ตะลุยเดี่ยวขี่รถเที่ยวดะอีสานตอนใต้ต่อกัมพูชาตอนเหนือ ตอนที่ 2







                              กลับมารีวิวกระทู้ตะลุยเดี่ยวขี่รถเที่ยวดะอีสานใต้ต่อกัมพูชาตอนเหนือกันต่อ โดยกระทู้ในตอนนี้จะเป็นตอนที่ 2   ซึ่งเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ของการเดินทางท่องเที่ยววันที่ 3 - 4 ของผมในทริปนี้   โดยไปชมปราสาทหินในถิ่นอีสานใต้ในเขตจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์กันนะครับ  พร้อมกับไปร่วมงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งในภาคกลางวันนะครับ

                              ก่อนอื่นไปรู้จักการเดินทางท่องเที่ยวของผมในทริปนี้ก่อนครับว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง  โดยผมได้แบ่งทริปการเดินทางของผมในครั้งนี้เป็นดังนี้

                            วันที่ 1 :   เดินทางจากกรุงเทพฯ – บุรีรัมย์ เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมืองบุรีรัมย์

                            วันที่ 2  :  เที่ยวปราสาทหินและสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอละหานทราย โนนดินแดง และปะคำ และชมการแสดงแสงสีเสียงใน
                                           งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 
                                           
                            วันที่ 3  :  เที่ยวปราสาทหินในเขตบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ และอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และร่วมชมขบวนแห่ประเพณีขึ้น
                                           เขาพนมรุ้ง

                            วันที่ 4  :  เที่ยวปราสาทหินในเขตอำเภอปราสาท สังขะ และบัวเชดของจังหวัดสุรินทร์

                            วันที่ 5  :  เดินทางจากสุรินทร์ไปจังหวัดสระแก้ว และเที่ยวปราสาทหินในจังหวัดสระแก้ว

                            วันที่ 6  :  เที่ยวปราสาทหินและสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสระแก้ว (ต่อ)

                            วันที่ 7  :  เดินทางไปเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา และเที่ยวปราสาทหินในเมืองเสียมเรียบ

                            วันที่ 8  :  เที่ยวปราสาทหินกลุ่มหริหราลัย และปราสาทหินรายทางระหว่างทางจากเสียมเรียบไปกำปงธม

                            วันที่ 9  :  เที่ยวกลุ่มปราสาทสมโบร์ไพรกุกที่เมืองกำปงธม

                            วันที่ 10  :  เดินทางไปเมืองพระตะบอง และเที่ยวปราสาทหินในเมืองพระตะบอง
 
                            วันที่ 11  :  เที่ยวปราสาทหินและสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองพระตะบอง

                            วันที่ 12  :  เที่ยวกลุ่มปราสาทหินบันทายฉมาร์ที่เมืองบันเตียเมียนเจย

                            วันที่ 13  :  เที่ยวเก็บตกในเมืองพระตะบอง และเดินทางกลับบ้าน
            
ถ้าเข้าใจข้อมูลการเดินทางของผมแล้ว  พร้อมแล้วก็ Let go.... กันเลย

วันที่ 3 : เที่ยวปราสาทหินในเขตบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ และอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และร่วมชมขบวนแห่ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง

                             วันนี้ออกเดินทางจากที่พักราว 8.30 น. ขี่รถมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าไปชมปราสาทหินในแถบตอนใต้ของจังหวัดบุรีรีมย์ในโซนอำเภอบ้านกรวด และต่อด้วยกลุ่มปราสาทหินในแนวตะเข็บชายแดนไทย - กัมพูชาในเขตจังหวัดสุรินทร์ โดยจุดหมายแรกก็คือ ปราสาทบ้านบุ ซึ่งอยู่ห่างที่พักไปราว  12  ก.ม.




