สวัสดีค่ะ
จั่วหัวกระทู้เช่นนี้ ไม่เชิงการตั้งคำถามเพื่อให้ตอบหรอกค่ะ
แต่เพราะเป็นสมาชิกใหม่ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน
จึงตั้งได้เพียงกระทู้คำถามเท่านั้น
เลยจำเป็นต้องจั่วหัวเรื่องเช่นนี้เพื่อให้รับกับประเภทกระทู้
เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ
ทุกคนเคยซื้อของออนไลน์กันไหมคะ
ยิ่งยุคสมัยนี้ด้วยแหละก็ หาคนที่ไม่ซื้อของออนไลน์ยากมากเลยค่ะ
เราก็เป็นคนหนึ่งค่ะ ที่เสพติดการช็อปของออนไลน์มากๆ
โดยเฉพาะของมือสอง จะเป็นของที่เราชอบมากๆ
และถ้าใครที่ช็อปของมือสองบ่อยๆ
จะเข้าใจดีว่าโอกาสที่จะได้ของให้สถาพเนี้ยบกริบเลยเนี่ยยาก
นอกเสียแต่ว่า ร้านที่ขายของมือสองร้านนั้นจะเช็คของเป็นอย่างดี
งานเสีย งานตำหนิ จึงมีให้เห็นน้อยมาก
หรือไม่ก็แจ้งตำหนิทุกครั้งก่อนการซื้อขาย
ล่าสุดเราก็ช็อปของมาชิ้นหนึ่งค่ะ ได้มาด้วยวิธีแบบบิทประมูล
ถ้าใครเคยซื้อขายด้วยวิธีเเบบนี้จะรู้เลยค่ะ
ว่ามันต้องเร็ว และปาดหน้าเค้กเก่ง หรือไม่ก็ให้ราคาโดดไปจากคนอื่นๆ
เราก็บิทของได้มาตามปกติค่ะ ตำหนิทางร้านก็แจ้งให้ทราบ
เราก็รับทราบแต่โดยดี
แต่ของมือสองอ่ะค่ะ ธรรมดามากที่จะพบหลังจากการขายเสร็จสิ้นเเล้ว
ว่ามีตำหนิอื่นที่ร้านค้าไม่ได้แจ้งไว้
เราก็เลยพิมไปพรรรณาความน้อยใจและความผิดหวังของเราให้ร้านฟัง
ด้วยความน้อยใจอ่ะค่ะ
เราก็เลยแนะให้ร้านค้าว่าถ้าของมีตำหนิก็ไม่ควรเอามาบิทประมูล
เพราะถ้ามันผิดพลาด คนที่ซื้อไปจะช้ำใจมากเป็นพิเศษ เพราะมันคือการประมูล
ทางร้านก็รับทราบโดยดีค่ะ
ไม่มีปัญหาอะไร
ก่อนหน้านี้เราก็ขอคำแนะนำในการซ่อมแซมมันค่ะ
เพราะดูทรงของแล้วก็ไม่ได้ร้ายหนักหนาสาหัสมากเท่าไหร่
แต่เราแค่เสียใจที่มันเป็นตำหนิจรงจุดสำคัญที่มีผลต่อการใช้งานด้วย
เอาเข้าจริงมันก็เป็นตำหนิกระจึงหนึ่ง เราจะปล่อยผ่านก็ได้ แบบไม่แยแสมัน
แต่ด้วยความที่เคยซื้อขายกันมาก่อน เราก็เลยแค่แนะในสิ่งที่เราคิดหรือรู้สึกไปก็เท่านั้น
แต่แม่ค้าดันไม่เข้าเราในส่วนนี้ และบอกกับเราว่า
“ของมันราคาสูง คนก็เลยแย่งบิทกัน ด้วยคุณค่าของของ (เป็นแบรนด์แนมยี่ห้อหนึ่ง)
ด้วยราคาเท่านี้ก็ ราคาที่ได้ก็จะประมาณนี้”
แต่เราจำได้เลยว่าวันที่เราบิท มีคนบิทอยู่ 3 คนแข่งกัน
คนที่ 1 บิทไปได้ต้นทางในราคาไม่สูง เหลือเรากับลูกค้าอีกคน บิทแข่งกัน
เราอยากได้มากเลย เพราะจะเอาไปใช้งานในอนาคต และเราก็เชื่อใจร้านนี้ด้วย
