ฤดูร้อนทีผ่านมาร้อนขนาดไหน มาดูกัน (2019)

ผมเชื่อว่าฤดูร้อนที่ผ่านมาหลายคนคงร้อนกันไม่น้อย หลายคนก็ตั้งคำถามว่าปีนี้ร้อนที่สุดแล้วหรือยัง มาหาคำตอบกันเลยดีกว่า

(ผมจะใช้ข้อมูลของ กทม. กับ เชียงใหม่ เป็นหลักนะครับ เพราะ 2 เมืองนี้มีความเป็นเมืองที่คนอาศัยอยู่เยอะสูง โดยข้อมูลที่เก็บเป็นข้อมูลตั้ง 2008-2019 หรือ 12 ปีที่ผ่านมา ถ้ามีคนถามว่าทำไมเก็บน้อยจัง ถ้าพูดกันตรงๆ ไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น มีให้แค่นี้ก็เหนื่อยมากแล้ว ฮ่า ๆ อีกอย่างต่อให้ผมไปเอาข้อมูลย้อนหลัง 30 ปี ก็คงไม่มีใครจำได้ว่า 30 ปีที่แล้วมันร้อนมันหนาวยังไง เพราะหลายคนก็ลืมไปแล้วว่า 2010 2012 2016 มันร้อนกว่าปีนี้ซะอีก)

 

เริ่มจากรูปแรก จะเห็นได้เลยว่าปีนี้ กทม. ไม่ได้ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดแต่อย่างใด แต่ต้องยอมรับว่าเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอุณภูมิมาดุมาก จนหลายคนคิดว่าเมษายนต้องทะลุสถิติแน่ ๆ แต่ปรากฎว่าก็ไม่พีคเท่าเดือนมีนาคม ฮ่า ๆ แต่กราฟข้างบนเป็นอุณหภูมิสูงสุดเท่านั้นยังบอกอะไรมากไม่ค่อยได้


รูปที่ 2 : ค่าเฉลี่ยสูงสุดแต่ละวัน  สำหรับผมแล้วการดูค่าเฉลี่ยเป็นตัวบ่งบอกว่าปีนั้นร้อนจริงหรือไม่ การดูแค่ว่าปีนั้นสูงสุด 40 องศา แต่วันอื่น ๆ อาจจะ 34 35 ก็ได้หรืออย่างบางปีสูงสุด 38 องศา แต่วันอื่น ๆ 35 36 ดังนั้นกราฟเฉลี่ยนี้จะบ่งบอกความร้อนได้ดีมาก แต่ยังไงก็ตามปีนี้ก็ไม่ใช่ปีที่มีค่าเฉลี่ยร้อนที่สุดอีกเช่นกัน 2010 2012 2013 2014 2016 มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดมากกว่า 2019 ซะอีก เอ้หลายคนคงบอกว่าปีนี้มันร้อนจริง ๆ นะมันร้อนแบบกลางคืนก็ร้อนแทบนอนไม่ได้เลยเป็นไปไม่ได้ที่ปีนี้จะร้อนปกติ ดังนั้นเรามาวิเคราะห์กันต่อ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

รูปที่ 3 : อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งวัน  หลายคนเห็นกราฟนี้ก็เริ่มอ๋อแล้วว่าจริงๆแล้วปีนี้ที่ร้อนถึงแม้มันจะไม่ร้อนทำสถิติ แต่จริงๆแล้วมันร้อนแบบทั้งวี่ทั้งวันนั่นเอง เรียกได้ว่าร้อนทั้งวันพอๆกับปี 2016 เลย ถ้ารวมเดือมีนาคมด้วยก็ร้อนกว่านิดเดียว


รูปที่ 4 : เฉลี่ยต่ำสุดแต่ละวัน ถ้ามองกราฟนี้อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในตอนเช้าก็ถือว่าร้อนพอสมควร มีเพียงปี 2010 2016 เท่านั้นที่มากกว่า

สรุป กรุงเทพฯปีนี้ ถือว่าร้อนกลาง ๆค่อนข้างสูง และร้อนตลอดทั้งวันยาวนาน ไม่มีการทำสถิติใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ว่าปีที่แล้วมันไม่ร้อนเท่าปีนี้เอง ในแง่ของความรู้สึกคนจึงคิดว่าปีนี้เป็นปีที่ร้อนมาก ๆ ทำลายสถิติแน่ ๆ เพราะหากมองย้อนไปปี 2018 อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งวันและเฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายนต่ำกว่า 2011 ซะอีก จึงไม่แปลกใจว่าถ้าเอาปีนี้ไปเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ปีนี้ร้อนกว่าเห็นได้ชัดแต่ก็ไม่เท่ากับปี 2010 กับ 2016 เท่านั้นเอง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาดูที่เชียงใหม่กันบ้าง


ถ้าดูจากกราฟอุณหภูมิของเชียงใหม่ วิเคราะห์ง่าย ๆเลย ว่า ปีนี้ร้อนเป็นอันดับ 3 รองจาก 2016 2010 ตามลำดับ ถ้าพูดกันตรงเลย ฤดูร้อนทางภาคเหนือนี่คล้อยตามกันมากกว่าทางภาคกลางมาก และมีความผันผวนเทียบปีไม่เท่ากรุงเทพด้วย อย่างปี 2011 ก็มีอุณหภูมิต่ำกว่าปีอื่น ๆ ไม่ได้มากเท่ากับกรุงเทพที่ค่อนข้างต่างกันเยอะหากเปรียบเทียบกับปีอื่น ๆ

