...มีหลายคนที่ไม่ปลื้มกับสื่อบางสำนัก เพราะเข้าใจว่ามักลงข่าวและเนื้อหาที่มุ่งโจมตีแต่นักการเมืองหรือ
พรรคการเมืองที่ตนชื่นชอบ จนกลายเป็นการเสพข่าวเพียงด้านเดียว ทำให้อาจขาดข้อมูลที่ครบถ้วนได้
แต่เพื่อไม่ให้ขัดใจหลายคนดังกล่าว...กระทูนี้ก็ขอแปะข่าวใส่ไว้ใน spoil ก็แล้วกัน...
ถ้าจะคลิกเข้าไปอ่าน...ก็ทำใจหน่อยก็แล้วกัน
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
●●อย่าให้วาทกรรมนำความจริง... “ธนาธร” สู้ให้สมศักดิ์ศรี●●
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้●●อย่าให้วาทกรรมนำความจริง... “ธนาธร” สู้ให้สมศักดิ์ศรี●●
“หนึ่งความคิด”
“สุรวิชช์ วีรวรรณ”
เราคงจำกันได้ว่า วาทกรรมทางการเมืองนั้นนำหน้าความจริงเสมอ เราเคยได้ยินว่า
“เซ็นชื่อให้เมียซื้อที่ดินก็ผิด” หรือ “ทำกับข้าวออกทีวีก็ผิด”
คำพูดเหล่านั้นทำให้คนเลิกสนใจข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง เพราะมัวแต่คิดว่า อ้าวแล้วทำอย่างนั้นมันผิดได้อย่างไร กฎหมายไม่เป็นธรรมเลือกปฏิบัติสองมาตรฐานอีกสารพัด เลยไม่ได้คิดให้ถ้วนถี่ว่า ถ้าผิดเพราะเรื่องแบบนี้
ประเทศนี้คงมีผัวเซ็นให้เมียซื้อที่ดินหรือเมียเซ็นให้ผัวซื้อที่ดินติดคุกเต็มไปหมด แล้วทำไมคนเหล่านั้นถึงไม่ผิด
ไม่ติดคุกแบบเดียวกับทักษิณ
หรืออย่าง ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ กับลูกของเขา แม่ช้อย คุณสันติ เศวตวิมลทำกับข้าวออกทีวีมาตั้งนานนม ทำไมถึงไม่ผิดไม่ติดคุก
ถ้าเราคิดตามไม่หลงไปตามวาทกรรมก็จะเข้าใจว่า มันมีกฎหมายบังคับไว้ แล้วถ้าอ่านและศึกษาให้มากกว่า
ฟังวาทกรรมก็จะพบเหตุผลที่แท้จริง
กรณีของสมัครนั้นไม่ได้ติดคุกเพราะทำกับข้าวออกทีวี แต่ผิดเพราะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วยังไปทำงาน
เป็นลูกจ้างบริษัท ซึ่งเป็นข้อห้ามตามกฎหมาย
ส่วนทักษิณนั้นผิดเพราะเป็นเจ้าพนักงานรัฐมีส่วนได้เสีย และกฎหมาย ป.ป.ช.เขาเขียนไว้เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้าทักษิณไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีไปเซ็นชื่อให้เมียก็ไม่ผิด ดังนั้นผิดเพราะเป็น
เจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ใช่ผิดเพราะเซ็นชื่อ
ทักษิณยังทำผิดอีกหลายอย่างเพราะเรื่องนี้ เช่นให้วันสิ้นปีเป็นวันทำการเพื่อให้เมียเสียภาษีที่ดินน้อยลง
สังคมไทยทุกวันนี้เป็นสังคมที่วาทกรรมนำการเมืองเพราะมันง่ายที่จะชี้นำสังคมที่ไม่ชอบอ่านไม่ชอบศึกษา
เป็นสังคมวูบไหวไปกับกระแสคลื่นของข่าวสารที่ฉาบฉวย เป็นสังคม short messenge อ่านข่าวแต่พาดหัว
อ่านข่าวในโซเชียลมีเดียไม่สนใจที่มาว่าน่าเชื่อถือไหม ไม่สนใจเช็คข้อมูล แม้แต่เรื่องง่ายที่แค่ใช้จิตสำนึกใน
การวิเคราะห์ก็ไม่ยอมทำ
ผมเชื่อว่า เดี๋ยวสักพักก็ต้องมีวาทกรรมว่า “ให้พรรคยืมเงินก็ผิด” แล้วท่องว่า ไม่เห็นมีกฎหมายไหนเขียนไว้ว่า
ห้ามพรรคยืมเงิน ประเด็นนี้เถียงเองเลยโดยนักกฎหมายมหาชนชื่อดังที่เป็นเลขาธิการพรรค ชื่อ รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ตอนเป็นนิติราษฎร์นั้นแม่นกฎเกณฑ์กติกาหลักกฎหมายมหาชนมากๆ
แถมปิยบุตรบอกด้วยว่าศึกษากฎหมายทั้งหมด พบว่าพรรคการเมืองในต่างประเทศเป็นหนี้ธนาคารเต็มไปหมด
เอ้ย แกไม่รู้หรือว่า กฎหมายประเทศไหนก็บังคับใช้ในประเทศนั้น แล้วเราต้องขึ้นกับกฎหมายบ้านเราไม่ใช่เหรอ
จะไปเอากฎหมายประเทศอื่นมาบังคับคนไทยมาสู้ในศาลไทยมันจะใช้ได้เหรอ
เวลาฟังปิยบุตรแถลงถึงแง่มุมทางกฎหมายนั้น เท่าที่ผมสังเกต พบว่าแกจะอ้าง “เหลี่ยมทางกฎหมาย” มากกว่า “หลักทางกฎหมาย” แกจะแสดงราวกับว่า แกเป็นหมองูผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงงู
ยังได้ยินฝั่งธนาธรและพวกพูดว่า เล่นการเมืองแบบโปร่งใสเปิดเผยซึ่งแตกต่างกับพรรคการเมืองอื่นที่ไม่
เปิดเผยที่มาของเงินทำไมถึงผิดหรือจะให้เล่นการเมืองแบบเก่า ผมเข้าใจนะครับว่า ทุกพรรคต้องทำบัญชีชี้แจง
ที่มาของเงินและจ่ายอะไรบ้าง เพราะกฎหมายเขาเขียนบังคับไว้ ก็ต้องถูกตรวจสอบและต้องยึดตามนั้น
อนาคตใหม่จะอ้างความโปร่งใสว่าเปิดเผยที่มาแล้ว แต่เป็นที่มาที่ไม่ชอบตามกฎหมายก็คงเอามาอ้างไม่ได้
ไม่นั้นก่อนจะไปปล้นก็ประกาศก่อนว่าจะไปปล้นหรือประกาศว่าเงินนี้ฉันได้มาจากการปล้น แล้วมาอ้างว่านี่
เป็นความโปร่งใสเปิดเผยก็ได้ด้วย
จะบอกว่า กติกานี้เขียนขึ้นมาเพื่อเล่นงานอนาคตใหม่ก็ไม่น่าจะใช่ เหมือนเรื่องถือหุ้นสื่อ พอธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ถูกข้อกล่าวหาก็ออกมาตำหนิกฎหมายกันใหญ่ว่า กฎหมายบ้านเราตึงเกินไปบ้าง หยุมหยิมเกินไป ไม่ใช่
เจตนารมณ์ของกฎหมายบ้าง คนเขียนกฎหมายตามไม่ทันสังคมบ้างเพราะตอนนี้สื่อไม่ได้มีอิทธิพลแล้ว
ทั้งที่กฎหมายก็เขียนขึ้นมาก่อนแล้วบังคับใช้กับทุกคน ธนาธรก็รู้นะ ถึงได้ไปโอนหุ้นมติชนให้แม่ แต่แทนที่หุ้นนี้
จะทำไปพร้อมกันกลับไม่ทำ ข้ออ้างที่สู้คือ โอนกันไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมนั้นก็อ้างได้นะครับ แต่มันก็ต้อง
ไปสู้กัน โอนหุ้นวันนั้นจริงไหม แล้วถ้าโอนวันนั้นมันอ้างได้ไหมหรือยึดเอาวันที่แจ้งนายทะเบียน ซึ่งมันเป็นเรื่อง
ที่ถูกต้องอยู่แล้ว ที่เมื่อมีผู้ร้อง กกต.ก็ต้องนำเรื่องขึ้นสู่ศาล ไม่เห็นจะกลั่นแกล้งอะไรกันเลย จะไปฟังว่า ธนาธร
บอกว่าไม่ผิดแล้วจบกันก็คงไม่ได้ เพราะตัวธนาธรไม่ใช่ศาล แต่เป็นผู้ถูกกล่าวหา
ส่วนผู้ถูกร้องอื่นในภายหลัง กกต.ก็ต้องวินิจฉัย ซึ่งในมุมของผมกรณีของธนาธรนั้นแตกต่างจากผู้ร้องคนอื่น
ที่เขียนไว้ในบริคณห์สนธิ แม้ศาลจะตัดสินคดีหนึ่งแล้วว่า เขียนบริคณห์สนธิก็ผิด แต่กรณีของธนาธรนั้นทำ
ธุรกิจสื่อจริงๆ
แต่ถ้าใครอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติออกมา จะพบว่าในเอกสารของศาลรัฐธรรมนูญนั้น
มีข้อความตอนหนึ่งว่า ปรากฏข้อมูลจากเอกสารประกอบคำร้องว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นทุกครั้ง จะส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ระบุวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมมีหนังสือนำส่งนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครในเวลาใกล้ชิดกัน ซึ่งแตกต่างจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นในคดีนี้ ตามเอกสารประกอบคำร้องไม่ปรากฏว่ามีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
ฟังคล้ายกับว่า ศาลไม่เชื่อนะครับว่า มีการโอนหุ้นในวันนั้นจริง ซึ่งต้องพิสูจน์กัน ถ้าพิสูจน์ไม่ได้เรื่อง
ก็อาจจะยาวนะครับ เพราะจะไม่จบที่ธนาธร แต่จะลามไปที่ตัวแม่คือนางสมพรด้วย ก็จะลวนลามพัวพัน
อินุงตุงนังถ้าพิสูจน์ไม่ได้ก็ลากกันไปเข้าซังเตไปหมด
ดังนั้นจึงควรปล่อยให้ธนาธรซึ่งประกาศเสมอว่า อยากให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เคารพหลักนิติรัฐ และ
มีความเสมอภาคกันทางกฎหมายได้ใช้โอกาสนี้พิสูจน์ตัวเอง ในฐานะคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้กฎหมายและยึดมั่น
หลักการนิติรัฐและความเสมอภาค สู้กันในกระบวนการยุติธรรม เอาหลักฐานมาดูว่า โอนกันจริงมั้ยในวันนั้น
เรื่องที่เขาพูดกันว่า วันนั้นอยู่ที่อื่น แล้วงัดหลักฐานชิ่งรถโดนใบสั่งเสี่ยงตายมาเพื่อโอนให้ทันนั้นจริงไหม
เอ๊ะแล้วทำไมต้องเสี่ยงตายฝ่ามัจจุราชมาโอนให้ทันวันนั้น เพราะยังมีโอกาสโอนหลังจากนั้นก่อนสมัครเลือกตั้ง
อีกหลายวัน ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ก็ไม่ได้เดือดร้อนธนาธรคนเดียวล่ะ
แต่พอธนาธรโดนคดีเข้า ผมก็ได้ยินวาทกรรมหนึ่งลอยมาว่า “ชนชั้นสูงอำนาจเก่า” ต้องการกำจัดธนาธร
ซึ่งเราเคยได้ยินคำกล่าวเดียวกันนี้ถูกใช้กับทักษิณมาแล้ว เพื่อบอกว่า ทักษิณไม่ได้ทุจริตไม่ได้กระทำผิด
กฎหมาย แต่ถูกอำนาจเก่าและชนชั้นสูงรังแกกลั่นแกล้งเพราะกลัวทักษิณ จนคนจำนวนมากหลงเชื่อ แม้คดีที่
เกี่ยวกับทักษิณแต่ละคดีศาลจะอ่านคำพิพากษาแบบเปิดเผยยาวเหยียดทุกขั้นตอน คนอีกฝั่งก็ไม่เชื่อ เพราะ
ถูกกลบด้วยวาทกรรมนี้
หรือบางคนบอกว่า อย่าไปผลักธนาธรไปเล่นการเมืองนอกสภาให้มาเล่นในสภาดีกว่า เพราะมีมวลชนเยอะ
จะได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งนี่ไม่น่าจะเป็นคำพูดก็พวกที่ชอบท่องหลักการและนิติรัฐ แต่มันเป็นคำพูดของคนพวกนี้จริงๆ
จนกระทั่งบางคนพูดทำนองว่า ไม่เปิดให้โอกาสเข้ามาทำงานการเมือง กีดกันคนรุ่นใหม่ ซึ่งถามว่ามันใช่เหรอ
คนรุ่นใหม่ใครเข้ามาเล่นการเมืองแล้วมันจะผิดเหรอถ้าไม่ได้ทำผิด หรือถ้าคนรุ่นใหม่ถ้าทำผิด แต่เมื่อเขามา
เล่นการเมืองแล้วมีเจตนาที่ดี มีนโยบายที่ดีเราต้องละเว้นข้อบังคับทางกฎหมายไปแม้ว่าจะกระทำในสิ่งที่ขัด
กับกฎหมายเช่นนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเราจะปกครองกันอย่างไร
