[CR] Krabi First Time (Railay, Ao Nang) 2 วัน 1 คืนแบบชิวๆ ที่ไร่เลย์และอ่าวนาง

Destination: Krabi, Thailand (Ao Nang + Railay Beach)
Date: 15 - 16 June 2019

สวัสดีค่ะในช่วงเดือนมิถุนายนที่ไม่ค่อยมีวันหยุดยาวแต่มีความอยากเปลี่ยนบรรยากาศออกจากกรุงเทพฯ บ้างแบบนี้ก็พาให้เราหน้ามืดตามัวกดจองตั๋วเครื่องบินมากระบี่จองคืนวันพุธแล้ววันเสาร์ก็มาเลยแบบนั้น เลยไม่ค่อยได้เตรียมหาสถานที่ท่องเที่ยวหรือกิจกรรมอะไรมากมายแค่อยากมาเปลี่ยนบรรยากาศมาเจอทะเลแค่นั้นเพราะฉะนั้นกระทู้นี้ก็จะไม่ได้มีรีวิวร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยวเท่าไหร่เป็นเหมือนบันทึกการเดินทางของมนุษย์เงินเดือนที่แค่อยากมาเจออะไรใหม่ๆบ้างเท่านั้นนะคะ

เริ่มต้นที่สนามบินดอนเมืองเราบินไฟล์ท 9.35 น. ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงกระบี่กันแล้วเดินออกมาตามทางออกก็จะมีร้านเล็กๆ ที่มีป้ายสีขาวตัวหนังสือสีแดงเขียนว่า SHUTTLE BUS ถ้าหาไม่เจอก็ถามประชาสัมพันธ์ได้เพราะเราก็มองไม่เห็นค่ะป้ายเยอะแยะไปหมดเลย เราตั้งใจว่าจะเอาของไปเก็บในที่พักและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็บอกชื่อที่พักกับพี่คนขายตั๋วไปได้เลย เราพักที่ Amity Poshtel ซึ่งไม่รู้มาก่อนเหมือนกันว่ามีสองสาขา เปิดที่อยู่ตามที่จองมาให้เขาเลยได้ตั๋วมาราคา 90 บาท

ระหว่างทางเดินไปขึ้นรถหน้าสนามบินมีคนบอกทางเรื่อยๆ ไม่ต้องกลัวหลงเลยจ้า ที่ได้ขึ้นเป็นรถตู้ ประมาณยี่สิบนาทีก็มาถึงในตัวเมืองเหมือนเป็นอู่รถ ใครที่จะไปเกาะพีพีก็ต้องลงตรงนี้เหมือนกันแล้วเขาก็ให้เราเปลี่ยนไปขึ้นรถตู้อีกคัน ส่งเกือบถึงหน้าที่พักเลยเดินต่ออีกนิดเดียว

เราจองที่พักเป็นห้องหญิงล้วนมาค่ะ ในห้องมี 6 เตียง ความดีงามคือเป็นเตียยงชั้นเดียวเพราะฉะนั้นจะไม่เจอปัญหาคนที่นอนเตียงบนหรือล่างดิ้นเหมือนเวลาที่นอนโฮสเทลที่อื่นๆ และที่สำคัญคือราคาคืนละ 140 บาทเท่านั้น!!! ถ้าไม่ใช่เเพื่อนเคยมานอนก่อนและแนะนำต่อมาก็คงไม่ค่อยกล้าเลือกที่นี่เท่าไหร่แต่สถานที่จริงคือดี แอร์หนาวมากปรับไม่ได้อันนี้อาจจะต้องดูแลตัวเเองด้วยการใส่ชุดนอนขายาวแขนยาวเอง แต่เราก็ขี้หนาวด้วยแหละถ้าคนขี้ร้อนก็น่าจะนอนได้สบายเลยค่ะ

ใต้เตียงมีล็อคเกอร์เก็บของ ที่พักมีแม่กุญแจให้ด้วยอันใหญ่มากปลอดภัยแน่นอน ล็อคเกอร์ก็คือเอาเหล็กมาต่อใต้เตียงเลยเพราะฉะนั้นจะลึกเท่าความกว้างของเตียง ใส่ของได้เยอะมาก

