หนุ่มๆ สาวๆ 30++ มีการวางแผนอนาคตกันยังไงบ้างค่ะ มาแชร์กันหน่อย น๊า (2ปีผ่านมา แวะมาเล่าให้ฟังค่ะ)

หนุ่มๆ สาวๆ 30++ มีการวางแผนอนาคตกันยังไงบ้างค่ะ มาแชร์กันหน่อย น๊า (2ปีผ่านมา แวะมาเล่าให้ฟังค่ะ)

จากครั้งที่แล้วที่มาเล่าเรื่องราวชีวิตในช่วงอายุ 30 ปี ตอนนี้ 32 ละค่ะ เลยแวะมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง ทั้งประสบการณ์ต่างๆ และสถานะการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป มาจาก https://pantip.com/topic/36456796 (2 ปีก่อนนะคะ)

           2 ปี ผ่านมาแล้วค่ะ เป็นช่วงเวลาที่มันเร็วมากๆ ยังไม่ทันตั้งตัวเลยค่ะ จากที่ลุยงานหนักมาเกือบ 5 ปี กับธุรกิจตัวเอง
สุดท้ายยอมทิ้งทุกอย่างไว้ให้เป็นเพียงประสบการณ์ค่ะ เพราะ 2 เหตุการณ์ที่ทำให้ตนเองไม่ไหวกับจุดที่ทำอยู่ ขอเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้เปลี่ยนมุมมองและเส้นทางชีวิตใหม่นะคะ
1) ปีที่แล้วช่วงวันที่ 15 ก.ค. ค่ะ หลังจากเจอมรสุมมาช่วงหนึ่ง เป็นช่วงที่หนักมากสำหรับชีวิตพ่อค้า แม่ค้า เรารู้สึกเหนื่อยมากๆ เนื่องจากตอนนั้นตั้งแต่ช่วงเปิดเทอมมา จนถึงเดือน 7 เราไม่มีเงินเลยค่ะ ขายของไปกินไป ไปขายของเจอฝนตกก็ไม่ได้เงิน กลับมาบ้านก็ทุกข์มาก ทั้งๆ ที่ไปขายเกือบทุกวันจนท้อ และเราไปหาแม่ช่วงวันอาทิตย์ค่ะ (แม่หยุดทำงานวันอาทิตย์) วันนั้นเลยหยุดขายเพราะฝนตกปรอยทุกวันเลย ไปหาแม่คุยกันสนุกสนาน ปรับทุกข์ให้แม่ฟัง และคุยกันเรื่องหนี้ กยศ. (ตอนนั้นเราเป็นหนี้อยู่ 220,000 ค่ะ กู้เรียน) คุยเพลินเพราะอยู่กับที่บ้านแฮปปี้มากๆ มีน้องสาวอีกหนึ่งคนค่ะ เม้าส์มอยกันสุดๆ 
มาเรื่องหนึ่งค่ะ ที่ทำร้ายจิตใจเรามากๆ อ้าว!!!! แล้ววันเกิดแม่หนูไปอยู่ที่ไหน (วันเกิดแม่ 13 มิ.ย.) เราลืมวันเกิดแม่ตัวเองค่ะ คือเราเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก ตอนนั้นรู้สึกผิดมากๆ แม้แต่เค้ก หรืออวยพรให้แม่ก็ไม่มี เราเข้าไปกอดแม่ค่ะ และบอกแม่ว่า ขอโทษที่ลืมวันเกิด แม่บอกว่าไม่เป็นไร เค้ารู้ว่าเราต้องหาเงิน ซึ่งตอนนั้นเราเองต้องผ่อนคอนโด รถ หนี้บัตร รวมๆเดือนละ 30,000 ต้องหาเงินให้ได้ นี่คือเหตุการณ์ที่หนึ่งค่ะ
2) กยศ. มีเอกสารมาทวงหนี้ตามระยะเวลา รวมๆ น่าจะ 8พัน เราอึ้งค่ะ เพราะเราไม่มีเงินเลย มีเงินติดตัวไปขายของวันละ 500-1000 เท่านั้น หมุนไปเรื่อยๆ แค่มีกินไปวันๆ เราโทรไปหาแม่ค่ะ ขอยืมแม่10,000 เพื่อเอาไปจ่าย แม่บอกว่าไม่มี (เค้าแกล้งเราค่ะ) และบอกเรากลับมาว่า แม่จะให้เงินก้อนสุดท้าย 100,000 บาท เอาไปปิดครึ่งนึง แม่มีเท่านี้ (เรานี่ร้องไห้อยู่บนรถเลย ตอนนั้นร้อนมากๆ รอลงขายของ) สรุปแม่ปิดหนี้ให้ เหลือหนี้ กยศ.อีก 100,000 ค่ะ