เพราะก่อนหน้านั้นก็เคยซื้อ และได้รับงานสภาพดีมาโดยตลอด (เป็นการซื้อแบบไม่ประมูลนะคะ)
พอมาครั้งนี้เป็นประมูล เราจึงเชื่อใจ และก็บิทราคาให้โดดเข้าว่า
ทีแรกเราทักไป แค่ขอคำแนะนำในการซ่อมของด้วยซ้ำ
และแม่ค้าก็ใจดีกับเรามาก บอกเราว่าจะคืนเงินให้
แต่เราถือคติ หรือจะนิสัยของเราสุดแล้วแต่
คือเราเห็นใจพ่อค้าแม่ค้ามาก เวลามาไลฟ์ขาย พูดขาย มันเหนื่อย
แล้วเวลาเจอแคสมีปัญหาแบบเรา มันก็ต้องเอาของมาวนขายใหม่อีก
มันเสียเวลาทำมาหากินพ่อค้าแม่ค้า อันนี้เราเห็นใจมาก และทราบมาโดยตลอด
เราจึงปฏิเสธไป
แต่สิ่งที่แม่ค้าตอบกลับมา ทำให้เราหมดความอดทน
แม่ค้าตัดสินเราด้วยคำพูดที่ไม่ควรพูดออกมา
แม่ค้าบอกกับเราว่า
“ ดูๆ แล้วก็ว่าน่าจะรับไม่ได้แหละค่ะ เพราะไม่รู้จัก”
เรายกมาให้แค่นี้เพราะคำพูดอย่างอื่นไม่ได้ทำให้เรารู้สึกแย่เลย
แต่คำพูดดังกล่าว มันทำให้เรารู้สึกแย่
เพราะแม่ค้าตัดสินเราด้วยการพูดเชิงดูถูก
ว่าไม่รู้จักคุณค่าหรือราคาที่แท้จริงของสิ่งของ ว่ามันเป็นแบรนด์เนม
แต่เรางงมาก มันจะมีลูกค้าที่ไหนกล้าบิทประมูล จนได้มา โดยไม่รู้จักแบรนด์ยี่ห้อนั้น ?
คำพูดแค่นี้บางคนอ่าน อาจมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่สำหรับเรา มันคือการตัดสิน และเป็นคำพูดในเชิงดูถูก
และนั่นหมายถึงคุณได้ตัดสินรสนิยมของเราด้วย
จริงๆ ปล่อยช่าง

เถอะไปก็ได้
เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะคืนตั้งแต่ต้น
แต่แค่เสียใจ และผิดหวังที่ร้านค้าทำดีมาโดยตลอด
แต่มาพลาดตรงส่วนนี้
เงินไม่ตายก็หาใหม่ได้ค่ะ เราไม่เคยเสียดายเลย
แต่เราเสียความรู้สึกมากกว่า เพราะเราไว้ใจและเชื่อเใจด้วยแหละมั้ง
อ่านมาจนถึงตรงนี้
คงไม่ได้อะไรมากเท่าไหร่นัก
เพราะหากมองดูแล้ว
มันคือปัญญาหยุมหยิม
ที่แม้แต่แม่ค้าเองก็ไม่ได้ใส่ใจมัน
แต่อยากฝากไว้ให้แม่ค้าพ่อค้าทั้งหลายคิดนะคะ
ว่าที่คุณมีรายได้อยู่ทุกวันนี้คือลูกค้า
ลูกค้าอาจไม่ใช่พระเจ้าค่ะ อันนี้เข้าใจได้
แต่การระมัดระวังคำพุดในการซื้อขาย
การใส่ใจลูกค้า ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พ่อค้าแม่ค้าควรทำ
เราคนหนึ่งล่ะ ต่อให้มีเป็นสิบร้าน และร้านอืนราคาถูกกว่า
แต่ถ้าพ่อค้าแม่ค้าใส่ใจ พูดจากับเราดี เราก็ติดหนึบไม่ไปไหนค่ะ
ที่เราอยากโพสก็ประมาณนี้แหละค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เป็นแม่ค้ามีหน้าที่แค่ขายของ ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินคนใช่ไหมคะ
