การที่มนุษย์สักคนมี
สุขภาพแข็งแรง ไม่มีอุปสรรคทางกายในการดำเนินชีวิต ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี
แต่เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายของมนุษย์ไม่มีอวัยวะที่ควรจะมี มีบางอย่างขาดหายไป มันย่อมส่งผลในการมีชีวิตอยู่ไม่มากก็น้อย
สำหรับกระทู้นี้ สิ่งที่ จขกท ต้องการพูดถึงคือ “ดวงตา” ทั้งสองคู่ของเรา
หากเรามีข้างเดียว หากเรามองไม่เห็นในแบบที่ควรจะเห็น ไม่ว่าจะมาจากเหตุผลใดก็ตาม
การดำเนินชีวิตคงไม่ราบรื่น

เราจะไม่สามารถเห็นส่วนประกอบของโลกใบนี้แบบชัดเจน
เราจะไม่ได้มองเห็นในสิ่งที่เราอยากเห็น ... คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่
สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ จขกท ทดลองเข้าสู่วงการจิตอาสาครั้งแรกในชิวิต ...
โดยเริ่มไปสมัครเป็นอาสาฯ เพื่อช่วยเหลือ
“คนตาบอด” แทนที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวเปิดโลกตัวเองในวันหยุดตามปกติ
เพราะหวังจะให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดโลกของพวกเค้าเช่นกัน
ในวันอบรม จขกท และอาสาท่านอื่น ได้ทดลองปิดตา แล้วใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในการเดิน การกิน ...
บอกเลยว่าอาการสาหัส 
จากคนที่เดินแบบไม่คิด กินแบบไม่นึก ทุกอย่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
1. คิดก่อนเดิน กว่าจะก้าวเท้าแต่ละข้าง จะขึ้น - ลงบันได เลี้ยวซ้าย - ขวา
ไม่สามารถที่จะใช้เท้าและมือพร้อมกันได้อิสระอย่างเดิม
2. นึกก่อนกิน กว่าจะตักข้าวเข้าปาก กว่าจะได้ดื่มน้ำ
ไม่สามารถที่จะใช้สองมือทำสองอย่างได้อย่างเดิม
และการอบรมก็สิ้นสุดลง จขกท กลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ว่า เราได้เข้าใจพวกเค้ามากขึ้นอีกนิดนึง
เริ่มเข้าใจว่าพวกเค้าต้องการอะไร แบบไหน พร้อมกับการช่วยเหลือพวกเค้าตัวจริง
(หลังจากที่พวกเรา ได้จับคู่แล้วลองผลัดกันปิดตาแสดงแทน ... 555)
วันจริงในการทำหน้าที่อาสาฯ เราได้พบพวกเค้าตัวเป็นๆ

ได้ช่วยเหลือ ได้ใกล้ชิดกับพวกเค้า 2 วันเต็ม
ได้ใช้ความรู้จากที่อบรมมา ถูกตามหลักบ้าง ไหลไปตามสถานการณ์บ้าง แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
กลายเป็นว่าพวกเค้าได้เปิดโลกอีกใบให้เราเช่นกัน โดยที่ไม่ต้องเดินทางไกลออกโลกกว้าง
เค้าทำให้เรารู้ว่าโลกของเค้านั้นไม่ได้แตกต่างจากเราเลย
“เค้าเหมือนเราทุกอย่าง”
ใช้ชีวิตประจำวันแบบเรา มีความรู้สึกนึกคิดแบบเรา ก็เหมือนกับพวกเราปกตินี่ล่ะ
ยกเว้นแค่ความบกพร่องทางการมองเห็น เลยทำให้เกิดอุปสรรค "
นิดหน่อย"
ลองนึกถึงคนที่สายตาสั้นสัก 1800 แล้วไม่ใส่แว่น ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ ...