          2 เหตุการณ์นี้บอกเราว่า เราควรให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก แม้วันสำคัญก็ไม่น่าจะลืมได้ค่ะ (ห้ามลืม ห้ามละเลยเด็ดขาด เพราะพวกเค้าคือคนที่เรารัก และรักเราค่ะ) และอีกเรื่องคือเราเองต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน อย่าให้คนในครอบครัวต้องมานั่งลำบากเพราะเราค่ะ แม้ว่าเค้าเหล่านั้นจะเต็มใจทำก็ตาม และจุดเปลี่ยนก็มาถึง

          เราลองหางานทำตั้งแต่ต้นปี 2561สมัครงานทิ้งไว้มากมายค่ะ ไม่มีใครเรียกเราทำงานเลย เรายอมขายของใน STOCK ค่ะ ปล่อยหมดเกลี้ยง แบบขาดทุนก็เอา และปีที่แล้วก่อนสงกรานต์ เรานำสินค้าไปปล่อยจนแม่ค้าเค้าคงเบื่อหน่ายเราค่ะ เพราะคนทั้งตลาดมารุมร้านเราคนเดียว ..
ระหว่างนั้นก็สมัครงานไปค่ะ จนตอนหลังๆ ไปสมัครงานเกือบทุกอาทิตย์เลย และมีข่าวดีคือเราได้งานทำค่ะ จากปกติเราพักที่ศรีนครินทร์ ไปทำงานที่ออฟฟิศที่เอกมัยค่ะ ก็ค่อนข้างรถติดมาก ๆ เราไปเริ่มงานตั้งแต่ วันที่ 1 ส.ค. ค่ะ เริ่มงานในตำแหน่งพนักงานขาย (ขายสินค้าของบริษัทเอกชนค่ะ)

ทีนี้เราขอนำความสามารถที่เล่าจากกระทู้ที่แล้วมาเล่าให้ฟังนะคะ ว่าเรานำความสามารถอะไรมาใช้ในงานบ้าง
- ชอบงานออกแบบ ถ่ายรูป งานศิลป์ ทุกประเภท /////**เราตัดต่อรูปสินค้าและแค็ตตาล็อคเองบางส่วนค่ะ ซึ่งทางบริษัทยังไม่มีทำด้านนี้โดยเฉพาะ**
- คอมพิวเตอร์ และ อินเทอร์เน็ต ออนไลน์ ได้ทุกแบบ /////**เราทำรายงาน แผนภาพ และงานอื่นๆบนคอมฯ ของเราเองทั้งหมดค่ะ**
- ชอบแต่งตัวเรียบร้อย เมคอัพหรู เข้างานสังคม (พวกใส่สูท ไปพบลูกค้า แบบนี้อะค่ะ เมคอัพเลิศเลยค่ะ อิอิ) /////**ทุกวันนี้กลับมาใส่สูท แต่งสวยทุกวันค่ะ**
- ชอบขับรถค่ะ เดินทางแบบขับไปเอง /////**เดินทางไปหาลูกค้าไปรอบทิศทางแบบแมลงสาบค่ะ ไปได้ทุกที่ ของ กทม. และปริมณฑล**
- ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ค่ะ /////**สินค้าเรามีสินค้าใหม่ๆ เรื่อยๆ เกี่ยวกับงานออกแบบ ซึ่งส่วนตัวชอบมาก ตัวอย่างสินค้ามาจะแฮปปี้มากๆ ที่ได้เห็นค่ะ**
- ไม่ชอบทำงานที่อยู่กับที่ค่ะ /////**อยู่ออฟฟิศช่วงเช้า ไปหาลูกค้าช่วงบ่าย ไม่ก็สลับกัน บางวันไม่เข้าออฟฟิศค่ะ**
- รักอิสระ ทางความคิดค่ะ และมี ไอเดีย เรื่อยๆ ไม่รู้ว่ามาได้ไง ไปเรื่อย อะ ค่ะ /////**ทุกวันนี้วางแผนการขายเองหมดค่ะ แผนไปหาลูกค้า แผนเป้าหมาย ยอดขาย และอื่นๆ**
- ค่อนข้าง แยกแยะ งาน กับ เรื่องส่วนตัว นะค่ะ /////**เป็นคนจริงจังกับงานมากๆ ค่ะ**
คือทุ่มเท มากๆๆ ถ้ามันใช่ และคิดแล้วว่า งานนี้ดี อะค่ะ ส่วนเรื่องส่วนตัวก็โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ค่ะ อิอิ (แต่ร่าเริง เข้ากับคนง่าย พูดจารู้กาลเทศะ นะค่ะ เหมือนจะติดๆ จากการที่ไปสอน นศ. มา ด้วย อะค่ะ ) /////**หลายๆ คนชอบเรา เค้าว่าเราเฮฮาดีค่ะ (มีคนบอกต่อมาอีกทีนะคะ ไม่ได้ยกตัวเอง 555+)**
- ภาษาอังกฤษ พอได้ เล็กๆ น้อยๆ ค่ะ แต่ไม่ได้ฝึกอย่างจริงจัง อะไร ก็ในชีวิตประจำวันอะ ไม่ค่อยได้ใช้ค่ะ มีไปสมัครเว็บหาคู่ไว้ด้วยค่ะ อ่า สมัครไปงั้น 555+ ฝึกภาษาอะไรกัน พอคุยกันรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว ก็พูดกัน แบบเดิมๆ 555+ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยค่ะ คงเพราะเราก็นานๆเข้าไปบ้าง ไม่เข้าไปบ้าง อะนะค่ะ แต่ถ้าได้ใช้ และได้ฝึกใช้อย่างจริงจัง ก็ไม่น่านานค่ะ เพราะภาษาอังกฤษ ก็ชอบอยู่แล้วค่ะ /////**ได้ฝึกภาษานิดหน่อยแต่ไม่เยอะค่ะ เพื่อนร่วมงานบางคนเป็นต่างชาติ และลูกค้ามีบ้าง แต่ไม่เยอะค่ะ**
- ชอบพูดค่ะ (พูดในหลักวิชาการ และ ความจริง นะค่ะ ชอบสื่อสาร แลกเปลี่ยน แนะนำ และ อื่นๆ ค่ะ) /////**พูดทุกวัน อธิบายสินค้าทุกวันจนคล่องแล้วค่ะ**