เก็บของเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นขาสั้นรับกับบรรยากาศทะเลเรียบร้อยก็เดินไปขึ้นรถสองแถวเพื่อไปอ่าวนางต่อเลยจ้า

ระหว่างทางเจอร้านข้าวแกงกับขนมจีนตรงสี่แยกก็แวะเลย อร่อยมากค่ะ จานนี้ 20 บาทพร้อมเครื่องเคียงมากมาย แต่สำหรับใครที่ไม่ทานเผ็ดก็ไม่แนะนำนะคะเพราะของเขาเผ็ดจริง

เดินมาทางเซเว่นเรื่อยๆ จะเจอรถสองแถวสีขาวจอดอยู่ตรงป้ายนี้ ถามๆ พี่คนขับที่นั่งกันอยู่แถวนั้นดูให้แน่ใจอีกครั้งก็ได้ว่าไปอ่าวนางไหมแล้วก็ขึ้นรถได้เลย
สุดสายจากในเมืองมาอ่าวนางราคา 50 บาทตอนเช้าและ 60 บาทตอนเย็นตามป้ายเลย ไม่ต้องต่อและไม่โดนโกงแน่นอน นั่งรถขึ้นเขาประมาณครึ่งชั่วโมงมาถึงอ่าวนาง ถึงจะไม่เคยมาแต่ก็กะๆ เวลาเเอาว่าประมาณครึ่งชั่วโมงและเริ่มมองเห็นทะเลก็นั่นแหละน่าจะใช่ ไม่ชัวร์ก็ลงไปถามพี่คนขับก่อนอีกทีก็ได้

จากจุดที่ลงเดินย้อนกลับมาทางทะเลจะมีร้านตรงหัวมุมถนนเขียนว่าเรือไปไร่เลย์ ได้ตั๋วมาสองใบไปกลับในราคา 200 บาท คิดว่าน่าจะซื้อร้านไหนก็เหมือนกันเพราะเขาจะรอให้ถึง 8 คนแล้วพาไปลงเรือทีเดียว

เรามาคนเดียวมันก็จะลุ้นๆ หน่อยว่าถ้ามีสี่คู่บวกเราอีกหนึ่งเป็นเก้านี่จะไปกันยังไง รอสักพักไม่น่ามีคนมาเพิ่ม ตอนนั้น 7 คนแล้วก็เดินไปขึ้นรถสองแถวที่ริมหาดกัน

แล้วเดินต่ออีกหน่อยจนมาเจอเรือหางยาวที่จะพาเราไปไร่เลย์กันจ้า

ตอนแรกคิดไว่ว่ารอบนี้มากสุดคือให้น้ำซัดมาโดนเท้าก็พอ ไม่ได้จะเล่นน้ำเลย แต่เราต้องเดินลงทะเลไปขึ้นเรือกันนะคะเพราะมันเป็นดินป่าโกงกาง พี่เขาเอาเรือมาใกล้ฝั่งกว่านี้ไม่ได้จริงๆ คนอื่นก็น้ำสูงประมาณเข่า แต่เราที่สูง 158 ก็คือคลื่นเล็กๆ ลูกนึงก็เปียกไปครึ่งตัวแล้ว ก็ทำใจไปเพราะมาถึงขนาดนี้แล้ว ใต้น้ำจะมีบางจุดเป็นดินเลน เป็นหิน และเป็นทรายที่เดินได้ดีๆ เพราะฉะนั้นถ้าพี่คนขับเรือที่เดินนำเขาอ้อม ก็ควรเดินอ้อมตามเขา อย่าขี้เกียจเหมือนเราที่เดินไปเจอเลนและเกือบล้มแล้ว

ระหว่างที่นั่งเรือน้ำก็จะสาดกันแบบไม่มีความเมตตาใดๆ ถ้าจะเอาของที่เปียกไม่ได้มาควรหาวิธีรับมือเช่นใส่กระเป๋ากันน้ำ ส่วนเราก็ได้แต่เอาเสื้อชูชีพที่เหลือมาบังกระเป๋าไว้แก้ขัดไปก่อน ก็พอช่วยได้บ้าง แต่ตัวเองก็คือไปแล้วเปียกทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ต้องเลือกเลยว่าจะเล่นน้ำหรือเปล่าธรรมชาติเขาเลือกมาให้เราแล้วค่ะ

