สวัสดีครับ วันนี้ผมกลับมาแล้ว...
จากที่ผมเคยลองเขียนกระทู้เกี่ยวกับการซื้อเน็ตให้คุ้มโดยการแบ่งตามสาย สำหรับการใช้งานให้เหมาะสมกับนิสัย ลองไปอ่านได้ที่
https://pantip.com/topic/38530598 ครับ
เพราะบางครั้ง เวลาเราเลือกแพคเกจเน็ต เราอาจกำลังเลือกใช้แพคเกจที่ “เกินความจำเป็น” ซึ่งคราวนี้ที่ผมอยากจะมาตั้งกระทู้นี้ เพราะผมได้ลองค้นหาใน Pantip ว่า “ค่าเน็ต” แล้วผมก็พบว่าคนส่วนใหญ่พูดแบบนี้ครับ...

ส่วนคำว่า “เน็ตแพง” ผลลัพธ์ก็จะคล้ายๆ กัน

ถึงแม้จะมีค่ายรองอย่าง Line / Numobile เข้ามาในตลาดให้เราได้เลือกใช้ แต่ก็ยังเกิดคำถามในใจว่า
“มันจะดีหรอวะ?”... กลัวว่าจะหนีเสือไปปะกับจระเข้
โดยส่วนตัวผมแล้ว ผมรู้จักนิสัยการใช้เน็ตผม คือ ใช้ดู Youtube / Netflix / หนังออนไลน์บ้าง / ฟังเพลง / เล่นเกม ROV-PUBG และใช้งาน Social ทั่วไป ซึ่งปกติผมใช้แพคเกจเน็ตราคา 899 บาท ได้เน็ต 32 GB ก็เหลือๆ ครับ

นั่นก็เพราะตอนนี้เหล่าค่ายโทรศัพท์ใหญ่ๆทั้งหมด ได้ทะยอยขึ้นราคาเน็ตกัน สาเหตุอาจจะเกิดจากการแบกต้นทุนไม่ไหว จะนำเงินไปพัฒนาเครือข่าย หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผู้บริโภคอย่างเราเจอผลกระทบไปแบบเต็มๆ ครับ
คราวนี้ผมเลยมาลองนั่งคิดหาวิธีเอาตัวรอด ในสถานการณ์แบบนี้ดู มันก็คิดออกมาได้ว่า
ถ้าเรารู้...
• งบที่เรามี
• นิสัยการใช้อินเทอร์เน็ต
เราก็จะมีความสุขในการใช้เน็ตมากขึ้น เพราะงั้นผมเลยอยากเขียนรีวิววิธีการดังกล่าว เพื่อให้ชาวพันทิพได้อ่านกันนะครับ เริ่มเลย!
1) งบที่เรามี – เรามีความสามารถในการใช้เงินไปกับค่าโทรศัพท์ขนาดไหนครับ
• มีมาก ไม่แคร์ว่าจะแพงแค่ไหน – ข้ามหัวข้อนี้ไปเลยครับ ถ้าเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกใช้งาน
• มีมาก แต่อยากเลือกให้คุ้ม – ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ได้รับค่าโทรศัพท์จากที่ทำงาน หรือคนที่เงินเดือนสูง ใช้เงินเป็น การใช้แพคเกจรายเดือนจะตอบโจทย์การใช้งานคนในกลุ่มนี้ โดยอาจจะเลือกแพคเกจให้พอกับเงินที่บริษัทให้ หรือลองคำนวณคู่กับนิสัยการใช้เน็ตในข้อต่อไป เพื่อให้เลือกแพคเกจได้เหมาะสมยิ่งขึ้นครับ
• มีปานกลาง – ผมอยู่ในกลุ่มนี้ครับ (เงินเดือน 3 ต้นๆ) ผมเลือกใช้เน็ตแบบรายเดือน เพราะไม่ชอบไปเติมเงินบ่อยๆ โดยเลือกแพคเกจจากนิสัยการใช้งานเป็นหลักเลยครับ
• มีไม่มากนัก – อาจเลือกใช้แบบเติมเงินเพื่อให้สามารถจ่ายทีละไม่มากได้ หรือจะเลือกใช้ แพคเกจรายเดือนที่ไม่สูงนัก ให้เพียงพอกับการใช้งานก็พอ