          9 ข้อที่พูดมาในกระทู้ที่แล้ว เราได้นำมาใช้หมดเลยค่ะ และทีนี้เราจะมาพูดถึงงานขายกันนะคะ หลักๆของเราขายอย่างเดียวเลยค่ะ สินค้าของบริษัทมีกี่ประเภท ขอให้ขายให้ได้ก็พอ เข้าไป 2 เดือนก็เจอปัญหาค่ะ มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน (หัวหน้าเราเอง) เราเลยเดินไปลาออกค่ะ มันหลายอย่างมากๆ ตอนนั้นเลยคิดว่าหางานใหม่น่าจะดีกว่า สุดท้ายผู้จัดการไม่ให้เราออกเค้าว่าปัญหากับหัวหน้ามีมานานแล้ว ไปๆมาๆ เราเลยอยู่จนผ่านโปรด้วยคำร้องขอของผู้จัดการว่าเค้าไม่มีคนช่วยขายของ และเราผ่านโปรเค้าเพิ่ม งด.ให้อีกค่ะ แรกเข้าให้ 21,500 ตอนนี้รวมคอมรับอยู่เดือนละ 33,000-53,000 ค่ะ สลับกันทุกเดือน (อยู่กับคอมฯ ที่เราขายด้วยค่ะ) จึงทำให้การเงินเราค่อนข้างดีมากขึ้น จากวันที่เริ่มงานมาจนถึงปัจจุบันผ่านไปไวมากๆ 10 เดือนละค่ะ เห็นว่าเดือนหน้ามีการปรับเงินเดือนด้วยค่ะ (ตอนหลังหัวหน้าเราลาออก เราได้หัวหน้าใหม่ค่ะ ก็ยังร่วมงานกันได้เหมือนเดิม ..) เราคิดว่าเราตั้งใจทำงานมากๆค่ะ เนื่องจากตอนแรกตั้งใจไว้แล้วว่า ถ้าได้งานเราจะรักองค์กรให้เหมือนบริษัทของเรา เราจะตั้งใจขายของให้เค้าเหมือนสินค้าของเรา (ทุกวันนี้เป็นแบบนั้นจริงๆ ค่ะ ทำงานสนุกมากๆ แม้ว่ายอดขาย เป้าหมายจะค้ำหัวอยู่ทุกวันก็ตาม 555+ ฝ่ายขายอะเน๊อะ เวลาผ่านไปไวมากๆ แปบๆ สิ้นเดือน มันเป็นแบบนี้จริงๆ ค่ะ)