ถ้ามาจากอ่าวนางเราจะได้ลงไร่เลย์ฝั่งตะวันตกค่ะ ถ้ามาจากอ่าวน้ำเมาจะได้ลงฝั่งตะวันออก มุมที่เห็นในหนังเรื่อง Friend Zone อยู่ฝั่งตะวันออกนะคะ แต่ไม่เป็นไรเพราะว่ามีทางเดินข้ามฝั่งอยู่ค่ะ

ลงเรือมาก็จะเห็นแบบนี้

หันหลังกลับเจอทางเข้าแบบนี้ก็เข้าไปเลยค่ะ เหมือนจะไม่ใช่แต่มันเป็นทางที่ใช่แล้ว

เข้ามานิดนึงเจอทางแยกก็เบี่ยงขวาตามป้ายไปไร่เลย์ฝั่งตะวันออกเลยค่ะ
ระหว่างทางก็เป็นรั้วแบบนี้ไปจนสุด
มีทางเลี้ยวเข้าโรงแรมต่างๆ บ้าง อย่าเลี้ยวค่ะจนกว่าจะเจอป้ายนี้แล้วเลี้ยวขวา
ออกมาเป็นฝั่งตะวันออกแล้วค่ะ แต่ไม่ใช่ที่เล่นน้ำ ดูเป็นป่าโกงกางแบบนี้เราก็เลี้ยวขวาเลียบหาดไปค่ะ
สุดทางแล้วเลี้ยวขวาค่ะ ซ้ายมือจะเป็นถ้ำพระนาง ระหว่างทางมีลิงด้วย
สุดทางอีกทีเราจะมาเจอหาดฝั่งตะวันออกค่ะ ตรงนี้เล่นน้ำได้ มีศาลพระนาง
จะปีนเขาก็ได้
แต่จุดหมายของเรามันยังต้องไปต่อค่ะ เลี้ยวขวาเดินตามหาดไปเรื่อยๆ เลย
มีร้านขายอาหารบนเรือด้วย ขายน้ำผลไม้และอะไรอีกไม่รู้ไม่แน่ใจเพราะไม่อยากเดินลงน้ำไปขนาดนั้นแล้ว
ปลายทางเป็นภูเขาแบบนี้ จะเปลี่ยนบรยากาศไปนอนเล่นใต้ผาก็ได้ แถวนี้ไม่ค่อยมีคนเพราะลงเล่นน้ำไม่ได้
หันหลังกลับมาก็จะเจอสิ่งที่ตามหาจ้า
ถ่ายรูปเสร็จฝนก็ลงเม็ดเลย สารภาพว่ารูปเมื่อกี้ก็แต่งเพราะฟ้ามืดมัวหม่นมาก รีบเดินกลับทางเดิมเลยเพราะไม่มีที่หลบฝนได้ ตัวเองไม่เท่าไหร่แต่กลัวกระเป๋าเปียกเเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาดีๆ ตอนแรกคิดว่าจะหาร้านอาหารนั่งรอให้ฝนซา แต่ดูพยากรณ์อากาศแล้วฝนน่าจะตกต่อไปตลอดวัน เรือลำสุดท้ายที่กลับได้คือ 6 โมงเย็นถ้าฝนหนักกว่านี้ก็ยากอีก เราเลยเดินๆ หลบๆ ฝนรีบกลับมาฝั่งตะวันตกเพื่อขึ้นเรือกลับอ่าวนางเลย ตอนมาถึงหาดคือเหมือนหนังที่ต้องหนีออกจากเกาะ ทุกคนมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย เรือหางยาวที่จอดเรียงกันเป็นสิบๆ ลำก็ทยอยออกไปติดๆ กันเลย แต่ก็ยังมีเรือที่รอคนอื่นอยู่

ระหว่างอยู่บนเรือขากลับก็เป็นประสบการณ์ใหม่ในการอยู่บนเรือเล็กกลางทะเลที่ฝนตก ก็เปียกครบเลยทั้งน้ำฝนและน้ำทะเล ขากลับเดินจากเรือมาชายหาดก็ใจนิ่งแล้ว จะเปียกเท่าไหร่ก็เปียกมาเพราะว่าเปียกมาก่อนทั้งตัวแล้ว