ความรู้สึกเรียกได้ว่าไม่ใช่ก็ใกล้เคียง
สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนรู้ไว้ว่า เค้าเพียงต้องการแค่ความช่วยเหลือนิดหน่อย เพื่อให้การดำรงชีวิตเป็นไปด้วยความราบรื่น
- เมื่อเจอพวกเค้า ถามเค้าสักนิดว่าต้องการให้ช่วยอะไรมั้ย ไม่ต้องแปลกใจ งอนหรือน้อยใจ หากเค้าบอกว่าโอเคแล้ว
เพราะบางทีเค้าคุ้นชินและคล่องกับสิ่งที่ทำอยู่มากกว่าที่คุณคิด
- หากต้องการนำทาง แค่เพียงเราให้เค้าแตะศอก/ต้นแขนของเรา เค้าจะสามารถกะระยะทางได้เอง อย่าไปจับมือจูงหรือลาก
เพราะมือของเค้าเปรียบเสมือนดวงตาอีกดวง หากคุณจับมือ = คุณปิดกั้นโอกาสในการมองเห็นของเค้าให้น้อยลง
- อย่ามาสงสารจนเกินกว่าเหตุ อย่าพร่ำเพ้อพรรณาคร่ำครวญว่าทำไมต้องโชคร้ายขนาดนี้
เพราะเค้าแค่บกพร่องทางการมองเห็น ชีวิตเค้าไม่ได้รันทดเหมือนนางเอกหลังข่าว - ไม่ใช่ดาวพระศุกร์ (แอบแก่นิด 555)
- เปิดไฟฟ้าเพื่อให้เกิดแสงสว่าง และอาจจะแจ้งให้พวกเค้าทราบว่าสวิทซ์ไฟอยู่ตรงไหน
เพราะพวกเค้าจำนวนไม่น้อยที่สามารถมองเห็นแสงไฟได้ รับรู้ถึงแสง และชอบอยู่ในแสงสว่าง
- ปิดประตู หรือเปิดประตูให้กว้างจนแนบผนังที่สุดเท่านั้น แนบไม่ได้ก็ปิดไปซะ!!
เพราะมันจะช่วยป้องกัน ไม่ให้พวกเค้าเดินชนสันประตู (เคยโดนเหมือนกัน มันเจ็บโฮกกกก)
- สนทนากับเค้าตรงๆ ได้เลย ด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่จำเป็นต้องเสียงดัง ไม่ต้องผ่านเพื่อน/คนนำทาง
เพราะเค้าได้ยินปกติ ตอบได้ปกติ (เค้ามองไม่เห็น แต่หูเค้าโอเคนะ)
- เมื่อเข้าไปหาพวกเค้า ให้ทักทายเค้าหรือส่งเสียงได้เลย เค้าจะได้ทราบว่ามีคนมาหา
เพราะการทำความมุ้งมิ้งเล่นทายซิใครเอ่ย ไม่ช่วยอะไร (คนปกติบางทียังรำคานเลย -*-) บอกชื่อคุณได้เลย ถ้ามีคนอื่นก็บอกให้เค้าทราบด้วย
- หากอยากทักทายหรือบอกลา ให้สัมผัสมือเบาๆ หากมือไม่ว่างก็สัมผัสส่วนอื่นที่เหมาะสมเบาๆ
แล้วบอกให้เค้าทราบพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรแจ่มใส
- เมื่อเห็นเค้ากำลังทานข้าว และต้องการช่วยเหลือ แค่เพียงแจ้งว่าอาหารทำจากอะไร เมนูอะไร ต้องการอะไร ข้าวเท่าไหร่
แล้วตักเตรียมให้เค้า พร้อมบอกตำแหน่งของสิ่งของตามเข็มนาฬิกา
เช่น แก้วน้ำอยู่ตรง 1 นาฬิกา น้ำซุปอยู่ตรง 10 นาฬิกา ใช้ได้กับการบอกทิศสำหรับเรื่องอื่นๆ เช่นกัน
ขอบคุณสำหรับการอ่านบทความนี้
หวังว่าบันทึกนี้ จะช่วยเปิดโลกให้พวกคุณไม่มากก็น้อยเช่นกัน
เมื่อครั้งหนึ่งมีโอกาสได้ทดลองสัมผัส - โลกที่มองไม่เห็น
หากเรามีข้างเดียว หากเรามองไม่เห็นในแบบที่ควรจะเห็น ไม่ว่าจะมาจากเหตุผลใดก็ตาม
เราจะไม่สามารถเห็นส่วนประกอบของโลกใบนี้แบบชัดเจน
เราจะไม่ได้มองเห็นในสิ่งที่เราอยากเห็น ... คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่
สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ จขกท ทดลองเข้าสู่วงการจิตอาสาครั้งแรกในชิวิต ...