จั่วหัวกระทู้เช่นนี้ ไม่เชิงการตั้งคำถามเพื่อให้ตอบหรอกค่ะ
แต่เพราะเป็นสมาชิกใหม่ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน
จึงตั้งได้เพียงกระทู้คำถามเท่านั้น
เลยจำเป็นต้องจั่วหัวเรื่องเช่นนี้เพื่อให้รับกับประเภทกระทู้
เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ
ทุกคนเคยซื้อของออนไลน์กันไหมคะ
ยิ่งยุคสมัยนี้ด้วยแหละก็ หาคนที่ไม่ซื้อของออนไลน์ยากมากเลยค่ะ
เราก็เป็นคนหนึ่งค่ะ ที่เสพติดการช็อปของออนไลน์มากๆ
โดยเฉพาะของมือสอง จะเป็นของที่เราชอบมากๆ
และถ้าใครที่ช็อปของมือสองบ่อยๆ
จะเข้าใจดีว่าโอกาสที่จะได้ของให้สถาพเนี้ยบกริบเลยเนี่ยยาก
นอกเสียแต่ว่า ร้านที่ขายของมือสองร้านนั้นจะเช็คของเป็นอย่างดี
งานเสีย งานตำหนิ จึงมีให้เห็นน้อยมาก
หรือไม่ก็แจ้งตำหนิทุกครั้งก่อนการซื้อขาย
ล่าสุดเราก็ช็อปของมาชิ้นหนึ่งค่ะ ได้มาด้วยวิธีแบบบิทประมูล
ถ้าใครเคยซื้อขายด้วยวิธีเเบบนี้จะรู้เลยค่ะ
ว่ามันต้องเร็ว และปาดหน้าเค้กเก่ง หรือไม่ก็ให้ราคาโดดไปจากคนอื่นๆ
เราก็บิทของได้มาตามปกติค่ะ ตำหนิทางร้านก็แจ้งให้ทราบ
เราก็รับทราบแต่โดยดี
แต่ของมือสองอ่ะค่ะ ธรรมดามากที่จะพบหลังจากการขายเสร็จสิ้นเเล้ว
ว่ามีตำหนิอื่นที่ร้านค้าไม่ได้แจ้งไว้
เราก็เลยพิมไปพรรรณาความน้อยใจและความผิดหวังของเราให้ร้านฟัง
ด้วยความน้อยใจอ่ะค่ะ
เราก็เลยแนะให้ร้านค้าว่าถ้าของมีตำหนิก็ไม่ควรเอามาบิทประมูล
เพราะถ้ามันผิดพลาด คนที่ซื้อไปจะช้ำใจมากเป็นพิเศษ เพราะมันคือการประมูล
ทางร้านก็รับทราบโดยดีค่ะ
ไม่มีปัญหาอะไร
ก่อนหน้านี้เราก็ขอคำแนะนำในการซ่อมแซมมันค่ะ
เพราะดูทรงของแล้วก็ไม่ได้ร้ายหนักหนาสาหัสมากเท่าไหร่
แต่เราแค่เสียใจที่มันเป็นตำหนิจรงจุดสำคัญที่มีผลต่อการใช้งานด้วย
เอาเข้าจริงมันก็เป็นตำหนิกระจึงหนึ่ง เราจะปล่อยผ่านก็ได้ แบบไม่แยแสมัน
แต่ด้วยความที่เคยซื้อขายกันมาก่อน เราก็เลยแค่แนะในสิ่งที่เราคิดหรือรู้สึกไปก็เท่านั้น
แต่แม่ค้าดันไม่เข้าเราในส่วนนี้ และบอกกับเราว่า
“ของมันราคาสูง คนก็เลยแย่งบิทกัน ด้วยคุณค่าของของ (เป็นแบรนด์แนมยี่ห้อหนึ่ง)
ด้วยราคาเท่านี้ก็ ราคาที่ได้ก็จะประมาณนี้”
แต่เราจำได้เลยว่าวันที่เราบิท มีคนบิทอยู่ 3 คนแข่งกัน
คนที่ 1 บิทไปได้ต้นทางในราคาไม่สูง เหลือเรากับลูกค้าอีกคน บิทแข่งกัน