          ทีนี้มีถึงเป้าหมาย และมุมมองที่เปลี่ยนไปนะคะ บริษัทที่ทำเป็นองค์กรลูก เล็กๆ ค่ะ แต่มีบริษัทแม่(ใหญ่) ใหญ่ๆ อีกที คือบริษัทของเรางบไม่เยอะ ยอดขายไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ เหมือนทางผู้จัดการอยากเลี้ยงคนและองค์กรไว้มากกว่า ผลกำไรนี่ไม่ต้องพูดถึงค่ะ ก็ยอดขายไม่ได้มากมายอะไร จริงๆเราเองมาอยู่แค่ 10 เดือน เรามองเห็นปัญหาหมดนะคะ สามารถอธิบายได้ว่าจริงๆเราควรทำยังไงให้องค์กรอยู่ได้ แต่ทางผู้ใหญ่เค้าไม่ได้มองอย่างเราค่ะ ถ้าคุณจะขายของ คุณตั้งกำไร 20% คู่แข่งเค้าตั้งกำไรไว้ 10% ม้ามืดมาแบบ 5% แค่นี้เราก็สู้ราคาเค้าไม่ได้แล้วค่ะ ลองคิดเล่นๆถ้าเราเป็นคนซื้อเราอยากได้อะไรละคะแพง 20%/10%/5% ใครๆก็ต้องการของถูก นี่แหละค่ะที่เป็นปัญหาในทุกวันนี้ แต่เราก็ไม่ท้อนะคะ เจ้านี้ไม่ซื้อ เสนอสินค้าอย่างอื่นไปค่ะ และไปเสนอเจ้าอื่นๆ ต่อ ได้ ไม่ได้ ก็มีรายงานไว้ส่งค่ะ คือเราว่าเราทำเต็มที่แล้วจริงๆ หาลูกค้าใหม่ ดูแลลูกค้าเดิม .. ไปเรื่อยๆ เราเลยมีความคิดว่า ที่นี่เค้าให้เกษียนอายุ 55 นะคะ หลังจากนั้นเค้าต่อสัญญาปีต่อปี คือดีอ่ะค่ะ ใครที่ทำงานไหวก็โตไปด้วยกัน แก่ไปด้วยกัน คือดีย์ค่ะ ถ้าเราไม่คิดอะไรมาก เราก็ทำที่นี่ไปจนกว่าจะเกษียนก็ได้ ตอนแรกที่คิดนะคะ ขี้เกียจเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ 555+ แต่ไม่ค่ะ เราคิดแบบนี้

         จะไปเรียนต่อ โท เพิ่ม อีกใบค่ะ แต่ขอเวลาอีก 2 ปี เนื่องจากหนี้สินตอนนี้ ยังมีอยู่ค่ะ ทีนี้เรามาพูดถึงหนี้สินกันบ้าง เล่าแต่เรื่องดีๆ มาเยอะละ
มาดูกันเลยค่ะ มาเปลือยหนี้กัน
- รถยนต์ ส่งเดือนละ 7,100 ตอนนี้ยอดปกติดีค่ะ เหลืออีก 16 เดือน (จะหมดแล้วค่ะ ดีใจล่วงหน้าเลย)
- บัตรเครดิต 200,000 ค่ะ (เอาเงินไปทำธุรกิจ และหมุนจนล้น) ตอนนี้ทยอยส่งค่ะ และมีวางแผนใช้หนี้โดยไม่กดออกมาอีก
- คอนโด ผ่อนเบาๆ เหลือในธนาคารอีก 250,000 ค่ะ (ผ่อนไปเรื่อยๆ หมดหนี้ค่อยเริ่มทยอยปิดค่ะ)
- กยศ. 112,000 (ตอนนี้เหลือ 62,000 เนื่องจากเมื่อวาน แม่แอบเอาเงินตัวเองไปปิดให้อีก 50,000 โดยที่ไม่บอกเราค่ะ เพิ่งมาบอกเมื่อคืน คือเกรงใจแม่มาก ๆ.. เค้าปิดยอดหนี้ให้ เรากับน้องค่ะ แม่ไม่ได้รวยนะคะ แต่เค้าเก็บเงินเก่งมาก เล่นแชร์อะไรนี่ เยอะแยะไปหมดค่ะ แต่ไม่มีหนี้นะคะ ..)

