ประสบการณ์คนมีสัมผัสที่6 ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น

   สวัสดีค่ะ เราชื่อกันต์ ชื่อจริงชื่อ นางสาวชนกันต์ ขอสงวนนามสกุลนะคะใครอยากรู้รบกวนใต้กระทู้นะคะ กันอายุ24ปีแล้วค่ะ บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา แม่เป็นคนชัยภูมิจังหวัดชัยภูมิ ก็จะมีเชื้อไทยโคราชกับเชื้ออีสานแท้มา ตามวัฒนธรรมและประเพณีของคนภาคนี้ก็จะมีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับเยอะแยะ กันได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ ส่วนตัวเชื่อนะคะแต่ไม่ได้งมงาย เพราะคนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟังตั้งแต่เด็ก

ตอนเด็กกลัวผีมาก ต้องนอนกับพ่อแม่จนอายุ15ปี พอช่วงหลังๆขึ้นม.ปลาย ก็มีคนคุยบ้างก็เลยขอแยกมานอนคนเดียวค่ะเพราะ อยากนอนคุยโทรศัพท์ 5555555 พ่อกับแม่นอนห้องชั้นล่างค่ะเพราะจะได้ไม่ต้องเดินขึ้น-ลง(พ่อกับแม่ตกบันไดบ่อย) บนชั้น2มีห้องนอน2ห้องค่ะเป็นห้องของพี่ชายเป็นห้องแอร์ เราเป็นภูมิแพ้ก็เลยนอนอีกห้องซึ่งเป็นห้องพระของพ่อ รอเวลาสร้างห้องพระใหม่ ด้วยความที่กลัวผีก็คิดว่านอนในห้องพระขนาดนี้ถ้ามาหลอกก็คงจะเก่งเกินผีแล้วแหล่ะ ก็นอนไปไม่มีปัญหาอะไรจนผ่านไป1ปี กันอายุ16ปีแล้วค่ะห้องพระใหม่ก็เสร็จแล้ว พ่อก็เลยย้ายหนังสือพระ สร้อยพระแล้วก็ด้ายสายสิญจน์ไปห้องใหม่แล้วก็รีโนเวทห้องนอนให้กันใหม่ด้วย ปีนั้นกันประสบอุบัติเหตุรถชนและรถล้ม4ครั้งในระยะเวลา1ปีค่ะ และเป็นปีที่กันเริ่มเห็นอะไรแปลกๆ

เหตุการณ์นี้จำไม่เคยลืม ก่อนจะถึงเดือนเกิด 4 เดือน กันนั่งซ้อนมอไซค์เพื่อนไปเรียนพิเศษ ไปกัน3คนค่ะมีเเพื่อนนั่งหน้ากับคนขับ และกันนั่งซ้อนท้าย แหกโค้งชนคอสะพาน คนนั่งหน้าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล กันกับคนขับกระเด็นออกจากที่เกิดเหตุประมาณ2เมตรและหมดสติไป3-4วันเลยค่ะ พักฟื้นได้3อาทิตย์ก็กลับไปเรียนปกติ เลิกเรียนก็จะข้ามถนนไปอีกฝั่งเพราะพ่อจอดรถรอรับอยู่ มีครูผู้หญิงคนนึงจับมือกันเพื่อพากันข้ามถนนค่ะสถานการณ์ตอนนั้นมันเร็วมาก เดินไปไม่ถึง5ก้าวมีมอไซค์ขับมาเร็วมาก พุ่งชนผ่ากลางระหว่างกันกับครู ตอนนั้นกันมีสติครบ มีแผลนิดหน่อย พอไปถึงโรงบาลกันได้นอนบนเตียงข้างครูเลยค่ะในห้องฉุกเฉิน ครูนอนหันหน้ามาหากันค่ะกันก็เลยเรียกครูว่ายังมีสติอยู่มั้ย “ครูคะ ครูคะ” ครูลืมตาขึ้นมาค่ะ ”ครูเจ็บมากมั้ยคะ” ครูยิ้มเบาๆแล้วก็ส่ายหน้า “เธอเจ็บตรงไหนบ้าง” แล้วกันก็ตอบครูไปว่าเจ็บตรงนั้นตรงนี้ พอพูดจบกันก็ได้กลิ่นธูปหอมๆมาตำที่จมูก ด้วยความที่อยากชวนครูคุย “ครูได้กลิ่นธูปมั้ยคะ หอมมาก” “อืม... สงสัยจุดให้ครูละมั้ง” ครูยิ้มให้กันเบาๆแล้วค่อยๆหลับตาลง ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะคิดแค่ว่าสงสัยจุดธูปบอกให้พระคุ้มครอง  จากนั้นก็มีบุรุษพยาบาล(ไม่รู้ว่าเรียกมั้ย)มาเข็นเตียงของครูออกไป แล้วมีพี่พยาบาลเข้ามาทำแผลให้กันค่ะ พอจะกลับบ้านกันก็เลยถามพ่อกับแม่ว่าเค้าย้ายครูไปไว้ที่ห้องไหน อยากไปเยี่ยมครู พ่อตอบว่าหมอน่าจะกำลังตรวจอยู่ มีญาติครูมารอรับศพแล้ว วันหลังพ่อจะพาไปงานศพ ตอนนั้นงงมาก ถามพ่อไปว่าตายตอนไหน อาการหนักมากเลยหรอ พ่อตอบว่าเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุเลยนะกัน กันเถียงกลับไปว่า “จะเสียชีวิตคาที่ได้ยังไง เมื่อกี้จะออกมากันยังนอนคุยกับครูอยู่เลยพ่อ”  จังหวะนั้นมีพี่กู้ภัยกับพยาบาลยืนอยู่ มองกันด้วยสายตาที่สงสัย เหมือนอยากจะเดินเข้ามาถามว่า จริงหรอ? แต่พ่อรีบพาไปรับยาแล้วก็กลับบ้านเลยค่ะ พอถึงบ้านพ่อกับแม่ก็ถามว่าที่กันได้คุยกับครูในห้องฉุกเฉิน กันก็ยังยืนยันว่าจริง พ่อกับแม่ไม่ได้ถามอะไรต่อนะคะ เราก็กินยาแล้วนอนพักผ่อน พอกันได้ไปงานศพครู แม่ของครูก็เข้ามากอดปลอบใจกันค่ะ เรียกขวัญนั่นนี่ให้ 