ถึงอ่าวนางก็เดินย้อนทางรถที่นั่งขามาเรื่อยๆ จนเจอป้าย Bus Stop ตรงไหไนก็ได้ค่ะ โบกได้เลยกลับเข้าเมืองราคาเท่าเดิม ขึ้นรถมาคือฝนตกหนักกว่าเดิมมาก ถ้ามาถึงเรือช้ากว่านี้อีกหน่อยคงต้องรออีกนานไม่ก็นอนที่ไร่เลย์ไปเลย รถมาส่งที่สี่แยกถนนคนเดิน เดินฝ่าฝนต่ออีกนิดหน่อยก็ถึงที่พักด้วยสภาพลูกหมาตกน้ำ

อาบน้ำสระผมเรียบร้อยแต่ฝนยังไม่หยุดเลยพับโครงการที่จะไปเดินถนนคนเดินเก็บไปแล้วกินข้าวร้านของที่พักแทน ราคาสูงกว่าร้านทั่วไปนิดหน่อยแต่ก็อยู่ในเกณฑ์รับได้ รสชาติและปริมาณก็คุ้มราคา

เริ่มตัวรุมๆ ตาหนักๆ เลยว่าจะไปพักสักงีบแล้วค่อยตื่นไปถนนคนเดินแต่พี่พนักงานบอกว่าปิดแค่สามทุ่ม ถ้าฝนตกแบบนี้ร้านก็เปิดน้อย เผลอๆ คือเก็บของตั้งแต่สองทุ่มเลยก็เลยยกเลิกแผนไปเลย หลับไปตั้งแต่สองทุ่มถึงเก้าโมงเช้าวันที่สองทดแทนการนอนไม่พอในอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ดีมากๆ

ใกล้ที่พักมีตลาดสดตอนเช้าคือตลาดมหาราช ของส่วนมากก็เป็นของสดที่ยังกินไม่ได้ต้องเอาไปปรุงก่อน แต่เดินเข้าไปด้านในสุดจะมีโซนอาหารอยู่ เราไปถึงก็สายแล้ว ตลาดวายตอน 10 โมง ตอนไปถึงคือ 9.50 น. ก็ยังดีที่เจอร้านขนมจีน รอบนี้ได้กินน้ำพริกหวานๆ แทนเพราะน้ำยาหมดแล้ว จานละ 20 บาทเช่นเคย ไม่ทันได้ถ่ายรูปเพราะหิวมาก

เช็คเอาท์แล้วแบกกระเป๋ามาขึ้นสองแถวที่เดิมกับเมื่อวานเเพื่อมาที่อ่าวนาง วันนี้แค่อยากนั่งมองทะเลฆ่าเวลารอขึ้นเครื่องเลยเพราะเมื่อวานสู้ชีวิตพอแล้ว นั่งมาสุดสายลงที่เดิมก็เจอ THE COFFEE CLUB ก่อนถึงจุดลงจะมีอีกสาขานึง แต่ถามเขาแล้วบอกว่าสาขานี้ชั้นสามมองเห็นทะเล เรามาเช้าด้วยเลยไม่ต้องแย่งโต๊ะ ได้มุมดีโอเคเลย (ดูจริงๆ เห็นทะเลมากกว่าในรูปอีก)

ถือเป็นทริปพักใจได้ดีอยู่ ตอบโจทย์การหน้ามืดจองตั๋วเพื่อหนีออกจากกรุงเทพฯ มากค่ะ ตอนนี้ห้าโมงแล้วเดี๋ยวไปโบกรถสองแถวไปสนามบินละ เจอกันทริปต่อไปจ้า

_____________
สรุปค่าใช้จ่าย (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินและค่าอาหาร)

ที่พัก 140 บาท
ค่ารถจากสนามบิน 90 บาท
ค่าสองแถวไป-กลับอ่าวนาง (วันที่หนึ่ง) 100 บาท
ค่าเรือไป-กลับหาดไร่เลย์ 200 บาท
ค่าสองแถวจากในเมืองไปอ่าวนาง (วันที่สอง) 50 บาท
ค่าสองแถวจากอ่าวนางไปสนามบิน (วันที่สอง) 150 บาท

รวมค่าเดินทาง (ยกเว้นตั๋วเครื่องบิน) และค่าที่พัก 730 บาท
ชื่อสินค้า:   Krabi
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่