ปัจจุบันผมมีอายุ 28 ปี ผมมีปัญหาที่ติดในใจมาตลอดและไม่เคยเอามันออกไปได้ เรื่องเกิดขึ้นสมัยผมอยู่ ม. 4 พ่อกับแม่ผมเริ่มมีปัญหากัน หลักๆจะเป็นปัญหาเรื่องการเงิน ธุรกิจของพ่อผมทรุดตัวทำมาค้าขายไม่คล่องเหมือนในอดีต แม่พูดกับผมเสมอว่าถ้าวันนึงแม่เลิกกับพ่อ ผมจะอยู่ได้ใช่ไหม ผมบอกผมอยู่ได้ แต่ถ้าแม่เลิกกับพ่อจะไปอยู่ไหน แม่บอกจะกลับไปอยู่กับยาย จะไปเปิดร้านเสริมสวยที่ต่างจังหวัดเอา คือแม่ผมมีอาชีพเปิดร้านเสริมสวย ตัวร้านเสริมสวยจะแยกออกมาจากตัวบ้านเป็นร้านแยกออกมาต่างหากแต่อยู่ในบริเวณบ้าน ผมรับฟังแล้วก็ตอบไปว่าไม่มีปัญหาผมอยู่ได้ แต่ในใจผมเจ็บปวดมาก ไปแอบนอนร้องไห้คนเดียวเสมอ ร้องระบายจนโล่งแล้วก็ทำตัวให้เป็นปกติ จนวันเวลาผ่านไปพ่อกับแม่ก็แยกกันอยู่ โดยที่แม่ผมจะแยกนอนที่ร้านเสริมสวย ส่วนพ่อผมจะนอนที่ตัวบ้านใหญ่ แม่บอกว่าอยู่ทุกวันนี้เพื่อผม ผมจะนอนกับพ่อในตัวบ้านใหญ่ และก็จะมานอนกับแม่ที่ร้านเสริมสวยบ้าง แล้ววันนึงแม่คงคิดว่าผมหลับแล้ว หรืออาจไม่คิดหรือไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ แม่คุยโทรศัพท์กับผู้ชายคนอื่น ผมรับรู้ได้ แต่ผมก็ทำเป็นไม่สนใจ เพราะผมมองแค่ว่า โดยพฤติกรรมแล้วพ่อกับแม่ก็แยกกันอยู่มาสักพัก แม่ก็ทนอยู่เพื่อผม ถ้าผมไปบอกพ่อ พ่อคงให้แม่ย้ายออกไปที่อื่นแน่ๆ ผมก็อดทน ได้แต่เก็บเอาไปร้องไห้คนเดียว เรื่องราวก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แม่ก็ยังคุยโทรศัพท์กับผู้ชายอื่นเสมอ พฤติกรรมแม่ก็เปลี่ยนไป ปิดร้านบ่อยไม่ค่อยอยู่บ้าน ผมถามก็อ้างว่าไปต่างจังหวัดหายาย ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง แต่จริงๆผมรู้อยู่เต็มอกว่าแม่ไปกับผู้ชายคนอื่น แม่เปลี่ยนไปเยอะมาก เวลาผมถามไม่เปิดร้านอีกแล้วจะไปไหน แม่ก็เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดกับผม ผมได้แต่เก็บความรู้สึกเอาไว้ มีไประบายโดยการกินเหล้ากับเพื่อน ทำตัวมีปัญหาที่โรงเรียนทำตัวผิดระเบียบ ทำตัวให้มีปัญหาประชดชีวิต เริ่มสูบบุหรี่ (ด้วยความเป็นเด็ก ณ ตอนนั้น) จนพ่อเริ่มบ่นกับผมว่าแม่ปิดร้านบ่อย ลูกค้ามาถามหาบ่อยๆช่วงหลัง เพราะปิดร้านบ่อยมาก บางอาทิตย์เปิดแค่ 2 วัน ผมก็ได้แต่คิดในใจอยากจะบอกความจริงพ่อมาก