เราควรทำยังไง เมื่อแม่พาผู้ชายมานอนที่ห้อง

สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา เราคิดมาอย่างดีและถี่ถ้วนแล้วในการตั้งกระทู้ครั้งนี้
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าเราเองเป็นเด็กหัวแข็ง ตรงๆ และค่อนข้างดื้อ แต่เราเชื่อในเรื่องของเหตุผล

เริ่มต้นจากเมื่อตอนเราเรียนมหาลัยตอน ปี 2 (ตอนนี้เพิ่งเรียนจบ) ครอบครัวของเรา พ่อและแม่เริ่มมีปัญหาด้านเรื่องเงิน
เป็นปัญหาที่ระหองระแหงกันมานานตั้งแต่เราจำความได้ แต่เพิ่งมาหนักในช่วงเวลานั้น
พ่อกับแม่จึงตัดสินใจแยกทางกัน พ่อไปอยู่บ้านญาติ(ไม่ได้มีคนอื่น) แต่ไม่ได้ส่งเสียเราค่าเทอม มีส่งค่ากินอยู่นานๆครั้ง ส่วนเราอยู่กับแม่

ช่วงเวลาหลังจากนั้นเรามีแต่แม่คนเดียวเท่านั้นที่คอยเลี้ยงดูและส่งเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ เรามีการหาเงิน Part-time ทำตลอดในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนบ้างและวันหยุด อยากแบ่งเบาภาระของเขา ซึ่งบางทีการที่แม่เลี้ยงเราคนเดียวก็คงจะเครียดอะเนอะ ก็มีทะเลาะกัน เถียงกันบ้างและเรามีปัญหาด้านอารมณ์ด้วย

ด้วยความที่แม่แบกรับภาระทั้งหมดคนเดียว ลำพังเพียงแค่รายได้จากการขายของคงไม่พอ แม่เริ่มคบหาผู้ชายคนหนึ่งมาเป็นระยะเวลาเกือบปี
เขาช่วยเหลือแม่และ 'ดู' เป็นคนดีที่พยายามช่วยเหลือแม่เราไม่ว่าจะเป้นค่าใช้จ่ายหรือเรื่องอื่นๆ แล้วเรารับรู้ เราโอเคกับการที่แม่จะมีคนที่เขารักและเข้ามาช่วยเหลือแม่และทำให้แม่มีความสุข แม้ว่าเขาจะมีภรรยาที่ ' เลิก '  กันแต่ผู้ชายก็ยังอยู่ห้องเช่ากับภรรยาเก่าของเขา (เห็นแม่พูดแบบนั้นแต่เราไม่รู้ว่าจริงไหม  แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับแม่เช่นกันที่เชื่อผู้ชายแบบนี้)  เราเลือกที่จะไม่สนใจและมองข้ามไป

แต่...สิ่งที่มันเริ่มทำให้เรารู้สึกแย่คือการที่เราอยู่ห้องเช่าเล็กๆ ซึ่งปกติอยู่กับแม่ก็รู้สึกแคบแล้ว ห้องเช่าที่มีตู้เสื้อผ้ากั้นกลางเพื่อเป็นเหมือนมุมส่วนตัวเท่านั้น
แม่เริ่มพาผู้ชายคนนั้นเขาบ้าน เริ่มต้นจากการเข้ามานั่งพูดเล่น พูดคุย
พักหลังๆ เริ่มมีการมานอนค้าง  ซึ่งเราโคตรไม่ชอบ เพราะเราคิดว่าการที่อยู่ห้องเช่าเพียงหนึ่งห้องมันไม่ควรมีการพาผู้ชาย 'คนอื่น' มาค้างด้วย
เพราะเราก็เป็นวัยรุ่นแล้วเป็นผู้หญิง เรางงมากว่าทำไมแม่เราลืมคิดถึงจุดนี้ไปแล้วหรือเปล่า

ในความคิดของเรา คือ ผู้ชายดีๆที่ไหนทำแบบนี้กันวะ ผู้ชายดีๆที่ไหนทำไมกล้านอนห้องเช่าเล็กๆในห้องแฟนที่มีลูกสาวติดมา แล้วเป็นวัยรุ่นผู้หญิง
ไม่รู้กาลเทศะบ้างหรอ (หัวร้อนมากกกก)