โดยเริ่มไปสมัครเป็นอาสาฯ เพื่อช่วยเหลือ “คนตาบอด” แทนที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวเปิดโลกตัวเองในวันหยุดตามปกติ
เพราะหวังจะให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดโลกของพวกเค้าเช่นกัน
ในวันอบรม จขกท และอาสาท่านอื่น ได้ทดลองปิดตา แล้วใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในการเดิน การกิน ... บอกเลยว่าอาการสาหัส
จากคนที่เดินแบบไม่คิด กินแบบไม่นึก ทุกอย่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
1. คิดก่อนเดิน กว่าจะก้าวเท้าแต่ละข้าง จะขึ้น - ลงบันได เลี้ยวซ้าย - ขวา ไม่สามารถที่จะใช้เท้าและมือพร้อมกันได้อิสระอย่างเดิม
2. นึกก่อนกิน กว่าจะตักข้าวเข้าปาก กว่าจะได้ดื่มน้ำ ไม่สามารถที่จะใช้สองมือทำสองอย่างได้อย่างเดิม
และการอบรมก็สิ้นสุดลง จขกท กลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ว่า เราได้เข้าใจพวกเค้ามากขึ้นอีกนิดนึง
เริ่มเข้าใจว่าพวกเค้าต้องการอะไร แบบไหน พร้อมกับการช่วยเหลือพวกเค้าตัวจริง
(หลังจากที่พวกเรา ได้จับคู่แล้วลองผลัดกันปิดตาแสดงแทน ... 555)
วันจริงในการทำหน้าที่อาสาฯ เราได้พบพวกเค้าตัวเป็นๆ
ได้ใช้ความรู้จากที่อบรมมา ถูกตามหลักบ้าง ไหลไปตามสถานการณ์บ้าง แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
เค้าทำให้เรารู้ว่าโลกของเค้านั้นไม่ได้แตกต่างจากเราเลย
“เค้าเหมือนเราทุกอย่าง”
ยกเว้นแค่ความบกพร่องทางการมองเห็น เลยทำให้เกิดอุปสรรค "นิดหน่อย"
เพราะบางทีเค้าคุ้นชินและคล่องกับสิ่งที่ทำอยู่มากกว่าที่คุณคิด
- หากต้องการนำทาง แค่เพียงเราให้เค้าแตะศอก/ต้นแขนของเรา เค้าจะสามารถกะระยะทางได้เอง อย่าไปจับมือจูงหรือลาก
เพราะมือของเค้าเปรียบเสมือนดวงตาอีกดวง หากคุณจับมือ = คุณปิดกั้นโอกาสในการมองเห็นของเค้าให้น้อยลง
- อย่ามาสงสารจนเกินกว่าเหตุ อย่าพร่ำเพ้อพรรณาคร่ำครวญว่าทำไมต้องโชคร้ายขนาดนี้
เพราะเค้าแค่บกพร่องทางการมองเห็น ชีวิตเค้าไม่ได้รันทดเหมือนนางเอกหลังข่าว - ไม่ใช่ดาวพระศุกร์ (แอบแก่นิด 555)
- เปิดไฟฟ้าเพื่อให้เกิดแสงสว่าง และอาจจะแจ้งให้พวกเค้าทราบว่าสวิทซ์ไฟอยู่ตรงไหน
เพราะพวกเค้าจำนวนไม่น้อยที่สามารถมองเห็นแสงไฟได้ รับรู้ถึงแสง และชอบอยู่ในแสงสว่าง
- ปิดประตู หรือเปิดประตูให้กว้างจนแนบผนังที่สุดเท่านั้น แนบไม่ได้ก็ปิดไปซะ!!
เพราะมันจะช่วยป้องกัน ไม่ให้พวกเค้าเดินชนสันประตู (เคยโดนเหมือนกัน มันเจ็บโฮกกกก)
- สนทนากับเค้าตรงๆ ได้เลย ด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่จำเป็นต้องเสียงดัง ไม่ต้องผ่านเพื่อน/คนนำทาง
เพราะเค้าได้ยินปกติ ตอบได้ปกติ (เค้ามองไม่เห็น แต่หูเค้าโอเคนะ)
- เมื่อเข้าไปหาพวกเค้า ให้ทักทายเค้าหรือส่งเสียงได้เลย เค้าจะได้ทราบว่ามีคนมาหา
เพราะการทำความมุ้งมิ้งเล่นทายซิใครเอ่ย ไม่ช่วยอะไร (คนปกติบางทียังรำคานเลย -*-) บอกชื่อคุณได้เลย ถ้ามีคนอื่นก็บอกให้เค้าทราบด้วย
- หากอยากทักทายหรือบอกลา ให้สัมผัสมือเบาๆ หากมือไม่ว่างก็สัมผัสส่วนอื่นที่เหมาะสมเบาๆ
แล้วบอกให้เค้าทราบพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรแจ่มใส
- เมื่อเห็นเค้ากำลังทานข้าว และต้องการช่วยเหลือ แค่เพียงแจ้งว่าอาหารทำจากอะไร เมนูอะไร ต้องการอะไร ข้าวเท่าไหร่
แล้วตักเตรียมให้เค้า พร้อมบอกตำแหน่งของสิ่งของตามเข็มนาฬิกา
เช่น แก้วน้ำอยู่ตรง 1 นาฬิกา น้ำซุปอยู่ตรง 10 นาฬิกา ใช้ได้กับการบอกทิศสำหรับเรื่องอื่นๆ เช่นกัน
ขอบคุณสำหรับการอ่านบทความนี้