26 เม.ย. 2562 ณรงค์ รุ่งธนวงศ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสถิติ กองอำนวยการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวระบุว่า
ได้รับมอบอำนาจให้มายื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติของ ชาญวิทย์ วิภูศิริ ว่าที่ ส.ส.กทม. เขต
เลือกตั้งที่ 15 สังกัดพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากตรวจพบว่าอาจเป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจ
การหนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชน
การกระทำดังกล่าวจึงอาจขัดรัฐธรรมนูญ ม.98 (3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 (3) ที่ห้ามไม่ให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือ
ผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงขอให้ กกต.ใช้อำนาจตรวจสอบและวินิจฉัย หากพบ
ว่าบุคคลดังกล่าวมีลักษณะต้องห้าม ก็ขอให้ยกเลิกการเลือกตั้งในเขตดังกล่าว และสั่งให้ดําเนินการเลือกตั้งใหม่ รวมทั้งให้ดำเนินคดีตาม
พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 ด้วย
ณรงค์กล่าวอีกว่า ทางพรรคเพื่อไทยกำลังสืบค้นข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบและวินิจฉัยลักษณะต้อง
ห้ามหรือการกระทำของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย โดยขณะนี้มีข้อมูลของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐอีก
หลายรายที่กำลังทยอยตรวจสอบและยื่นต่อ กกต.ต่อไป
ทั้งนี้ผู้จัดการออนไลน์ รายงานด้วยว่า ณรงค์ชี้ว่า ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวจำนวน 250 ล้านหุ้น และเป็นผู้มีอำนาจในการลงนามของบริษัทดัง
กล่าวด้วย จึงขอให้กกต.เร่งตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีนี้หากพบว่ากระทำความผิดจริงนายชาญวิทย์ ก็จะมีความผิดรับรองคุณสมบัติตนเองเป็น
เท็จซึ่งก็จะมีความผิดทางอาญาด้วย
เพื่อไทยยื่น กกต. สอบว่าที่ ส.ส.พลังประชารัฐถือหุ้นสื่อ 250 ล้านหุ้น ...ประชาไท... /sao..เหลือ..noi
ได้รับมอบอำนาจให้มายื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติของ ชาญวิทย์ วิภูศิริ ว่าที่ ส.ส.กทม. เขต
เลือกตั้งที่ 15 สังกัดพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากตรวจพบว่าอาจเป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจ
การหนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชน
การกระทำดังกล่าวจึงอาจขัดรัฐธรรมนูญ ม.98 (3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 (3) ที่ห้ามไม่ให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือ
ผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงขอให้ กกต.ใช้อำนาจตรวจสอบและวินิจฉัย หากพบ
ว่าบุคคลดังกล่าวมีลักษณะต้องห้าม ก็ขอให้ยกเลิกการเลือกตั้งในเขตดังกล่าว และสั่งให้ดําเนินการเลือกตั้งใหม่ รวมทั้งให้ดำเนินคดีตาม
พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 ด้วย
ณรงค์กล่าวอีกว่า ทางพรรคเพื่อไทยกำลังสืบค้นข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบและวินิจฉัยลักษณะต้อง
ห้ามหรือการกระทำของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย โดยขณะนี้มีข้อมูลของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐอีก
หลายรายที่กำลังทยอยตรวจสอบและยื่นต่อ กกต.ต่อไป
ทั้งนี้ผู้จัดการออนไลน์ รายงานด้วยว่า ณรงค์ชี้ว่า ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวจำนวน 250 ล้านหุ้น และเป็นผู้มีอำนาจในการลงนามของบริษัทดัง
กล่าวด้วย จึงขอให้กกต.เร่งตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีนี้หากพบว่ากระทำความผิดจริงนายชาญวิทย์ ก็จะมีความผิดรับรองคุณสมบัติตนเองเป็น
เท็จซึ่งก็จะมีความผิดทางอาญาด้วย