สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
การติดสปริงเกอร์สำหรับทาวน์เฮ้าส์ห้องกลาง คงไม่เหมาะแน่ ด้วยยากที่ละอองจะไม่รุกล้ำไปยังเพื่อนบ้าน ที่อาจจัไม่พึงประสงค์ความชื้นแฉะของเราก็ได้ . . . และการพ่นละอองน้ำบนหลังคาซีแพคหรือกระเบื้องลอนคู่ ลดอุณหภูมิได้มากพอ & คุ้มค่าหรือ? (ส่วนตัวจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ด้วยวิธีดังกล่าว)
แนะนำอ่านบทความ : ทำอย่างไรให้บ้านเย็นขึ้นได้บ้างคะ >>> http://house-eco.blogspot.com/2015/08/blog-post.html?m=1
กรณีทาวน์เฮ้าส์หันหน้าบ้านทิศเหนือ หลังบ้านทิศใต้นั้น ในช่วงกลาง เมย. ดวงอาทิตย์จะอยู่แนวตั้งฉากกับเขต กทม.-ปริมณฑล และจะเคลื่อนตัวขึ้นไปยังซีกโลกเหนือทีละน้อย ผนังหน้าบ้านจะเริ่มโดนแสงแดดสาดส่องมากขึ้นทีละน้อยๆ ผนังด้านนี้จะยิ่งทวีสะสมความร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนดวงอาทิตย์เริ่มเคลือนย้ายกลับมาแนวตั้งฉากอีกครั้งใน 3-4 เดือนข้างหน้า และค่อยๆคล้อยไปซีกโลกใต้ คราวนี้ผนังด้านใต้ (ด้านหลังบ้าน) ก็จะรับภาระความร้อนจากแสงแดดแทน (แดดจะสาดส่องผนังทิศเหนือ เพียง ~3 เดือน แต่ทิศใต้จะยาวถึง 5-6 เดือน ที่เหลือจะประมาณแนวดิ่งกึ่งตั้งฉาก)
สำหรับฝ้าเพดานนั้น นอกจากที่คิดถึงการขึ้นไปวางแผ่นฉนวนบนฝ้า ก็จะได้ผลค่อนข้างดี (ส่วนตัวเป็นทาวน์เฮ้าส์เข่นกัน ก็ได้ผลเป็นที่พอใจ) แต่หากสามารถเปลี่ยนฝ้าชายคาเป็นแผ่นสมาร์ทบอร์ด ชนิดฝ้าเพดาน ที่มีรู/ช่องระบายความร้อนร่วมด้วย ก็จะได้ผลเรื่องความร้อนใต้หลังคาดียิ่งขึ้น
สำหรับผนังหน้า-หลังบ้าน ทำได้ 2 อย่างคือ เบิ้ลผนังเป็น 2 ชั้นด้วยแผ่นยิบซั่มบอร์ดชนิดที่มีฉนวนในตัว อาทิ Gyproc รุ่น ThermaLine ที่มีฉนวน EP Hi-Dense เป็นต้น

และทาสีภายนอกที่ทีประสิทธิภาพทั้งในด้านฉนวน (ในสีรองพื้น) และประสิทธิภาพในการสะท้อนรังสีความร้อน มอก.2514-2533 & ฉลากเบอร์ 5 ของ กท. พลังงาน (ในสีทับหน้า)

หมายเหตุ : หากผนังบ้านเป็นผนังคอนกรีตหล่อสำเร็จ (precast concrete) ก็จะเป็นผนังที่ดูดซับความร้อนได้เร็ว รวมทั้งกักสะสมความร้อนไว้ในตัวได้นานๆ แม้พลบค่ำไปแล้ว ก็ยังคายความร้อนออกมาเรื่อยๆ
และหากสามารถทำร่มเงาให้กับผนังหน้า-หลังบ้านได้อีก ก็จะยิ่งลดปัญหาลงไปได้มากเช่นกัน

สำหรับช่องเปิดกระจก แนะนำให้ปิดฟิล์มกันความร้อน ที่มีประสิทธิภาพในการสะท้อนรังสียูวี และหากเปลี่ยนผ้าม้านเป็นชนิด blackout ก็จะช่วยบรรเทาลงได้อีก
แนะนำอ่านกระทู้ที่เพิ่งผ่านมา : ทำอย่างไรให้บ้านเย็นขึ้นได้บ้างคะ
>>> https://pantip.com/topic/38822283
แนะนำอ่านบทความ : ทำอย่างไรให้บ้านเย็นขึ้นได้บ้างคะ >>> http://house-eco.blogspot.com/2015/08/blog-post.html?m=1
กรณีทาวน์เฮ้าส์หันหน้าบ้านทิศเหนือ หลังบ้านทิศใต้นั้น ในช่วงกลาง เมย. ดวงอาทิตย์จะอยู่แนวตั้งฉากกับเขต กทม.-ปริมณฑล และจะเคลื่อนตัวขึ้นไปยังซีกโลกเหนือทีละน้อย ผนังหน้าบ้านจะเริ่มโดนแสงแดดสาดส่องมากขึ้นทีละน้อยๆ ผนังด้านนี้จะยิ่งทวีสะสมความร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนดวงอาทิตย์เริ่มเคลือนย้ายกลับมาแนวตั้งฉากอีกครั้งใน 3-4 เดือนข้างหน้า และค่อยๆคล้อยไปซีกโลกใต้ คราวนี้ผนังด้านใต้ (ด้านหลังบ้าน) ก็จะรับภาระความร้อนจากแสงแดดแทน (แดดจะสาดส่องผนังทิศเหนือ เพียง ~3 เดือน แต่ทิศใต้จะยาวถึง 5-6 เดือน ที่เหลือจะประมาณแนวดิ่งกึ่งตั้งฉาก)
สำหรับฝ้าเพดานนั้น นอกจากที่คิดถึงการขึ้นไปวางแผ่นฉนวนบนฝ้า ก็จะได้ผลค่อนข้างดี (ส่วนตัวเป็นทาวน์เฮ้าส์เข่นกัน ก็ได้ผลเป็นที่พอใจ) แต่หากสามารถเปลี่ยนฝ้าชายคาเป็นแผ่นสมาร์ทบอร์ด ชนิดฝ้าเพดาน ที่มีรู/ช่องระบายความร้อนร่วมด้วย ก็จะได้ผลเรื่องความร้อนใต้หลังคาดียิ่งขึ้น
สำหรับผนังหน้า-หลังบ้าน ทำได้ 2 อย่างคือ เบิ้ลผนังเป็น 2 ชั้นด้วยแผ่นยิบซั่มบอร์ดชนิดที่มีฉนวนในตัว อาทิ Gyproc รุ่น ThermaLine ที่มีฉนวน EP Hi-Dense เป็นต้น