2) นิสัยการใช้อินเทอร์เน็ต – อันนี้ผมขอยกจากที่ผมเคยเขียนไว้ โดยผมจะแบ่งเป็นสายๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย
- สาย Entertainment : คนที่ชอบดูซีรี่ย์ใน Netflix, ดูหนังหรือละครผ่านเว็บหรือแอพฯฟังเพลงใน Youtube
แนะนำ: ผมขอแนะนำให้ซื้อแพคเกจที่เน้นเน็ตเยอะๆ ไม่ต้องสนค่าโทรครับ
หรือจะเป็นแพคเกจสำหรับแอปนั้นๆ เช่น Youtube ROV Facebook ที่ค่ายโทรศัพท์มักจะออกเป็นแพคเกจเสริมมาโดยเฉพาะครับ
- สาย Gamer : คนที่ชอบเล่นเกมมือถือเป็นชีวิตจิตใจ ROV, PUBG, Ragnarok M หรือเกมใดๆก็ตามแต่
แนะนำ: คล้ายกับสายด้านบน แต่ต้องโฟกัสที่ความเร็วเน็ตด้วย ถ้าเน็ตอืดเล่นเกมไม่มันแน่ครับ
- สาย ทำงาน Office / Social Media : คนที่ใช้เน็ตทำงานในโทรศัพท์ แชร์เน็ตให้ Laptop เพื่อทำงาน หรือคนที่เล่น Social Media เปิดดูเมล เล่น Line Facebook IG
แนะนำ : ถ้าใช้เพียงแค่นี้ ให้เลือกแบบปานกลางทั้งปริมาณ และความเร็ว ถ้าใช้แบบเติมเงิน เน้นที่ได้วันเยอะๆ และมีค่าโทรฟรีรวมในแพคเกจ
- สาย Phone Call : คนที่ไม่ค่อยใช้เน็ต อาจใช้อ่านข่าวสารในเว็บบ้าง ตอบ Line บ้าง แต่เน้นการใช้โทรออก-รับสายเป็นหลัก
แนะนำ : ใช้แพคเกจที่ให้ค่าโทรเยอะ เน็ตอาจไม่เยอะหรือเร็วมากก็ได้ครับ
หรือถ้าคิดว่าตัวเองไม่อยู่ในสายใดเลย ลองใช้อีกวิธีคือ ใช้แอพฯเป็นตัวช่วยครับ ตามนี้เลย
TRUE – True iService
AIS – My AIS
DTAC – DTAC App
โดยให้เราสังเกตครับว่าในแต่ละเดือน สัปดาห์ หรือวัน เราใช้เน็ต “เหลือ เหมาะสม หรือว่าขาด” ถ้าไม่พอดี ให้เราลองมองหาแพคเกจใหม่ที่เหมาะสมกับเรา เพียงแค่นี้เราก็จะได้ใช้เน็ตที่ “ไม่แพงเกินไป และเหมาะกับ Lifestyle ของเราอย่างแน่นอนครับ”
นี่เป็นเพียงแนวทางในการเลือกแพคเกจเน็ตที่ผมอยากแนะนำเฉยๆนะครับ หากใครชอบก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ ใครมีแนวทางอื่นที่ดีกว่าก็สามารถมาคุย มาแชร์ มาแนะนำกันได้ เพื่อให้เพื่อนๆได้อ่านกันเป็นแนวทาง
ผมเปิดรับทุกความเห็นเลยครับ ^ ^
เทคนิคเลือกใช้แพคเกจตามงบ และนิสัยการใช้งานในวันที่เน็ต (แอบ) แพง
จากที่ผมเคยลองเขียนกระทู้เกี่ยวกับการซื้อเน็ตให้คุ้มโดยการแบ่งตามสาย สำหรับการใช้งานให้เหมาะสมกับนิสัย ลองไปอ่านได้ที่ https://pantip.com/topic/38530598 ครับ
เพราะบางครั้ง เวลาเราเลือกแพคเกจเน็ต เราอาจกำลังเลือกใช้แพคเกจที่ “เกินความจำเป็น” ซึ่งคราวนี้ที่ผมอยากจะมาตั้งกระทู้นี้ เพราะผมได้ลองค้นหาใน Pantip ว่า “ค่าเน็ต” แล้วผมก็พบว่าคนส่วนใหญ่พูดแบบนี้ครับ...