แต่ติดที่ว่าถ้าผมบอกไป แม่ก็ต้องเลิกกับพ่อจริงจัง แม่ต้องออกไปอยู่ที่อืน ผมก็ยังอยากให้แม่อยู่ที่นี่ วันเวลาผ่านไปผมเริ่มเถียงแม่ คุยกับแม่ไม่ค่อยดี แประชดแม่ เช่น อ่าววันนี้เปิดร้านได้ด้วย เปิดกี่วันอะ หรือคุยอะไรกันนิดๆหน่อยก็มีปากเสียงได้ เพราะผมเริ่มต่อต้าน พูดจาให้ไม่เข้าหู จนแม่มีเอ่ยปากว่าพักหลังเป็นไรทำไมคุยกับแม่ไม่เคยดีเลย ผมได้แต่ตอบไปว่าแล้วมันน่าคุยดีด้วยไหมละ ทำตัวเป็นวัยรุ่นหัวร้อนใส่ไปเลย จนช่วงหลังแม่ก็หนักขึ้น ถึงขั้นนัดผู้ชายคนอื่นมาที่ร้านมากินข้าวกันทุกเย็น แวะมาเยี่ยมไปมาหาสู่ที่ร้าน ซึ้งมันเป็นร้านที่อยู่ในบริเวณบ้าน หลังร้านก็เป็นบ้าน พ่อผมก็ไม่รู้เรื่องอยู่ในบ้าน คนทั่วไปก็คิดว่าลูกค้า เพราะร้านแม่ผมเสริมสวยทั้ง ญ และตัดผม ช ด้วย ช่วงนั้นผมเครียดมากได้แต่น้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ออก เพราะยังอยากให้แม่อยู่กับเรา ก็ได้แต่อดทน ทน และทนกับความรู้สึก เพราะเรารู้หมดทุกอย่าง ผู้ชายคนนั้นแม่ก็แนะนำให้รู้จักผม โดยบอกนี่เพื่อนแม่ แม่จะซื้อกับข้าว ทำอาหารไว้รอกินกับเขาทุกเย็น ผมกลับจากโรงเรียนหิวข้าวไปหาแม่เห็นมีกับข้าวแต่แม่ก็ไม่ให้กิน ให้รอกินพร้อมผู้ชายคนนั้น หรือบางทีก็ไม่ให้กินซื้อไว้น้อย ไปหาซื้อไรกินเองละกัน ผมได้แต่ร้องไห้กับตัวเองด้วยความน้อยใจ และมีวันนึงที่น้อยใจสุดๆ คือแม่ไปซื้อข้าวเหนี่ยวมะม่วงที่ตลาด ซึ้งผมก็ค่อนข้างชอบกินเมนูนี้มาก แต่ผมบอกตามตรงผมปลอกมะม่วงไม่เป็นบวกกับอยากอ้อนแม่และลองใจแม่ว่าแม่จะให้ผมกินไหม ผมบอกแม่ปลอกมะม่วงให้หน่อยน่ากินจัง ซึ่งมันยังไม่ถึงเวลาที่ผู้ชายคนนั้นจะมากินข้าวที่ร้าน แม่ผมก็มาหงุดหงิดใส่อยากกินก็ไปซื้อเอาที่ตลาดสิ ผมก็บอกก็นี่มันมีตั้งสี่ลูกกินสักลูกไม่ได้เลยหรอ แม่ผมก็บอกงั้นก็เอาไปแบบคนหงุดหงิด ผมก็ทำอารมณ์ดีใส่ว่า เย้ได้กินแล้ว แม่ปลอกให้หน่อย แม่ผมสวนกลับมาว่าอยากกินก็ปลอกเอง ปลอกไม่เป็นก็เอาไปให้พ่อปลอกนู้น ผมจุกมาก เดินคอตกและวางมะม่วงไว้ที่เดิม จนถึงช่วงเย็นที่ผู้ชายคนนั้นมากินข้าวเย็นด้วย ผมรู้เวลาก็ไปหาแม่ที่ร้าน และภาพที่ผมเห็นแม่มีความสุขคุยเล่นปลอกมะม่วงป้อนผู้ชายคนนั้นแบบมีความสุข ผมนี่เดินกลับมาหาที่เงียบๆนั่งร้องไห้โฮ อยากจะเรียกพ่อมาดูมากแต่ก็ยังไม่อยากเสียแม่ในตอนนั้น อึดอัดสุดๆ แต่ก็ทนต่อไป จนมีเสาร์หนึ่งผมนัดกับเพื่อนไปเดินเล่นจัตตุจักร ผมก็ไปขอเงินแม่กะว่าไปทีก็ซื้อเสื้อผ้าติดไม้ติดมือหน่อย ผมก็ขอพ่อครึ่งนึงแม่ครึ่งนึงคนละห้าร้อยเป็นเงินหนึ่งพันบาท แต่แม่ผมก็บ่นผมว่าไปก็มีแต่เสียเงิน อยู่บ้านทำตัวให้เป็นประโยชน์บลาๆ ตามประสา ผมก็หงุดหงิดแล้วสบทออกมาลอยๆ ว่า

เอ้ย แล้วเดินเข้าบ้านไปเลย แม่ผมก็คงขึ้น ก็ไปฟ้องพ่อผม พ่อผมก็ขึ้นมาเสียงดังเลยว่าแม่บอกว่าเราไปด่าแม่

ทำไมไปพูดแบบนั้นทำท่าจะดุผมชุดใหญ่ ผมนี่ร้องไห้ด้วยความโมโหที่พึ่งเถียงกับแม่มาด้วยก็เลยบอกพ่อไปว่า พ่อรู้ไหมแม่คุยโทรศัพท์กับผู้ชายอื่นทุกคืน บอกไปแค่นั้น ไม่ได้บอกว่านัดมาหากินข้าวกันที่ร้านเกือบทุกเย็น (ที่ผมตัดสินใจบอกเพราะผมเซงที่แม่บ่นผม และผมมีปมในใจว่าแม่ทำไม่ถูกเลยที่ผ่านมา รวมถึงที่สบทด่าแม่ลอยๆไปเพราะลึกๆมีปมในใจเรื่องที่แม่ทำมาตลอด ถ้าแม่ไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้แล้วบ่นผม ผมจะไม่อะไรเลย แต่หลายๆอย่างรวมกันผมเลยระเบิดออกมาแล้วสบทออกไป ทุกวันนี้ก็รู้สึกผิดมากๆครับ) พอพ่อได้ฟังผมเรื่องแม่คุยโทรศัพท์กับคนอื่น พ่อก็เงียบไปพักนึง แล้วตอบกลับมาแค่ อ่าวหรอ โอเครพ่อไม่รู้ไม่เห็นกับตา แต่ถ้าพ่อเห็นกับตาพ่อคงให้แม่อยู่ที่นี่ต่อไม่ได้นะ ผมก็ได้แต่บอกพ่อว่าโอเคร ผมจะตัดสินใจเตือนแม่ให้เอง แต่พอเรื่องผ่านไปผมก็ไม่กล้าบอกแม่ตรงๆเรื่องให้หยุดทุกอย่างซะ จนเรื่องพีคที่สุดก็เกิดขึ้น ผู้ชายคนนั้นก็มากินข้าวเย็นตามปกติ แต่วันนี้อยู่ดึกมาก และมันก็เป็นไปอย่างที่ผมคิด ผู้ชายคนนั้นวันนี้นอนค้างที่ร้านกับแม่ผม ผมใจสลาย คิดว่ามันเกินไปแล้ว ยังไงร้านนี้ก็อยู่ในตัวบ้านผม พ่อผมก็อยู่ในบ้าน คนในระแวกบ้านก็มองจากภายนอกว่าเรายังเป็นครอบครัว ถึงภายในแม่กับพ่อจะแยกกันนอนมาสักระยะ แต่ภาพรวมแม่ก็ยังใช้ร้านนี้ทำมาหากิน เป็นร้านที่พ่อเปิดให้ ร้านที่อยู่ในบ้าน คนภายนอกก็ยังไม่ทราบปัญหาอะไรลึกซึ้ง คืนนั้นผมนอนไม่หลับทั้งคืน เดินลงมารองเท้าผู้ชายคนนั้นก็ยังอยู่หน้าร้าน ผมคิดว่าผมต้องบอกพ่อได้แล้ว แต่ถ้าบอกไปคงมีเรื่องกันวุ่นวายแน่ ผมลังเลมากว่าจะทำไงดี