พอหลังจากวันนั้น2เดือนกันก็โดนรถเฉี่ยวแล้วก็ขับมอไซค์ล้มเองบ่อยมาก พ่อกับแม่ก็ปรึกษากันว่าจะพาไปเปลี่ยนชื่อเสริมดวงในวันเกิดสักหน่อย กันก็ได้ไปเปลี่ยนชื่อจากนิศารัตน์มาเป็นชนกันต์นี่แหล่ะค่ะ หลังจากเปลี่ยนชื่อแล้วก็ไม่ค่อยมีปัญหาด้านสุขภาพ แทบจะไม่ได้เข้าโรงบาลเลย ถึงเข้าไปก็เข้าเพราะไปหาแม่อะค่ะ(แม่เป็นพยาบาล) แต่หลังจากผ่านวันเกิดและผ่านการเปลี่ยนชื่อมาแล้ว สัมผัสนั้นมันก็เริ่มเกิดขึ้น

กันชอบนอนเปิดหน้าต่างนอน เอาผ้าม่านขึ้น อากาศเย็นสบายดี อย่างที่บอกนะคะกันเป็นภูมิแพ้ การเปิดหน้าต่างนอนมันคือสวรรค์จมูกจริงๆเลยทีเดียว แต่ทุกๆวันพระกันจะปิดแล้วก็เอาผ้าม่านลง เพราะยายเคยบอกว่าทุกวันพระจะมีพวกเล่นของปล่อยของไม่ดีออกมา ถ้าเราเปิดหน้าต่างนอนมันจะเหมือนเป็นการเปิดรับของพวกนั้น เดี๋ยวของจะเข้าตัว นั่นก็แปลว่ากันจะปิดหน้าต่างและผ้าม่านทุกวันพระ และวันที่ปิดหน้าต่างมันจะมีเงาเหมือนคนเดินผ่านไปผ่านไปผ่านมาตรงหน้าต่าง ไม่เห็นเป็นตัวเลยนะคะ เห็นเป็นครึ่งหัว ประมาณจมูกขึ้นไป เดินแว๊บไปแล้วก็แว๊บมา ตอนนั้นไม่คิดว่าเป็นคนแน่นอนเพราะชั้น2ไม่มีระเบียงให้คนเดินได้แน่นอน แล้วใครมันจะสูงถึง4เมตรขนาดนั้น ตอนแรกกลัวมากรีบข่มตาตัวเองให้หลับไป พอปิดหน้าต่างปึ๊บก็เอาอีกละเดินอีกละ หลังๆมาอยากรู้อยากเห็นก็เลยลองปิดหน้าต่างมันทุกวันไปเลย ก็ไม่มาค่ะ มาแค่วันพระ อยากลองเปิดวันพระก็ไม่กล้าค่ะกลัวคนเล่นของมากกว่าผีอีก ทีนี้มาเดินบ่อยเข้า กันก็เห็นปกติ นอนเล่นโทรศัพท์เฉยค่ะ บางวันก็นอนดูมันเดินแล้วก็หลับไป เล่าให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่ก็ไม่ว่าไงนะคะแค่บอกให้สวดมนต์ก่อนนอนบ้างไรบ้าง พอขึ้นมหาลัยไปก็ได้นอนหอ พอได้กลับมานอนบ้านถ้าตรงกับวันพระก็เจอเหมือนเดิมนั่นแหล่พไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หลังๆมานี้เหมือนมีเพื่อนมาหยอก แต่ถ้าเจอเรื่องอื่นก็ยังกลัวอยู่นะคะอันนี้คิดว่าน่าจะเป็นความเคยชินไปแล้ว