เราอยากได้มากเลย เพราะจะเอาไปใช้งานในอนาคต และเราก็เชื่อใจร้านนี้ด้วย
เพราะก่อนหน้านั้นก็เคยซื้อ และได้รับงานสภาพดีมาโดยตลอด (เป็นการซื้อแบบไม่ประมูลนะคะ)
พอมาครั้งนี้เป็นประมูล เราจึงเชื่อใจ และก็บิทราคาให้โดดเข้าว่า
ทีแรกเราทักไป แค่ขอคำแนะนำในการซ่อมของด้วยซ้ำ
และแม่ค้าก็ใจดีกับเรามาก บอกเราว่าจะคืนเงินให้
แต่เราถือคติ หรือจะนิสัยของเราสุดแล้วแต่
คือเราเห็นใจพ่อค้าแม่ค้ามาก เวลามาไลฟ์ขาย พูดขาย มันเหนื่อย
แล้วเวลาเจอแคสมีปัญหาแบบเรา มันก็ต้องเอาของมาวนขายใหม่อีก
มันเสียเวลาทำมาหากินพ่อค้าแม่ค้า อันนี้เราเห็นใจมาก และทราบมาโดยตลอด
เราจึงปฏิเสธไป
แต่สิ่งที่แม่ค้าตอบกลับมา ทำให้เราหมดความอดทน
แม่ค้าตัดสินเราด้วยคำพูดที่ไม่ควรพูดออกมา
แม่ค้าบอกกับเราว่า
“ ดูๆ แล้วก็ว่าน่าจะรับไม่ได้แหละค่ะ เพราะไม่รู้จัก”
เรายกมาให้แค่นี้เพราะคำพูดอย่างอื่นไม่ได้ทำให้เรารู้สึกแย่เลย
แต่คำพูดดังกล่าว มันทำให้เรารู้สึกแย่
เพราะแม่ค้าตัดสินเราด้วยการพูดเชิงดูถูก
ว่าไม่รู้จักคุณค่าหรือราคาที่แท้จริงของสิ่งของ ว่ามันเป็นแบรนด์เนม
แต่เรางงมาก มันจะมีลูกค้าที่ไหนกล้าบิทประมูล จนได้มา โดยไม่รู้จักแบรนด์ยี่ห้อนั้น ?
คำพูดแค่นี้บางคนอ่าน อาจมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่สำหรับเรา มันคือการตัดสิน และเป็นคำพูดในเชิงดูถูก
และนั่นหมายถึงคุณได้ตัดสินรสนิยมของเราด้วย
จริงๆ ปล่อยช่าง
เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะคืนตั้งแต่ต้น
แต่แค่เสียใจ และผิดหวังที่ร้านค้าทำดีมาโดยตลอด
แต่มาพลาดตรงส่วนนี้
เงินไม่ตายก็หาใหม่ได้ค่ะ เราไม่เคยเสียดายเลย
แต่เราเสียความรู้สึกมากกว่า เพราะเราไว้ใจและเชื่อเใจด้วยแหละมั้ง
อ่านมาจนถึงตรงนี้
คงไม่ได้อะไรมากเท่าไหร่นัก
เพราะหากมองดูแล้ว
มันคือปัญญาหยุมหยิม
ที่แม้แต่แม่ค้าเองก็ไม่ได้ใส่ใจมัน
แต่อยากฝากไว้ให้แม่ค้าพ่อค้าทั้งหลายคิดนะคะ
ว่าที่คุณมีรายได้อยู่ทุกวันนี้คือลูกค้า
ลูกค้าอาจไม่ใช่พระเจ้าค่ะ อันนี้เข้าใจได้
แต่การระมัดระวังคำพุดในการซื้อขาย
การใส่ใจลูกค้า ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พ่อค้าแม่ค้าควรทำ
เราคนหนึ่งล่ะ ต่อให้มีเป็นสิบร้าน และร้านอืนราคาถูกกว่า
แต่ถ้าพ่อค้าแม่ค้าใส่ใจ พูดจากับเราดี เราก็ติดหนึบไม่ไปไหนค่ะ
ที่เราอยากโพสก็ประมาณนี้แหละค่ะ
ขอบคุณค่ะ