แม่นอนกับผู้ชายคนอื่นในร้านบริเวณบ้าน พ่อก็นอนในบ้านไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย จนใกล้เช้าราวๆตีห้าผมสะดุ้งตื่นมา ทนไม่ไหวตัดสินใจบอกพ่อ พ่อก็ลงมาที่ร้านทันที เคาะประตูเรียกแม่ออกมาคุย แม่รีบเปิดหน้าร้านแล้วให้ผู้ชายคนนั้นรีบออกไป ผมแอบไปยืนมองตรงที่เห็นหน้าร้านผู้ชายคนนั้นก็รีบใส่รองเท้าออกไปทันที แล้วแม่ก็เปิดประตูหลังมาคุยกับพ่อทำทีเป็นเหมือนไม่มีอะไร ถามว่ามีอะไรแต่เช้า แต่หน้าแม่สีหน้าตกใจมาก พ่อผมบอกว่าเก็บข้าวของแล้วออกไปเลยนะ และก็มีปากเสียงกัน แม่ผมร้องไห้แล้วเดินออกจากร้านไปเลย พ่อผมก็ล๊อคร้านทั้งข้างหลังข้างหน้า ใจคนเป็นลูกอย่างผมสลายสุดๆเลยครับ มันมาถึงแล้ววันนี้วันที่พยายามอดทนและไม่อยากให้เกิดขึ้น ครอบครัวผมไม่มีทางสมบูรณ์พ่อแม่ลูกอีกต่อไป ผมคุยกับพ่อว่ารู้ไหมผู้ชายคนนั้นมันรีบออกประตูหน้าไปเลย พ่อผมบอกช่างเขาเถอะแค่นี้ก็เสียใจกันพอแล้ว ไม่ต้องมีเรื่องอะไรกันหรอกพ่อล๊อคร้านแล้ว ก็โทรบอกแม่ว่าถ้าพร้อมก็กลับมาเก็บข้าวของออกไปละกัน ตกบ่ายผมก็โทรบอกแม่ว่ายังไงก็กลับมาเก็บของเสื้อผ้านะแม่ แล้วแม่จะไปอยู่ไหนเนี่ย แม่ก็ร้องไห้ให้ผมช่วยคุยกับพ่อ แต่ผมก็ได้แต่บอกไปว่ามันเป็นไปไม่ได้พ่อคงไม่ให้แม่อยู่ต่อ แล้วที่แม่ทำเมื่อคืนผมก็รับไม่ได้ แม่ร้องไห้หนักมาก แม่บอกแม่ไม่ได้ตั้งตัวเลย แม่จะไปอยู่ไหน จะไปทำมาหากินที่ไหน แม่ไม่รู้จะทำไง ผมก็เลยบอกแม่กลับไปอยู่กับยายก่อนไงน่าจะดีที่สุด พอวางสายผมร้องไห้โฮ แต่เย็นวันนั้นแม่ก็ยังไม่กลับมา แม่หายไปสองวันแล้วก็กลับมา แม่มากับผู้ชายคนนั้น พากันขนข้าวของในร้านเสริมสวย และเก็บเสื้อผ้าในบ้าน พ่อผมตัดสินใจออกจากบ้านในระหว่างที่แม่มาเก็บของเพราะคงไม่อยากเห็น ไม่อยากมีเรื่องมีปากเสียง ผมก็ทนอยู่ไม่ไหวเลยออกไปเตะบอลกับเพื่อนกะว่ากลับมาเย็นๆ จะได้ไม่ต้องเห็นภาพที่แม่เก็บข้าวของออกจากบ้าน เพราะมันเศร้าแล้วท้อใจเหลือเกิน แต่พอกลับมาแม่ก็ยังเก็บของไม่เสร็จ แต่เหลืออีกไม่กี่อย่างของในร้านเสริมสวยถูกขนไปหมดแล้ว แต่แม่นั่งพับเสื้อผ้าอยู่ในบ้านใส่กระเป๋าเดินทางอยู่ มันเป็นภาพที่เศร้าและเสียใจที่สุดในชีวิตมากๆ ผมเดินขึ้นไปบอกแม่ อ่าวยังไม่เสร็จอีกหรอ นึกว่าเก็บเสร็จไปกันแล้ว