กันชอบบอกคนอื่นว่ากันกลัวผีมาก แต่เวลากันเจอเงาหรือเห็นหมีกันจะชอบจ้อง ชอบมองค่ะถ้ามันเดินหรือวิ่งตามก็ค่อยวิ่งเอาทีหลัง ถ้าจ้องนานแล้วยังไม่ขยับถึงจะเดินหนีออกจากตรงนั้น เวลากันเจอเรื่องพวกนี้กันก็จะเล่าให้คนในครอบครัวฟัง แล้วพ่อก็สั่งห้ามเด็ดขาดคือถ้าเจอแล้วบอกคนอื่น ห้ามบอกเลย เพราะ1เลยถ้าเล่าไปเขาอาจจะไม่เชื่อและอาจจะโกรธได้ 2อาจจะทำให้คนอื่นหวาดระแวงจนเกินไป แต่กันก็จะมีหลุดบ้างนิดหน่อยค่ะ เวลาซ้อนมอไซค์ไปกับเพื่อนกันเห็นยายแก่ๆนั่งชันเข่ากินข้าวคนเดียวใต้ต้นไม้ใหญ่ กันก็หลุดพูดออกมาว่าไปนั่งกินอะไรตรงนั้นวะ เพื่อนบิดแบบไม่คิดชีวิตเลยค่ะ พอถึงบ้านเพื่อนก็ถามว่าเห็นอะไร เราก็บอกนะคะว่าเห็นอะไร(ก็เพื่อนถามอะก็ต้องตอบตามมารยาทดิ) เพื่อนก็เชื่อนะคะเชื่อมากด้วยเพราะนางบอกว่าแม่นางเคยเล่าให้ฟังว่าตรงต้นไม้ใหญ่ตรงนั้นแต่ก่อนมีกระท่อมเล็กๆมียายแก่คนนึงชื่อยายสา อยู่ในกระท่อมนั้นคนเดียวไม่มีลูกไม่มีผัว มีโจรมาเผากระท่อมแทบจะไม่เหลือซากไม้เลย แต่มาดูแล้วไม่เห็นศพยาย ชาวบ้านคิดว่ายายน่าจะหนีไปได้ แต่ตอนนี้ยังหาตัวยายไม่เจอเลย

มาเป็นเรื่องที่หอบ้างนะคะ กันมานั่งรอเพื่อนที่ใต้หอ เวลาประมาณ3ทุ่ม กันก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อย จนมองไปเห็นห้องนึงเปิดไฟอยู่ ตรงระเบียงมีตุ๊กตาหนีบตากอยู่ ก็นั่งมองเฉยๆนี่แหละค่ะ สักแปปก็มีเจ้าของห้องกลับมา เปิดทีวีแล้วก็ผูกเชือกที่พัดลมบนเพดาน แล้วก็เอาคอตัวเองคล้อง ใช่ค่ะทุกคน!!!! คนผูกคอตายต่อหน้าต่อหน้ากันเลย กันสั่นมากตรงนั้นไม่มีคนเลย มีแค่กันที่นั่งเอ๋ออยู่ตรงนั้น จะวิ่งไปบอกใครก็รน สั่นไปหมดทำอะไรไม่ถูก รีบโทรไปเร่งเพื่อนเพื่อนก็ไม่รับสาย ระหว่างที่โทรหาเพื่อน ไฟห้องนั้นก็ดับไป กลัวมากทำอะไรไม่ถูกเลย ไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้ด้วย อีกสักแปปเปิดก็ขึ้นแต่ไม่มีเชือกไม่มีคนแล้ว ห้องโล่งเหมือนเดิม ที่ตกใจมากคือเจ้าของห้องคนนั้นเดินเข้ามาในห้องอีก ผูกเชือกอีกแขวนคอตัวเองอีก เชี่ยย เกิดไรขึ้นเนี่ย อะไรวะงงไปหมดแล้ว ไฟก็ดับอีก จังหวะคือแบบอะไรวะเนี่ย ทำไมต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ หรือว่าหลอนไปเอง ตอนนั้นเพื่อนก็มาพอดี กันกับเพื่อนกำลังจะพากันขึ้นห้อง ไฟห้องนั้นก็เปิดอีก เราก็เลยบอกว่าให้เพื่อนหยุดก่อนอย่าพึ่งไป ก็รอดูอยู่พอไฟเปิดเจ้าของห้องก็เข้าห้องน้ำออกมาแล้วก็ปิดไฟ เพื่อนเราก็ถามว่ามีอะไร เราก็เออๆไม่มีไรแล้วก็พากันขึ้นห้อง ซื้อขนมมากินนั่งเล่นคุยกันปกติ จนเช้าป้าที่เป็นแม่บ้านประจำหอของกันก็คุยกันว่าคนอยู่หอข้างๆผูกคอตาย ตอนนั้นอึ้งมาก ขนลุกซู่เลย แต่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังว่าเจออะไร จนเพื่อนข้างห้องก็คุยกันจนทั่วหอ เราก็เลยถามว่ารู้จักคนที่ตายมั้ย อยากเห็นหน้า นางก็หาเฟสมาให้ ค่ะทุกคน คนเดียวกันที่เห็นในห้องนั้น ตอนนั้นโมโหตัวเองมาก ไม่อยากเจออีกแล้ว มันหนักเกินกว่าเด็กอายุ19ต้องเจอ

