▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เที่ยวภูเขา
บันทึกนักเดินทาง
เที่ยวเชิงอนุรักษ์
เดินป่า
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ
เดินป่า เขากำแพง จ.กาญจนบุรี
#ยอดเขากำแพง 1,257ม. #กาญจนบุรี (ช่วงเดือนมิถุนายน)
#คลิปTrail 3D
https://youtu.be/uPS_1uVREaU
#คลิปวีดีโอ การเดินทางสู่ ยอดเขากำแพง
https://youtu.be/23q7nn6_RMM
ทริปนี้ ผมเดินทางไปกับ พี่น้อยหลงทาง โดยเดินทางออกจากกรุงเทพช่วงค่ำ แต่เนื่องจาก กทม.-กาญจนบุรี ไม่ได้ไกลกันมาก
เราจึงมาถึงที่อช.เฉลิมรัตนโกสินทร์ ช่วงราวตี2 เลยเอาศาลาเป็นที่พักหลับนอนกันก่อนคืนนี้
#วันแรก มื้อเช้านี้ เราอาศัยกินร้านอาหารตามสั่งในอุทยาน ซึ่งที่นี้ จะมีไว้บริการนักท่องเที่ยว หลังจากมื้อเช้า พวกเราก็จัดแจงสัมภาระเตรียมเดิน
ราว9โมงเช้า พวกเราก็เอาสัมภาระขึ้นรถเจ้าหน้าที่อช.ที่เตรียมไว้ แล้วนั่งรถกระบะเพื่อพาไปยังจุดเริ่มเดิน ระยะทางอีกราว2km. ใช้เวลานั่งรถราว10นาที
หลังจากนั้นก็ขึ้นเป้ พร้อมเจ้าหน้าที่ อีก6นาย ซึ่งทริปนี้พี่เจ้าหน้าที่ บอกว่า พวกเราถือว่าเป็นกลุ่มแรกของปีฤดูกาล
แล้วเริ่มออกเดิน ราว9:20 ที่ความสูงราว 450ม. ช่วงแรก จะเดินทางราบๆ มาได้ไม่กี่ร้อยเมตร ก็จะเริ่มเดินไต่ระดับความชันกันเล็กน้อย พอให้ได้อุ่นเครื่องกันก่อน แต่ยังดีท้องฟ้าครึ้มๆ มีลมโชย จึงทำให้เดินสบายไม่ร้อนมาก
จนเดินมาได้ราว800ม. ก็ถึงจุดชมวิว ซึ่งถ้ามองไปทางซ้ายมือ เราจะเห็น "ยอดเขากำแพง" อยู่ไม่ไกล ซึ่งตอนนี้ถูกหมอกปกคลุมไว้อยู่
แล้วเดินถัดมาอีกหน่อย ราว100ม. ก็จะเจอ "กำแพงหินโบราณ"
ลักษณะเหมือนนำก้อนหินใหญ่ มาเรียงกันเพื่อเป็นแนวกำแพงกั้น ตัวกำแพงสูงราว1-2ม. ความยาวราว200ม. ได้
รวมถึงบริเวณนี้ ยังมี "หลุมฝั่งศพมนุษย์โบราณ" จุดนี้ความสูงราว660ม. ซึ่งที่นี้คาดว่า มีอายุอยู่ในช่วง "ยุคหินใหม่" พวกเราจึงพักถ่ายรูป และ รอเพื่อนๆที่กำลังเดินตามมา
เรานั่งพักจุดนี้ ราวครึ่งชม. แล้วจึงเดินต่อมาอีกไม่ไกล ราว1กิโลได้ ก็จะถึงช่วงลำธาร ซึ่งลำธารนี้ เป็นต้นน้ำของ "น้ำตกธารเงิน-ธารทอง"
ที่นี้มีน้ำพอสมควร แม้น้ำจะไม่ได้ใสมาก ซึ่งเป็นจุดพักอีกจุดหนึ่ง แถมมีห้องน้ำด้วย และ จุดนี้เป็นแหล่งน้ำสุดท้าย ก่อนจะขึ้น "ยอดเขากำแพง"
ตอนนี้ 10:20 ที่ความสูงราว 700ม. ซึ่งพวกเราพึ่งเดินมาได้ไม่ถึงชั่วโมง กับระยะทาง ราว1.5km. พี่โจ้เจ้าหน้าที่ ก็บอกให้พวกเรานั่งพักรอตรงนี้ก่อน และ กินข้าวก่อนเลย เพราะ ตอนนี้เดินมาได้ 1ใน3 ของระยะทางทั้งหมด
ซึ่งจากจุดนี้แล้วทางจะเริ่มชัน เดี๋ยวกลัวพวกเราจะไม่มีแรงเดินกัน เพื่อนๆบางคนก็เลยกินมื้อเที่ยงที่นี้เลย
เพราะ...หลังจากลำธารนี้แล้ว ด้านบนยอด จะไม่มีแหล่งน้ำให้เติม นอกจากน้ำฝน เราจึงเติมน้ำในขวดเปล่าที่มีให้เต็มไว้ก่อน
หลังจากพักกันมาได้เกือบชั่วโมง พวกเราก็เริ่มเดินอีกที ตอน 11:30 ช่วงนี้จะเดินผ่านป่าไผ่ ซึ่งบริเวณนี้สภาพเส้นทาง บอกได้เลย น่าหลงมา
เพราะ...ป่าไผ่ เวลามองจะเหมือนๆกันหมด ขนาดพี่โจ้ เจ้าหน้าที่อช. ก็ยังพาพวกเราเดินหลง วนเล่นเป็นวงกลมกันเลย555