ส่วนคำว่า “เน็ตแพง” ผลลัพธ์ก็จะคล้ายๆ กัน
ถึงแม้จะมีค่ายรองอย่าง Line / Numobile เข้ามาในตลาดให้เราได้เลือกใช้ แต่ก็ยังเกิดคำถามในใจว่า
“มันจะดีหรอวะ?”... กลัวว่าจะหนีเสือไปปะกับจระเข้
โดยส่วนตัวผมแล้ว ผมรู้จักนิสัยการใช้เน็ตผม คือ ใช้ดู Youtube / Netflix / หนังออนไลน์บ้าง / ฟังเพลง / เล่นเกม ROV-PUBG และใช้งาน Social ทั่วไป ซึ่งปกติผมใช้แพคเกจเน็ตราคา 899 บาท ได้เน็ต 32 GB ก็เหลือๆ ครับ
นั่นก็เพราะตอนนี้เหล่าค่ายโทรศัพท์ใหญ่ๆทั้งหมด ได้ทะยอยขึ้นราคาเน็ตกัน สาเหตุอาจจะเกิดจากการแบกต้นทุนไม่ไหว จะนำเงินไปพัฒนาเครือข่าย หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผู้บริโภคอย่างเราเจอผลกระทบไปแบบเต็มๆ ครับ
คราวนี้ผมเลยมาลองนั่งคิดหาวิธีเอาตัวรอด ในสถานการณ์แบบนี้ดู มันก็คิดออกมาได้ว่า
ถ้าเรารู้...
• งบที่เรามี
• นิสัยการใช้อินเทอร์เน็ต
เราก็จะมีความสุขในการใช้เน็ตมากขึ้น เพราะงั้นผมเลยอยากเขียนรีวิววิธีการดังกล่าว เพื่อให้ชาวพันทิพได้อ่านกันนะครับ เริ่มเลย!