กันเป็นคนที่ไม่ฝันเลยนะคะ นอนหลับสนิทแทบทุกคืน แต่เวลาไปนอนต่างถิ่นเช่นโรงแรม รีสอร์ท บ้านเพื่อนบางคน จะฝันค่ะและฝันถึงคนที่ตายไปแล้วด้วย เช่นนอนบ้านเพื่อนก็จะฝันถึงยายของเพื่อนที่ตายไปแล้ว นอนโรงแรมก็ฝันถึงคนที่โดนฆ่าในโรงแรมไรงี้ 

ที่มหาลัยกันมีเพื่อนเป็นคน3คน มีหมีเป็นเพื่อน1ตัวค่ะ เวลาเรียนเลิกดึก2-3ทุ่มอะมานั่งรอละ มาเป็นตัวคนเลยค่ะใส่ชุดนักศึกษานั่งอยู่ตรงที่นั่งหน้าห้อง กันก็จะนั่งเรียนตรงหน้ากระดานตลอดก็เลยเห็น ตอนแรกที่เจอกันคิดว่าเป็นคนนะคะเพราะเค้าไม่ได้น่ากลัวเลย ปากไม่ซีดด้วย ตาก็ไม่เขียวเหมือนในหนัง แล้วก็ไม่มีคนเรียกไปไหนมาไหนด้วย วันที่2ที่เจออีกก็เลยรอดูว่าเป็นเพื่อนใครในห้องเรียนรึป่าว กันรอคนออกไปจนหมดค่ะเหลือแค่อาจารย์ พอกันออกไปกันก็ทำเหมือนจะเดินผ่านกันเลยพูดส่งๆว่า “อย่ากวนคนอื่นนะ” เค้าพยักหน้าด้วยค่ะ แล้วก็ก้มหน้า พออาจารย์ออกมา อาจารย์ก็เดินผ่านไปเฉยๆปิดไฟด้วย ก็เลยคิดว่าอืม ได้เพื่อนอีกละ หลังจากวันนั้นถ้าเรียนดึกก็เจอตลอดแหล่ะค่ะ แต่ไม่เหมือนวันแรก วันแรกเค้านั่งมองหน้ากัน แต่หลังๆมานั่งก้มหน้าละ

อันนี้เป็นเรื่องหลักๆนะคะที่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่พีคมากจริงๆ มีเรื่องพีคแบบนี้เยอะมากเลยค่ะถ้าใครอยากให้เล่าอีกเดี๋ยวจะต่อใต้กระทู้เด้อ

ส่วนใครที่มีประสบการณ์แบบนี้เหมือนกันช่วยแชร์กันหน่อยนะคะ อยากมีเพื่อนร่วมซิกเซนส์อะไรหยั่งงี้ จริงๆกันอยากจะขอถามวิธีเลิกมีสัมผัสพวกนี้อะค่ะ มีสัมผัสที่6มันก็ไม่ได้แย่มากนะคะ คิดส่ะว่าเรามีบุญเราได้รับรู้ว่าพวกเค้ามีอยู่จริง พวกเค้าก็เคยเป็นคนเหมือนกับเรานี่แหละค่ะ แต่จะให้ดีไม่มีสัมผัสดีกว่าค่ะ 
*ยืมของพี่มาตั้ง ผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยนะคะ*
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่