                              ปราสาทบ้านบุตั้งอยู่ภายในรั้วโรงเรียนบ้านบุรังสรรค์  โดยตั้งทางขวามือหากเราขี่รถจากปราสาทเขาพนมรุ้งไปทางอำเภอบ้านกรวด ให้สังเกตป้ายเล็ก ๆ บอกทางตอนใกล้ถึงให้ดีนะครับ



                               โดยปราสาทบ้านบุจัดเป็นอโรคยศาลาอีกแห่งที่ตั้งอยู่รายทางระหว่างเมืองพระนครหลวงในประเทศกัมพูชามายังปราสาทหินพิมายตามข้อความที่ปรากฏบนจารึกปราสาทพระขรรค์บอกไว้ สภาพปัจจุบันได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรจนดูใหม่เอี่ยมสมบูรณ์ รู้สึกจะเป็นศิลาแลงใหม่เยอะนะครับสีศิลาแลงออกส้มแจ้ดเลย



                                มาชมปราสาทยามเช้าดีหน่อย  ไม่ร้อนเพราะแดดยังไม่แรง   บรรยากาศเงียบสงบเพราะเป็นช่วงโรงเรียนปิดเทอม ผมชอบนะบรรยากาศชมปราสาทแบบนี้ให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัวดีแบบที่เราชอบ ผมไม่ชอบไปเที่ยวชมโบราณสถานที่มีแต่คนแย่งกันถ่ายรูป บรรยากาศคึกคักจนเราหมดสนุกในการเดินเที่ยวชมงานศิลปกรรมของที่นั่นไป



                                ภายในศาสนสถานหลงเหลือเพียงแท่นที่ไว้วัตถุ  ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรูปพระพุทธเจ้าไภสัชคุรุไวฑูรยประภาเหมือนกับที่เคยพบใน
อโรคยศาลาอื่น ๆ ของขอม    การชมปราสาทบ้านบุใช้เวลาไม่นานไม่เกินครึ่งชั่วโมงเพราะศาสนสถานแห่งนี้หลงเหลืออาคารให้ชมเพียงหลังเดียวเท่านั้น



                                ต่อมาผมขี่รถไปชม   ปราสาททอง   เป็นศาสนสถานขอมอีกแห่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ้านกรวด  ซึ่งเป็นทางผ่านจะไปยังกลุ่มปราสาทตาเมือนของจังหวัดสุรินทร์



                                ปราสาททองเป็นปราสาทขอมขนาดเล็กที่ซุกซ่อนอยู่ในย่านชุมชนของตัวอำเภอบ้านกรวด ปราสาทแห่งนี้ผ่านการบูรณะมาเรียบร้อยแล้ว สภาพแวดล้อมบริเวณปราสาทมีต้นไม้มากมายดูร่มรื่นดี



                                 โดยปราสาทประธานที่นี่สร้างเป็นปราสาทอิฐ   3   หลังบนฐานศิลาแลงที่มีความสูงไม่มากนัก   มีอาคารบรรณาลัยอยู่ 2 หลัง และที่โคปุระทางเข้าด้านหน้าของปราสาทยังหลงเหลือทับหลังเหนือกรอบประตูไว้ให้ดูชมกัน เป็นทับหลังรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ




                                  รูปแบบทางศิลปกรรมของปราสาทเป็นแบบบาปวน ร่วมสมัยกับปราสาทเมืองต่ำที่ผมได้ไปชมแล้วเมื่อวานนี้



                                  ต่อมาผมขี่รถต่อไปยัง    กลุ่มปราสาทตาเมือน   ที่ตั้งอยู่ในแนวตะเข็บชายแดนไทย - กัมพูชาในเขตอำเภอพนมดงรัก   จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไปราว   24  ก.ม. ใช้เวลาขี่รถไปประมาณเกือบ   1   ช.ม. ได้    ถนนที่ขี่จากอำเภอบ้านกรวดไปยังปราสาทตาเมือนเป็นถนนสายใหญ่ที่กว้างดี รถวิ่งน้อย  ขี่รถสบายเลยครับ