และทาสีภายนอกที่ทีประสิทธิภาพทั้งในด้านฉนวน (ในสีรองพื้น) และประสิทธิภาพในการสะท้อนรังสีความร้อน มอก.2514-2533 & ฉลากเบอร์ 5 ของ กท. พลังงาน (ในสีทับหน้า)

หมายเหตุ : หากผนังบ้านเป็นผนังคอนกรีตหล่อสำเร็จ (precast concrete) ก็จะเป็นผนังที่ดูดซับความร้อนได้เร็ว รวมทั้งกักสะสมความร้อนไว้ในตัวได้นานๆ แม้พลบค่ำไปแล้ว ก็ยังคายความร้อนออกมาเรื่อยๆ
และหากสามารถทำร่มเงาให้กับผนังหน้า-หลังบ้านได้อีก ก็จะยิ่งลดปัญหาลงไปได้มากเช่นกัน



สำหรับช่องเปิดกระจก แนะนำให้ปิดฟิล์มกันความร้อน ที่มีประสิทธิภาพในการสะท้อนรังสียูวี และหากเปลี่ยนผ้าม้านเป็นชนิด blackout ก็จะช่วยบรรเทาลงได้อีก
แนะนำอ่านกระทู้ที่เพิ่งผ่านมา : ทำอย่างไรให้บ้านเย็นขึ้นได้บ้างคะ
>>> https://pantip.com/topic/38822283
แสดงความคิดเห็น
*** บ้านร้อนมากๆ เลยลองวัดอุณหภูมิดู เผื่อหาทางแก้ไข ***
1.) บ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น , หลังกลาง , ชั้นบนเป็นฝ้าฉาบเรียบ , หน้าบ้านหันไปทางทิศเหนือ
2.) ช่วงบ่าย ใช้ที่ยิงอินฟราเรดวัดอุณหภูมิตามจุดต่างของบ้านเล่นดู ว่าเราคิดมากไปเองหรือเปล่าที่มันร้อนนนนน
2.1 วัดใต้หลังคาลอนคู่ ที่ลานจอดรถหน้าบ้าน อุณหภูมิอยู่ที่ 62 C
2.2 วัดที่ฝ้าห้องนอน ชั้น 2 อุณหภูมิอยู่ที่ 37 C
2.3 วัดที่กำแพงด้านที่หันไปทางหน้าบ้าน ห้องนอน อยู่ที่ 36.5 C
2.4 วัดที่กำแพงภายในตัวบ้าน ห้องนอน อยู่ที่ 33.5 C
3.5 อุณหภูมิ ภายในห้องประมาณ 33.5 C
3.) ช่วง 2 ทุ่ม ลองวัดอีกรอบ
3.1 วัดที่ฝ้า ชั้น 2 อุณหภูมิอยู่ที่ 33 C
3.2 วัดที่กำแพงด้านที่หันไปทางหน้าบ้าน ห้องนอน อยู่ที่ 34.5 C
3.3 วัดที่กำแพงภายในตัวบ้าน ห้องนอน อยู่ที่ 34 C
3.4 อุณหภูมิ ภายในห้องประมาณ ห้องนอน 35 C
*** สรุป ช่วงเช้า ฝ้าจะร้อนและแผ่ความร้อนลงมาในห้อง , ช่วงค่ำ กำแพงปูนจะคายความร้อนลงมาในห้อง ***
เลยคิดหาวิธีลดความร้อนในบ้านดูว่าทำอะไรได้บ้าง
1.)ประตูกระจกขนาดใหญ่ในห้องนอน + กำแพงด้านที่หันไปทิศเหนือ ปูนจะร้อนกว่าด้านอื่น จะลดอุณหภูมิได้ยังไง
2.) ความร้อนที่ลงมาจากทางฝ้า คงต้องติดฉนวน
3.) ความร้อนที่แผ่ลงมาจากกำแพงล่ะ ?
*** ใครมีประสบการณ์ รบกวนแชร์หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ ***