เริ่มต้นมาแบบผิดๆในที่นี้คือ เริ่มต้นเรียนมหาลัยในสาขาวิชาหรือคณะที่ตัวเองไม่ชอบ และไม่ถนัดเลยสักนิดเดียว
ซึ่งสาเหตุที่เราเรียนนั้น คงเป็นสาเหตุที่ทุกคนคงเดาออกคือ "พ่อแม่อยากให้เรียน" แต่เราก็จบมาได้ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง ซึ่งมีความภูมิใจอยู่ลึกๆ ที่เราพยายามเรียนให้จบสำเร็จอย่างที่ครอบครัวคาดหวังได้
แต่..
เราไม่เคยรู้เลยว่าเราจบมาแล้ว เราจะเป็นอย่างไร
และเมื่อเราจบการศึกษา เราเริ่มหางานทำ
งานแรก คืองานตามสาขาที่เราจบ ซึ่งเป็นสาขาที่มีการแข่งขันสูงในสังคม คู่แข่งเยอะ เราไม่เคยแฮปปี้ ซึ่งพอมีปัญหามากวนใจในที่ทำงานหลายๆครั้ง ทำให้เราซึ่งไม่ได้มีใจอยากจะทำอยู่แล้ว ไม่มีความสุข สุดท้าย..เราลาออก
งานที่สอง คือเราทำนิติบุคคล ณ คอนโดแห่งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นอะไรที่เราไม่ถนัดอีก พนักงานคนไหนทำผิด คนที่โดนด่าคือเรา ซึ่งโดนเกือบทุกวัน แล้วพอมันเป็นบ่อยๆ ก็ทำให้เราไม่อยากทำอีก แล้วเราก็อยากลาออกอีก
จะเรียกว่าความอดทนต่ำก็ว่าได้ แต่เวลาเราอยู่ในจุดนั้นทีไร เรารู้สึกว่ามันใช่หรอวะ? เราต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้หรอวะ?
เราไม่เคยคิดอยากเป็นคนที่ความอดทนต่ำเลยสักนิดเดียว แต่พอได้รับแรงกดดันบ่อยๆจากสิ่งที่เราไม่ชอบอีก มันก็ไปกันใหญ่
ซึ่งจริงๆแล้ว สิ่งที่เราชอบ และอยากจะทำมันมาตลอด คือ ดนตรี การแสดง
พวกนี้คือ สิ่งที่เราถนัดจริงๆ เราควรจะลุยกับมัน
หรือ เลือกทำในสิ่งที่ครอบครัวต้องการ ทนๆทำไป
เราเกิดอาการเครียดมากๆ เราไม่สามารถคุยกับครอบครัวได้ ว่าชีวิตเราเป็นอย่างไร เราแฮปปี้ไหม พ่แม่เราคอยบอกเสมอ ว่าไปสอบนู้นสิ สอบนี่สิ เป็นข้าราชการสิ จะได้ดูแลน้อง จะได้เป็นที่พึ่งของครอบครัว เราทำได้แค่บอกว่า โอเค..เราจะทำเราจะสอบ เพื่อความสบายใจของทุกคน
ซึ่งถ้าเราบอกว่า ไม่ เราไม่อยากทำ เราจะกลายเป็นคนที่ไม่ฟังคำพูดของพ่อแม่ทันที
เราพยายามทำเพื่อทุกคนมาตลอด
แต่หารู้ไม่ เราไม่เคยมีความสุขเลย..
คุณเคยเริ่มต้นมาแบบผิดๆแล้วชีวิตเปลี่ยนไหม
ซึ่งสาเหตุที่เราเรียนนั้น คงเป็นสาเหตุที่ทุกคนคงเดาออกคือ "พ่อแม่อยากให้เรียน" แต่เราก็จบมาได้ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง ซึ่งมีความภูมิใจอยู่ลึกๆ ที่เราพยายามเรียนให้จบสำเร็จอย่างที่ครอบครัวคาดหวังได้
แต่..
เราไม่เคยรู้เลยว่าเราจบมาแล้ว เราจะเป็นอย่างไร
และเมื่อเราจบการศึกษา เราเริ่มหางานทำ
งานแรก คืองานตามสาขาที่เราจบ ซึ่งเป็นสาขาที่มีการแข่งขันสูงในสังคม คู่แข่งเยอะ เราไม่เคยแฮปปี้ ซึ่งพอมีปัญหามากวนใจในที่ทำงานหลายๆครั้ง ทำให้เราซึ่งไม่ได้มีใจอยากจะทำอยู่แล้ว ไม่มีความสุข สุดท้าย..เราลาออก
งานที่สอง คือเราทำนิติบุคคล ณ คอนโดแห่งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นอะไรที่เราไม่ถนัดอีก พนักงานคนไหนทำผิด คนที่โดนด่าคือเรา ซึ่งโดนเกือบทุกวัน แล้วพอมันเป็นบ่อยๆ ก็ทำให้เราไม่อยากทำอีก แล้วเราก็อยากลาออกอีก
จะเรียกว่าความอดทนต่ำก็ว่าได้ แต่เวลาเราอยู่ในจุดนั้นทีไร เรารู้สึกว่ามันใช่หรอวะ? เราต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้หรอวะ?
เราไม่เคยคิดอยากเป็นคนที่ความอดทนต่ำเลยสักนิดเดียว แต่พอได้รับแรงกดดันบ่อยๆจากสิ่งที่เราไม่ชอบอีก มันก็ไปกันใหญ่
ซึ่งจริงๆแล้ว สิ่งที่เราชอบ และอยากจะทำมันมาตลอด คือ ดนตรี การแสดง
พวกนี้คือ สิ่งที่เราถนัดจริงๆ เราควรจะลุยกับมัน
หรือ เลือกทำในสิ่งที่ครอบครัวต้องการ ทนๆทำไป
เราเกิดอาการเครียดมากๆ เราไม่สามารถคุยกับครอบครัวได้ ว่าชีวิตเราเป็นอย่างไร เราแฮปปี้ไหม พ่แม่เราคอยบอกเสมอ ว่าไปสอบนู้นสิ สอบนี่สิ เป็นข้าราชการสิ จะได้ดูแลน้อง จะได้เป็นที่พึ่งของครอบครัว เราทำได้แค่บอกว่า โอเค..เราจะทำเราจะสอบ เพื่อความสบายใจของทุกคน
ซึ่งถ้าเราบอกว่า ไม่ เราไม่อยากทำ เราจะกลายเป็นคนที่ไม่ฟังคำพูดของพ่อแม่ทันที
เราพยายามทำเพื่อทุกคนมาตลอด
แต่หารู้ไม่ เราไม่เคยมีความสุขเลย..