                                   การมาเที่ยวชมกลุ่มปราสาทตาเมือน ซึ่งประกอบด้วยศาสนสถานใกล้กัน   3   แห่งไล่ไปจากที่จะถึงก่อนไปถึงชายแดนคือ ปราสาทตาเมือน  ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือนธม  เราจะต้องยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้ทหารที่ด่านตรวจก่อนถึงปราสาทตาเมือน
ก่อนนะครับ  เหตุผลเรื่องความมั่นคง แล้วขากลับเราจึงขอคืนบัตรจากพี่ทหารเค้าได้ครับ



                                    โดยปราสาทตาเมือนจะอยู่เลยด่านตรวจมาไม่มากนัก ตั้งอยู่ริมถนนฝั่งซ้ายตรงทางโค้งพอดี ให้สังเกตป้ายชี้บอกไว้ให้ดี ลักษณะเป็นอโรคยศาลาหรือธรรมศาลาแบบเดียวกับปราสาทบ้านบุที่ไปชมมาเมื่อเช้านี้ ก่อด้วยศิลาแลงทั้งหลัง เป็นจุดแวะพักของผู้เดินทางจากเมืองพระนครหลวงไปปราสาทหินพิมาย



                                     ภายในศาสนสถานไม่หลงเหลือโบราณวัตถุอะไรแล้ว    หากเคยมีก็คงจะเป็นแท่นวางรูปเคารพพระโพธิสัตว์หรือพระพุทธเจ้าเหมือนที่เจอที่ปราสาทบ้านบุนั่นเอง   เพราะศาสนสถานแห่งนี้สร้างในคติความเชื่อของพระพุทธศาสนานิกายมหายาน เป็นศิลปะแบบบายนในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  



                                     ต่อมาผมขี่รถไปชม  ปราสาทตาเมือนโต๊ด   ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากที่นี่ไปราว   350  เมตรเท่านั้น   ตั้งอยู่ทางขวามือของถนน มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อขี่รถผ่าน




                                      ลักษณะปราสาทตาเมือนโต๊ดเป็นศาสนสถานประเภทอโรคยศาลาเช่นเดียวกับปราสาทตาเมือน     เพียงแต่มีอาคารประกอบต่าง ๆ มากกว่า   โดยตัวปราสาทประธานก่อด้วยศิลาแลงยังคงสภาพสมบูรณ์ดีอยู่ ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีโคปุระด้านทิศตะวันออกเป็นทางเข้าเพียงด้านเดียวของปราสาท



                                       เดิมห้องกลางของโคปุระได้พบจารึกด้วยภาษาสันสกฤต 1 หลักที่กล่าวถึงการสร้างปราสาทหลังนี้เพื่อเป็นอโรคยศาลาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7



                                       การชมปราสาทตาเมือนโต๊ดใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาที    ต่อไปผมขี่รถไปชม  ปราสาทตาเมือนธม   ซึ่งปราสาทหลังนี้ตั้งคร่อมอยู่ตรงเส้นเขตแดนไทย - กัมพูชาพอดี   ให้เราขี่รถตามถนนไปจนสุดทางจะเจอด่านทหารเลยครับ





                                         ปราสาทตาเมือนธมเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มปราสาทตาเมือน    คำว่า "ธม"   ในภาษาเขมร   แปลว่า "ใหญ่"    โดยปราสาทตาเมือนธมประกอบด้วยปราสาทประธานที่มีสภาพหักพังลงยังไม่ได้รับการบูรณะ มีปราสาทประกอบข้างอีก 2 หลัง และมีอาคารบรรณาลัย 2 หลังก่อด้วยศิลาแลง การเดินชมปราสาทจะมีทหารไทยและทหารกัมพูชาเฝ้าอยู่ทั่วปราสาท เราไม่ควรเดินออกไปนอกปราสาทมากนัก อย่าเดินล้ำเข้าไปแนวต้นไม้ตรงหน้าผาหน้าปราสาท   เพราะบริเวณนั้นเป็นเส้นแบ่งเขตแดน จะมีทหารกัมพูชาคุมเข้มมาก


แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่