          รวมๆ ตอนนี้ ยอดหนี้ลดลงแล้วค่ะ รถยนต์ก็อีกแค่ปีครึ่งจะหมดแล้ว เราผ่อนมา 7 ปีนะคะ เพราะตอนออกรถนั้นเงินเดือนไม่เยอะค่ะ ตอนนี้เลยมีความคิดว่าจะวางแผนอนาคตของตัวเองใหม่ (ที่คิดว่าจะทำได้ แบบนี้ค่ะ)
- รถยนต์จะหมดเดือน 10 ปีหน้า เราอยากใช้หนี้บัตรเครดิตให้หมดด้วยเลยค่ะ อยากให้ยอดหนี้คงเหลือ = 0  สำหรับบัตรเครดิต (ตอนนี้กำลังทำบัตรเครดิตเพิ่มค่ะ จะทำอีก2 ใบ เพื่อโอนยอดไปรวมกันและปิดหนี้บัตรกดเงินสดให้หมด(UM..) เพราะดอกเบี้ยมันแพงกว่าค่ะ) ค่อยๆปิดไปให้หมดพร้อมๆกับรถยนต์เลยค่ะ (คาดว่าน่าจะเป็นไปได้ค่ะ) ถ้าบางเดือนรับเงิน 4-5 หมื่น ก็ปิดได้เยอะเหมือนกันค่ะ
- หากว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หมดหนี้บัตรเครดิตแล้ว เราจะแบ่งเงินเดือนออก เอาเงินส่วนหนึ่งไปลงเรียน โท ค่ะ มีดูไว้แล้วย่านกลางเมืองไม่ไกลจากที่ทำงาน เรียนภาคค่ำแค่บางวัน ค่าเรียนผ่อนจ่ายเดือนละ 12,000 ค่ะ 
- หลังจากหมดหนี้รถ และหนี้บัตร และไปลงเรียนเพิ่มเราคิดว่าเราจะออกรถมอไซด์เพิ่ม 1 คันค่ะ ลืมเล่าให้ฟังตอนนี้ไม่ได้ใช้รถยนต์แล้วนะคะ เนื่องจากรถติด ไปหาลูกค้ายากมากๆ ทำงานไม่ทัน อ่ะค่ะ วันๆรถติดอยู่แต่บนรถ เลยขอผู้จัดการเอามอไซด์ไปแว๊นด์หาลูกค้า เค้าก็อนุญาตค่ะ แต่มอไซด์เรามันเก่า สภาพไม่ค่อยดีเลยค่ะ เนื่องจากมันจะ 9 ปีแล้ว (ซื้อขับตั้งแต่ช่วงเรียนโน้นอ่ะค่ะ) ทำให้ทุกวันนี้ถ้าไปหาลูกค้าไกลๆ จะเอารถยนต์ไปค่ะ และไปหาลูกค้าที่สาทร สีลม สุขุมวิท สยาม ในเมืองจะขี่มอไซด์ไป เลยรู้จักเส้นทางในเมืองระดับหนึ่งเลยค่ะตอนนี้ สามารถขี่แข่งกับพี่แมสได้แล้ว 555+
- เรื่องสุดท้ายที่เราอยากได้ตอนนี้ เราอยากเรียนให้จบโท ก่อนค่ะ อยากลงเรียนการตลาด เผื่อว่านำมาต่อยอดกับงานปัจจุบันได้ค่ะ และความหวังของที่บ้านก็อยากให้เราเรียนต่อ ..ซึ่งยังไม่มีใครไปถึงจุดนั้น ครอบครัวในตระกูลเราตอนนี้ เราเป็นคนเรียนจบ ป.ตรีคนแรกค่ะ และน้องสาวเราก็ต่อมา อีกไม่นานก็น่าจะน้องชายค่ะ (เพิ่งจะ ปวช.1 เอง 555+ ความหวังของที่บ้านอีกคน เจ้าของสวนยางในอนาคตค่ะ)
- ฝันเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง สุดท้ายถ้าวันหน้าเป็นของเราจริงๆ เราอยากซื้อบ้านค่ะ (บ้านแบบไหนก็ได้ที่มี ที่ดิน จะกู้ จะซื้อเงินสด ได้หมดค่ะ ตามเวลา โอกาส และเงินทอง) เนื่องจากทุกวันนี้มีความเดือดร้อนเรื่องที่จอดรถของคอนโดไม่พอค่ะ ถ้าจะหาที่จอดต้องไปเช่ารายเดือน ทำให้แย้งที่จอดกันสุด บางทีอยากไปกินอะไรตอนดึกๆ ยังไม่อยากเอารถยนต์ออกเลยค่ะ กลับมามักไม่ค่อยมีที่จอดรถ ...

(ถ้าแท็กไม่ถูกห้อง ขอโทษด้วยนะคะ)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่