ ของพ่ออีกต่างหาก
เล่นไปซื้อของ บอกคนอื่นๆ ว่าจะไปเรียนต่อแล้ว
3. ความรับผิดชอบ
- ซู พาน้องเที่ยวกลางคืน เชื่อว่า ซัน ยังไม่สิบแปดปี ซึ่งไม่ควรเข้ามาเที่ยวในผับได้
เป็นพี่สาว ก็ควรจะมีความรับผิดชอบ ห้ามน้องมากกว่า นะ แต่เหมือนกับว่า รู้เห็นในการมาเที่ยวของน้อง
- พ่อ ในเรื่อง วันๆ เห็นแต่อ่านหนังสือพิมพ์ มีหน้าที่คอยเก็บเงินอย่างเดียว เลยดูแล้วเหมือนไม่ทำหน้าที่อะไรเท่าไหร่
4.ทิ้ง
- เบลทิ้งของที่แม่ซื้อให้ คือถ้าไม่อยากได้ก็ควรบอกสิ ถ้าไม่บอก ก็ควรจะเก็บไว้เฉยๆ หรือเอาไปให้คนอื่น ดีกว่าทิ้งลงถึงขยะ
- ทิ้งโอกาส หลังจากรับใบยินยอมจากพ่อแล้ว กับเลือกฉีก ทิ้งเลย ตามใจอารมณ์เลย ถ้าบทฉลาดหน่อย ก็ควรจะมีจังหวะทบทวนก่อนตัดสินใจ
- พอรู้ความจริงๆ ก็หนี ไม่รู้ว่าได้บอกลาน้องหรือเปล่า
ทิ้งให้ น้อง ต้องรับภาระหน้าที่ ดูแลร้านแทนตัวเอง
ทิ้งให้พ่อต้องรู้สึกว่าตัวเองดูแลลูกไม่ดี หัวใจคนเป็นพ่อ มันปวดร้าวมากเลยนะ
5. หนี
ปกติคนเราเจออะไรที่ผิดหวังแล้ว แล้วเลือกจะหนี มันมี 4 แนวทางคือ
- ตาย : เป็นการหนีอย่างสมบูรณ์แบบ
- หนีไปที่อื่น แล้วไม่หวนกลับมา : หนีปัญหา แล้วไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น
- หนีไปที่อื่น แล้วก็กลับมา (ไปเที่ยว , ไปบวช) : หลบไปฟื้นตัว และค้นหาตัวเอง แล้วกลับมาโลกแห่งความจริง
- เก็บตัว : หลบไปฟื้นตัว และค้นหาตัวเอง แล้วกลับมาโลกแห่งความจริง
ในหนังมัน แสดงแค่แนวทางที่ 1 หรือ 2 เพราะการไปจากลา ยายของเบล กะว่าหนีแล้วไม่กลับมาแน่
ถ้าหนัง แสดงแนวทางที่ 3 หรือ 4 ให้เห็นว่า แม้ว่าจะเจ็บปวดผิดหวังมากเพียงใด ก็จะกลับมาได้ และโตเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริง
บทสรุปทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังวัยรุ่นหนีปัญหา
6. ลืมไปหรือเปล่า ?
- Visa ได้ขอหรือยัง ? ผมไม่เห็นในเช็คลิสนะ อาจจะมีแล้วผมไม่เห็นหรือเปล่า ?
- ตอนบทเบล ที่ทำงานใน 7-11 อยากจะบอกว่า ตามระเบียบแล้ว พนักงาน 7-11 ต้องใส่กางเกง ขายาวสีดำ
- ตอนเริ่มเรื่อง คนที่ไปซื้อของเข้าร้านเป็นลูกจ้าง ซู จะทำหน้าที่ ปรุงน้ำซุป พอตอนท้าย กลายเป็น ซู ไปซื้อหมู กับพ่อที่ตลาดแทน
-----------------------------------------
ผมชอบการแสดงน้องนะ ตอนดู trailer ก็คิดว่าจะเป็นหนัง coming of age
แต่กลายเป็นหนังดราม่า ที่เล่นแสดงสัญลักษณ์ เสียดสีการเมืองแทน
พอขึ้นต้นเรื่องปุ๊บ หนังใส่ ฉากที่ ทำให้เปลี่ยนโหมดอารมณ์การดูแล้ว
ทำให้รู้สึกใช้เหตุผลการดูทำให้เจอแต่เรื่องทำให้หงุดหงิด วัยรุ่นหนีปัญหา
ตามที่เขียนขึ้นมาข้างบน จริงๆ มีมากกว่านั้น แต่มันไม่ชัดเจนเลยไม่ได้เขียนใส่มา