เราเริ่มพูดกับแม่ตรงๆทั้งต่อหน้าและผ่านทางไลน์ บอกเหตุผลต่างๆว่าไม่ควรพาเขามาค้างเพราะอะไร
แม่มักจะมีเหตุผลว่า "เขามีทำธุระตอนเช้า"  "เขาเมา" ต่างๆนานาสาระพัดเหตุผล
บางทีแม่เหมือนรำคาญเราที่พูดเยอะ แม่ก็จะบอกเราว่า " แกก็นอนๆไปสิ จะไปสนใจทำไม" คือเรานึกในใจแบบอะไรวะ....
เราไม่เห็นด้วยบางทีเราก็พูดว่าแม่ไปตรงๆ และเรารู้ว่าเราพูดแรงมากจนบางทีแม่ก็โกรธเรา
ตอนนี้เราได้แต่อดทน อดทน และอดทน เราอาจจะดูบาปในสายตาคนอื่นๆที่เถียงและว่าแม่
แต่เราทนไม่ไหวกับการกระทำแบบนี้จริงๆ ตอนที่ผู้ชายคนนั้นมานอน เราไม่อยากลุกไปไหน ไม่อยากลุกไปเข้าห้องน้ำ คืออึดอัดมาก

แม่เคยพูดกับเราตอนเด็กว่าถ้าแม่เลิกกับพ่อเรา แล้วถ้าเขามีคนอื่นแม่จะเลือกเรามาก่อนใคร แต่ตอนนี้มันไม่ใช่และมันตรงข้ามกับที่แม่พูด
แม้แต่เหตุผลของเราแม่เองก็ยังมองข้าม ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องมาก แต่เรามองข้ามไป แต่เรื่องนี้มันไม่ไหวเเล้วเราไม่โอเคจริงๆ

คำถามคือจะทำยังไงให้แม่เข้าใจเหตุผลและไม่พาผู้ชายคนนั้นเขาบ้านเราอีก
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 16
อยากบอกเจ้าของกระทู้ว่า เข้าใจค่ะว่าอึดอัด เเต่ถ้านั่นเป็นความสุขของแม่ ที่ตลอดระยะเวลาที่คุณเรียน คุณโตมาเขาเป็นคนดูแล ลองคิดอีกมุมดูนะคะ เขาออาจจะเหนื่อย ท้อ และสิ้นหวังมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา พอมีคนนี้เข้ามาเหมือนมันคือความสุขของเขา ลองเปิดใจยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของแม่ดูนะคะ เขาทำหลายๆอย่างให้เรามาจนโตจนเรียนจบ บางครั้งถ้าเขาจะมีความสุขบ้างก็อยากให้เข้าใจและยอมรับค่ะ เพราะอย่างน้อยถ้าเขาย้ายมาอยู่กัยแม่คุณในอนาคตก็ย่อมเป็นผลดีกับแม่คุณเอง เพราะเขาจะได้ไม่ต้องไปอยู่กับเมียเก่า แม่คุณได้ไม่ถูกมองไม่ดี ส่วนวิธีแก้ปัญหาง่าย อดทนกับตรงนี้ไปอีกนิด หางานทำ ระหว่างนี้ลองคุยกับแม่เรื่องการแยกอยู่ แต่อาจจะต้องเสียเงินเพิ่มในการเช่าอีกห้องนึงข้างๆกัน หรือไม่ไกลกันมาก เวลามีอะไรคุณได้มาดูแม่คุณได้ง่าย ซึ่งคุณต้องรีบหางานทำ ดูแลตัวเองให้ได้ไวๆค่ะ ปัจจุบัน เราแยกบ้านที่เคยอยู่กับครอบครัวพ่อ ที่มีอาๆอยู่รวมกันหลายคนแล้ว มาซื้อบ้านเอง พาแม่มาอยู่ด้วย โดยให้เขามีห้องส่วนตัวค่ะ เขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำ แต่ถ้าอันไหนเราไม่โอเคก็จะคุยกับเขาเลย สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่