แล้วผมก็รีบเดินออกจากบ้านเลย เดินไปร้องไห้ไป ไม่อยากกลับเข้ามาเห็น อยากให้กลับเข้ามาแล้วไม่เจอแม่ ไม่อยากร่ำลา ไม่อยากอาลัยอาวรต่อหน้า ทำเป็นเข้มแข็ง แต่จริงๆหลังจากทักแม่เสร็จว่ายังเก็บไม่เสร็จหรอนึกว่าไปแล้ว พอเดินคล้อยหลังออกมาก็เดินร้องไห้ตลอดทาง เศร้ามาก รู้สึกว่าทำไมแม่ต้องทำเรื่องอะไรแบบนี้ มีทั้งมุมที่เกลียดการกระทำของแม่มาก เกลียดแม่มาก และก็เศร้ามาก มันตีกันมั่วไปหมด จนสุดท้ายแม่ผมก็อยู่กับผู้ชายคนนั้น ผมมีโอกาสเจอแม่บ้างช่วงสมัยเรียนมหาลัย ก็มีไปมาหาสู่กันบ้าง แต่ผมแทบไม่ค่อยคุยกับผู้ชายคนนั้นเลย และไม่อยากคุยด้วย เพราะวีรกรรมของแม่ก็เป็นภาพติดในใจผมอยู่ ทำให้นานๆทีเราเจอกัน บางครั้งเจอกันมีเถียงกัน แม่ก็เคยยกประเด็นมาว่าผม ว่าเพราะผมทำให้แม่ต้องเลิกกับพ่อต้องออกจากบ้านเพราะผมไปบอกพ่อ แม่ต้องมาเสียค่าเช่าทำร้านนั้นโน่นนี้ ผมแมร่งโคตรเสียใจ ก็มีตอกกลับแม่ไปรุนแรงว่าแม่ทำตัวเองทั้งนั้นอย่างนู้นอย่างงี้ กลับมาคิดเราก็รู้สึกว่าเราดูก้าวร้าว แต่แม่ก็ไม่น่าพูดปมนี่ขึ้นมาอีก มันเลยทำให้ช่วงหลังพอผมเรียนจบมหาลัย ช่วงทำงานเต็มตัว ผมแทบไม่ได้เจอแม่เลย ปีสองปี มีเจอกันทีก็นัดแกมากินข้าวนิดหน่อย ตอนนี้แกก็เลิกกับผู้ชายคนนั้นได้สองปีกว่า ตอนนี้แกก็มีแฟนใหม่อีกไปเปิดร้านไกลขึ้นอีกที่ต่างจังหวัด เห็นข่าวคร่าวแกก็แต่ในเฟสบุค ไลน์มีทักกันบ้าง ยังไม่เคยไปหาแกที่ร้านใหม่เลย ผมทำตัวไม่ถูก จะไปหาแกก็กลัวจะปรับตัวเข้ากับคนใหม่ไม่ได้ คิดอยากเจอแกอยากไปค้างไปนอนกับแกสักคืนสองคืน มันก็เศร้า ลืมเรื่องแย่ๆในอดีตไม่ได้ จะเจอแกก็คงแค่นัดกินข้าว แต่ลึกๆก็อยากไปนอนไปอยู่กับแกเสาร์อาทิตย์ แต่อีกมุมก็ไม่เคยทำใจกับสิ่งที่แกทำได้เลย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นปมในใจที่อึดอัดในชีวิตของผมต่อไป ยังรู้สึกเกลียดการกระทำของแม่ ไม่เคยเอามันออกไปจากใจได้
(ปัจจุบันแม่ผมอายุ50 ปี)
เขียนมายืดยาว ผมแค่อยากระบายความในใจที่พูดกับใครไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ
มีปมปัญหาในใจกับแม่ที่ไม่เคยเอาออกได้
(ปัจจุบันแม่ผมอายุ50 ปี)
เขียนมายืดยาว ผมแค่อยากระบายความในใจที่พูดกับใครไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