1) งบที่เรามี – เรามีความสามารถในการใช้เงินไปกับค่าโทรศัพท์ขนาดไหนครับ
• มีมาก ไม่แคร์ว่าจะแพงแค่ไหน – ข้ามหัวข้อนี้ไปเลยครับ ถ้าเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกใช้งาน
• มีมาก แต่อยากเลือกให้คุ้ม – ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ได้รับค่าโทรศัพท์จากที่ทำงาน หรือคนที่เงินเดือนสูง ใช้เงินเป็น การใช้แพคเกจรายเดือนจะตอบโจทย์การใช้งานคนในกลุ่มนี้ โดยอาจจะเลือกแพคเกจให้พอกับเงินที่บริษัทให้ หรือลองคำนวณคู่กับนิสัยการใช้เน็ตในข้อต่อไป เพื่อให้เลือกแพคเกจได้เหมาะสมยิ่งขึ้นครับ
• มีปานกลาง – ผมอยู่ในกลุ่มนี้ครับ (เงินเดือน 3 ต้นๆ) ผมเลือกใช้เน็ตแบบรายเดือน เพราะไม่ชอบไปเติมเงินบ่อยๆ โดยเลือกแพคเกจจากนิสัยการใช้งานเป็นหลักเลยครับ
• มีไม่มากนัก – อาจเลือกใช้แบบเติมเงินเพื่อให้สามารถจ่ายทีละไม่มากได้ หรือจะเลือกใช้ แพคเกจรายเดือนที่ไม่สูงนัก ให้เพียงพอกับการใช้งานก็พอ
2) นิสัยการใช้อินเทอร์เน็ต – อันนี้ผมขอยกจากที่ผมเคยเขียนไว้ โดยผมจะแบ่งเป็นสายๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย
- สาย Entertainment : คนที่ชอบดูซีรี่ย์ใน Netflix, ดูหนังหรือละครผ่านเว็บหรือแอพฯฟังเพลงใน Youtube
แนะนำ: ผมขอแนะนำให้ซื้อแพคเกจที่เน้นเน็ตเยอะๆ ไม่ต้องสนค่าโทรครับ
หรือจะเป็นแพคเกจสำหรับแอปนั้นๆ เช่น Youtube ROV Facebook ที่ค่ายโทรศัพท์มักจะออกเป็นแพคเกจเสริมมาโดยเฉพาะครับ
- สาย Gamer : คนที่ชอบเล่นเกมมือถือเป็นชีวิตจิตใจ ROV, PUBG, Ragnarok M หรือเกมใดๆก็ตามแต่
แนะนำ: คล้ายกับสายด้านบน แต่ต้องโฟกัสที่ความเร็วเน็ตด้วย ถ้าเน็ตอืดเล่นเกมไม่มันแน่ครับ
- สาย ทำงาน Office / Social Media : คนที่ใช้เน็ตทำงานในโทรศัพท์ แชร์เน็ตให้ Laptop เพื่อทำงาน หรือคนที่เล่น Social Media เปิดดูเมล เล่น Line Facebook IG
แนะนำ : ถ้าใช้เพียงแค่นี้ ให้เลือกแบบปานกลางทั้งปริมาณ และความเร็ว ถ้าใช้แบบเติมเงิน เน้นที่ได้วันเยอะๆ และมีค่าโทรฟรีรวมในแพคเกจ
- สาย Phone Call : คนที่ไม่ค่อยใช้เน็ต อาจใช้อ่านข่าวสารในเว็บบ้าง ตอบ Line บ้าง แต่เน้นการใช้โทรออก-รับสายเป็นหลัก
แนะนำ : ใช้แพคเกจที่ให้ค่าโทรเยอะ เน็ตอาจไม่เยอะหรือเร็วมากก็ได้ครับ
หรือถ้าคิดว่าตัวเองไม่อยู่ในสายใดเลย ลองใช้อีกวิธีคือ ใช้แอพฯเป็นตัวช่วยครับ ตามนี้เลย
TRUE – True iService
AIS – My AIS
DTAC – DTAC App
โดยให้เราสังเกตครับว่าในแต่ละเดือน สัปดาห์ หรือวัน เราใช้เน็ต “เหลือ เหมาะสม หรือว่าขาด” ถ้าไม่พอดี ให้เราลองมองหาแพคเกจใหม่ที่เหมาะสมกับเรา เพียงแค่นี้เราก็จะได้ใช้เน็ตที่ “ไม่แพงเกินไป และเหมาะกับ Lifestyle ของเราอย่างแน่นอนครับ”
นี่เป็นเพียงแนวทางในการเลือกแพคเกจเน็ตที่ผมอยากแนะนำเฉยๆนะครับ หากใครชอบก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ ใครมีแนวทางอื่นที่ดีกว่าก็สามารถมาคุย มาแชร์ มาแนะนำกันได้ เพื่อให้เพื่อนๆได้อ่านกันเป็นแนวทาง
ผมเปิดรับทุกความเห็นเลยครับ ^ ^