แล้วเดินมาเรื่อยๆ จนเจอช่วงที่จะต้องเดินตัดขึ้นชัน พี่โจ้เจ้าหน้าที่บอกว่า ช่วงนี้จะเดินขึ้นชันยาวๆ ราว45องศา จุดนี้เรียกว่า "เนินสามก้าว"
แต่ช่วงที่เราเดิน มีลมโชยเป็นระยะๆ ทำให้การเดินขึ้นชันไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร ระหว่างทางเดินเราพบร่องรอยเท้ากระทิง,รอยเท้าช้าง อยู่ตลอดทาง เราเดินกันได้ไม่นาน ราว20นาที พี่เจ้าหน้าที่ก็บอกให้หยุดนั่งพักกันก่อน เพื่อรอเพื่อนๆกัน
ตอนนี้เราเดินไต่ระดับมาที่ ความสูงราว925ม. เพื่อนๆบางคนที่ตามมา บางคนยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงตรงลำธาร จึงนั่งพักกินข้าวกันที่นี้เลย เพราะ ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงพอดี
หลังจากเพื่อนๆพักกินข้าวกันเสร็จ เราก็เดินขึ้น "เนินสามก้าว" ช่วงที่สองกันต่อ เดินมาได้ราว20นาที ก็สุด "เนินสามก้าว" ตรงสันเขา พี่เจ้าหน้าที่ก็เลยให้หยุดนั่งพักกันก่อน เพื่อรอเพื่อนๆ กลุ่มหลังมากันจนครบ
จุดพักจุดนี้ ความสูงราว1,015ม. ตรงนี้เราจะมองเห็น "ยอดเขากำแพง" อยู่ข้างหน้านี้เอง แต่เราต้องเดินออกขวา เพื่อเดินไล่ไปตามสันเขา ช่วงเดินตามสันเขา ทางจะค่อนข้างรกไปด้วยต้นหญ้าสูง ระหว่างทางก็จะมีร่องรอยกระทิงอยู่เป็นระยะๆ
จนเดินมาถึงช่วง "สันคชสาร" ซึ่งบริเวณนี้เอง จะเป็นจุดที่ ช้างป่าเดินหากินกัน จึงต้องคอยระวัง
พี่โจ้เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าเจอช้างป่าบริเวณนี้ โอกาสหลบจะลำบากมาก เนื่องจากเป็นสันเขาแคบๆ กว้างราว2ม. ระหว่างทางก็จะพบเห็นรอยขี้ช้างอยู่เป็นระยะๆ จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยอีกจุดหนึ่ง แต่เสียดายหมอกฟุ้ง ทำให้วิวปิด
จากจุดนี้ไป ทางเดินจะมีทากมาคอยต้อนรับ แต่อาจจะไม่มาก เราเดินต่ออีกไม่นาน เราก็ถึง "ยอดเขากำแพง" ตรงป้ายระบุว่า ความสูง1,257ม. แต่ผมกลับวัดได้แค่ราว1,239ม.
พี่เจ้าหน้าที่ บอกว่า จุดนี้จะมองเห็นวิวไม่ชัดเท่ากับจุดที่เราจะแคมป์ และ ที่นี้ไม่เหมาะทำแคมป์ ซึ่งจุดแคมป์ต้องเดินไปอีก ราว300ม. จะเห็นวิวได้ดีกว่า
พวกเราเดินถึงจุดแคมป์ ราวบ่าย2 ใช้เวลาเดินทั้งหมด ราว4:30ชม. กับระยะทางราว 5km. แต่วิว ยังถูกปิดด้วยหมอกอยู่ ซึ่งที่นี้สามารถแคมป์ได้ทั้งแบบเต๊นท์ และ เปล แต่เปลดูจะเหมาะกว่าถ้ามาหน้าฝน
หลังจากผูกเปลทำแคมป์กันเสร็จ ก็ไปนั่งสนทนาชมหมอกกัน พร้อมกับพี่น้อย ก็เอาคอหมู มาย่างกินกัน ตั้งแต่บ่ายสาม พร้อมน้ำจิ้มแจ้วกินไปพลางๆ
หลังจากกินคอหมูย่างกันหมด หมอกก็ยังคงฟุ้งอยู่ พวกเราจึงเอาไก่มาย่างกินกันต่อไปพล่างๆ โดยได้พี่เจ้าหน้าที่อช.มาช่วยย่างให้ พวกเรากินกันยาวๆ จึงทำให้วันนี้ไม่ต้องกินข้าวมื่อเย็น เพราะ ทุกคนไม่รู้สึกหิวกันแล้ว
จนฟ้าเริ่มมืด หมอกก็ยังคงฟุ้ง และ หนามากขึ้น ทั้งๆที่ลมแรง ตอนนี้อุณหภูมิราว19องศา ฟ้าเริ่มมืด เพื่อนๆบางคนก็เลยทยอยกลับแคมป์ที่พักตัวเอง จนราว2ทุ่ม ฝนก็ตกลงเม็ดหนักพอสมควร พร้อมกับลมที่พัดมาเป็นระลอกๆ
#########