สรุป ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยถือว่าร้อนกว่าปกติ แต่ไม่ได้ถึงกับร้อนทำลายสถิติแต่อย่างใด ยังมีปีที่ร้อนกว่าปีนี้อยู่ เช่น 2010 2016(ที่เห็นได้ชัดทางภาคเหนือ เพระปีนี้แม่ฮ่องสอนทำลายสถิติอุณหูมิสูงสุดของไทยด้วยอุณหภูมิ 44.6 องศาเซลเซียส วันที่ 28 เมษายน 2016)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

อันนี้ของแถมรู้หรือไม่ว่าฤดูหนาวที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดทั้ง2เมือง ของเดือนธันวาคมสูงที่สุดในรอบ 12 ปี จนหลายคนกล่าวว่า ทำไมฤดูหนาวที่ผ่านมาไม่หนาวเลย แต่พอเดือนมกราคมก็กลับมาเย็นแบบปกติ

แต่ถ้าเรามาลองดูเมืองเล็ก ๆ กันบ้างอย่าง จ.น่าน ปีนี้ก็ถือว่าอากาศเย็นปกติค่อนข้างสูงไปนิดหน่อย ปีนี้ถือว่าหนาวน้อยพอ ๆ กับ 2012 กับ 2015 เลย คือปี 2012 2015 จะอุ่นกว่านิดนึง เพียงแต่ว่าปี 2015 ในเดือนถัดมา ม.ค. 2016 อากาศดันหนาวฉับพลันจึงทำให้ปีนั้นดูว่ามีฤดูหนาวที่สะใจเท่านั้นเอง แต่ก็ตามด้วยเดือนเมษาที่ร้อนโคตรเช่นกัน

[รูปแสดงกราฟอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดจังหวัดน่าน พอดีลืมเขียนชื่อจังหวัด]

สุดท้ายแล้ว สภาพอากาศมันก็ไม่ได้แปลกผิดปกติอะไรหรอกครับ อากาศมันก็เป็นวงรอบ cycle ของมัน บางปีร้อนมาก บางปีหนาวจัด บางปีฤดูร้อนไม่ร้อน และบางปีฤดูหนาวไม่หนาว มนุษย์เราพึ่งมาอาศัยอยู่บนโลกเทียบสเกลช่วงเวลาแล้วถือว่ายังสั้นมาก อากาศบนโลกเปลี่ยนแปลงไปมาเสมอ ไม่ต้องตื่นตระหนกหรือตกใจ โลกมันไม่แตกจากสภาพอากาศได้ง่าย ๆหรอกครับ ถึงแม้ว่าเราจะบังคับธรรมชาติไม่ได้ แต่เราเรียนรู้ที่จะเข้าใจธรรมชาติ ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติเราก็สามารถดึงความสวยงามธรรมชาตินั้นออกมาได้ 

[ดอยเสมอดาว ปลายฝนต้นหนาว ช่วงเวลาที่ทะเลหมอกเยอะที่สุด ทะเลหมอกไม่จำเป็นอาศัยอากาศหนาว ขอเพียงแค่เย็น ๆ มีความชื้นจากฝนในฤดูฝน ลมนิ่ง ๆ ท้องฟ้าใส ๆ ทะเลหมอกก็เกิดขึ้นได้ หลายคนตามหาทะเลหมอกช่วงที่ลมหนาวมาอย่างปีใหม่ก็อาจจะได้เพียงแค่ลำธารหมอกเท่านั้น : Panorama 8 ใบ iso 100 , f16 ss 1/160]
[บ้านรักไทย กลางเดือน ม.ค.-ต้น ก.พ. มักจะเป็นช่วงเวลาที่หนาวพีคที่สุด ไอหมอกบนน้ำจะเกิดขึ้นได้ง่ายช่วงนี้ไปช่วงนี้รับประกันว่าเจอแน่นอน แต่ถ้าไปเลยกลาง ก.พ. ก็พอมีอยู่บ้างแต่ก็ตั้งระวังหมอกควันท้องฟ้าอาจจะไม่ใสได้:iso 100 , f16 ss 1/160]

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ถามได้นะครับ อันไหนตอบได้ก็จะพยายามมาตอบ อันไหนตอบไม่ได้ก็จะบอกว่า ไม่รู้วว ไม่รู้ววว ไปถามกรมอุตุสิ ไม่รู้ววว ไม่รู้ว 
นาฬิกาอะไรก็ไม่รู้ววว ไม่รู้ววดีที่สุด ฮ่า ๆ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เพิ่มเติมเรื่องความชื้นกับจำนวนวันฝนตกนะครับ พอดีไม่ได้เอาลงแต่แรกตรง ๆก็ขี้เกียจ เพราะมองว่า 2010 2016 2019 มีสภาวะใกล้เคียงกันครับ
แต่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดปี 2016 มากกว่า 2019 อย่างเห็นได้ชัด 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่