ผมประหลาดใจมากนะครับ ฝั่งที่เชียร์ธนาธรแล้วออกมาปกป้องธนาธรนั้น มักอ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย มักจะเรียกร้องนิติรัฐ ความเท่าเทียมและความเสมอภาคแต่พอพูดถึงธนาธรก็ไม่สนใจ
ข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่ธนาธรได้ทำไปนั้นมันมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่
โอเคล่ะครับอาจจะเชื่อว่าสิ่งที่ธนาธรทำนั้นไม่ผิด แต่เราใช้ความเชื่อของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแทน
การพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรมได้เหรอ
เรื่องหุ้นสื่อนั้นเป็นเรื่องความผิดระดับรัฐธรรมนูญ เรื่องการให้พรรคยืมเงินก็เหมือนกัน ดังนั้นผมจึงเชียร์ธนาธรน
ะครับว่า ในฐานะคนรุ่นใหม่ อยากเห็นธนาธรสร้างความโปร่งใสด้วยข้อมูลหลักฐานข้อเท็จจริง ไม่มีทางหรอกครับ
ที่กระบวนการยุติธรรมจะทำให้ขาวเป็นดำได้ ถ้าไม่ผิดก็คือไม่ผิด นั่นแหละคือความสง่างาม
กรณีของธนาธรนั้นถูกร้องมาก่อนคนอื่นคดีก็ต้องเดินไปก่อน ส่วนกรณีของคนอื่นที่ถูกร้องถือหุ้นสื่อหรือมีเขียน
ไว้ในบริคณห์สนธิตามหลังนั้น กกต.ก็ต้องวินิจฉัยตามมา ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้หรอกครับ ไม่นั้น กกต.จะมี
ความผิดเสียเอง แค่เรื่องที่กกต.ทำอยู่หลายเรื่องคนเขาก็ห่วงว่าจะซ้ำรอย กกต.รุ่นพี่ไหมก็หนักหนาแล้ว
สู้เถอะครับธนาธรเป็นคนรุ่นใหม่เดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ธนาธรเองก็รู้แต่ต้นแล้วว่า กฎหมายเขาห้าม
ผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ ธนาธรก็รู้แต่ต้นแล้วว่า ตัวเองถือหุ้นตัวนี้อยู่ ส่วนทำไมไม่โอนพร้อมหุ้นมติชนนั้นก็ไม่ทราบได้ ธนาธรก็รู้อยู่แล้วว่า กฎหมายมหาชนนั้นเขาจะเขียนไว้ว่าอะไรที่ทำได้ เขาไม่ได้ให้พรรคการเมืองมีเงินมาใช้สอยจากการกู้หนี้ ไม่เชื่อถาม รศ.ดร.ปิยะบุตรส่วนตัวเลยว่ากฎหมายมหาชนเขามีหลักการอย่างนี้จริงไหม
พิสูจน์ตัวเองอย่างกล้าหาญผิดก็ยอมรับผิด อย่าไปเชื่อพวกอ้างประชาธิปไตยที่เล่นการเมืองด้วยวาทกรรมเลยครับ เพราะวาทกรรมทำร้ายประเทศมาหลายปีแล้ว
ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan
Cr.
https://mgronline.com/daily/detail/9620000051729
●●อย่าให้วาทกรรมนำความจริง... “ธนาธร” สู้ให้สมศักดิ์ศรี●●
พรรคการเมืองที่ตนชื่นชอบ จนกลายเป็นการเสพข่าวเพียงด้านเดียว ทำให้อาจขาดข้อมูลที่ครบถ้วนได้
แต่เพื่อไม่ให้ขัดใจหลายคนดังกล่าว...กระทูนี้ก็ขอแปะข่าวใส่ไว้ใน spoil ก็แล้วกัน...
ถ้าจะคลิกเข้าไปอ่าน...ก็ทำใจหน่อยก็แล้วกัน
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
●●อย่าให้วาทกรรมนำความจริง... “ธนาธร” สู้ให้สมศักดิ์ศรี●●
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
Cr. https://mgronline.com/daily/detail/9620000051729