สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนครับ ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวเองก่อนเลยนะครับ ผมได้เข้ามาทำงานบริษัท ณ ที่ ๆ แห่งหนึ่ง พึ่งเริ่มงานครับ ได้เดือนเศษ ๆ
หลังจากที่ผมเริ่มเข้าทำงานที่นี้ ได้ไปสักพัก ก็เริ่มมีการนำรถเราไปใช้ในงานบริษัท ซึ่งผมเข้าใจว่าทุก ๆ ต้องมีการเบิกค่าพาหนะอยู่แล้วถูกต้องมั้ยครับ แล้วทีนี้ก่อนหน้านี้ ก็มีการยืมไปซื้อของกินซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องของงานบริษัท ผมไม่เคยห้ามหรือไม่ให้ใช้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อเวลาผ่านไป ๆ ผมเริ่มรู้สึกสงสัยครับเพราะผมเห็นหลายครั้งว่า มีการนำรถไปใช้ในงานของบริษัท (ไม่ใช่รถของผมนะครับ แต่เป็นรถที่เป็นพี่ร่วมงานกันครับ) พาหนะคือมอเตอร์ไซต์ ซึ่งการใช้ในงานบริษัทไม่ได้ว่าไปไกลอะไรหรอกครับ ก็แค่ไป ธนาคาร ไปจ่ายภาษี ไปจ่ายค่าขยะรายเดือน(อันนี้ไกลนะครับไปถึงเขต) ซึ่ง ระยะ ๆทาง ต่าง ๆ ประมาณ 1-2 กิโล ไม่รวมไปเขต ซึ่งตามระยะทางนี้เพื่อนๆ จะเห็นว่า มันไม่ไกลใช่มั้ยครับ ใช่ครับสำหรับผมก็ไมไกล แต่ทีนี้มันมีมากกว่านี้ครับ มันมีเรื่องของการไปทำตราปั๊ม ที่ต้องไปไกล ไปซื้อของที่วงเวียนใหญ่ ซึ่งมันไกลจากตรงนี้มาก ๆ แต่ค่าน้ำมันมันอยู่ที่เดือนละ200 เดือนละ200พึ่งมาเพิ่มเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานะครับก่อนหน้านี้เดือนละ100มาตลอดมาเพิ่มหลังจากผมเริ่มมีปากเสียงเรื่องค่าพาหนะเลยเพิ่มมา200 ทีนี้เข้าเรื่องเลยครับ ผมรู้สึกสงสารพี่คนนั้นมากที่ต้องคอยให้เอารถตัวเองไปใช้ในงานบริษัทซึ้งก่อนหน้าคือค่าพาหนะได้เดือนละ100บาท! ฟังไม่ผิดหรอกครับเดือนละ100บาท! ผมเลยตัดสินใจคุยผมถามตรง ๆ เลยว่า พี่ไม่รู้สึกอะไรหรอ คำตอบที่ผมได้คือ โถ่วไอ

ค่าพาหนะเดือนละ100 วันละ3บาทหรอไอสัส พี่รู้สึกนะเว้ยแต่มันผิดที่พวกพี่เองที่ก่อนหน้านี้ก็ยอม ๆ ไป ทำไรง่าย ๆ ไม่ได้คิดมาตั้งแต่แรก แต่ถามว่ารู้สึกมั้ยมันรู้สึก หลังจากนั้นผมก็เริ่มแข็งใส่ทุกครั้งที่มีการใช้รถ ผมจะพูดขึ้นมาทันทีเลย ค่าน้ำมัน 40 ค่ารถ 40 ไรประมาณนี้ครับ จนมันเริ่มมีผลครับ ผมเริ่มไม่อยากมองหน้า ผจก.คนนี้ มันมีหลายปัจจัยครับ เช่น
1.ผมไหว้ทุกคน ทุกคนรับไหว้แต่มันไม่รับไหว้ ?
2.เย่อยิ่ง ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าทำงาน พูดว่าผมคือลูกน้อง ( ขอโทษนะครับผมคิดในใจ จ่ายเงินเดือนกูหรอ ยังเป็นลูกน้องเขาเหมือนกู

อุตริคิดว่ากูเป็นลูกน้องอีก

)
3.เป็นคนค่อนข้างไม่มีสัมพัมธไมตรีต่อผู้อื่นครับ เช่น สีหน้า แววตา คำพูดต่อผู้อื่น
4.ชอบใช้แม่บ้านให้ไปซื้อของมาให้ตอนเที่งอากาศร้อน ๆ ซื้อข้าว ตอนเช้าซื้อกาแฟ หรือมันนึกอยากกินไรมันก็จะใช้แม่บ้านหรือคนอื่นไปซื้อให้ (มันมีสิทธิ์อะไรทำแบบนั้น จิตใจแบบนี้ พฤติกรรมแบบนี้ ทำตัวเหนือคนอื่นทุกอย่าง ) แต่ผมไม่เคยโดนมันใช้นะครับ เพราะผมแข็งใส่
ทั้งหมดนี้มันทำให้ผมไม่ยกมือไหว้ ผจก.คนนี้อีกเลย ต่อครับ
เรื่องเริ่มหนักขึ้นเมื่อมาถึงสัปดาห์หลังสงกรานต์ ผมยืนกรานทุกครั้งที่เอารถผมออกไปใช้งานบริษัท เบิกค่ารถ 40 บาท ครั้งแรกผมเบิก 60 ครับ เพราะเอาไป2รอบที่เดิม
พอครั้งที่3คนที่จะเอารถไปเดินมาขอกุญแจรถผม ผมเลยบอกว่าพี่เบิกค่ารถให้ผมยัง เขาตอบผมว่า ผจก.ไม่ให้ ผมก็เลยตอบว่า ไม่เป็นไรพี่ผมขอไปคุยก่อนเดี๋ยวผมเอากุญแจมาให้ เมื่อผมเดินเข้าไปคุยสิ่งที่ผมพูด คือเรื่องการเบิก ผมถามว่าปกติมันมีให้เบิกมั้ย มันไม่มีหรอ สิ่งที่ผมได้คือ ปกติคือทำกันแบบนี้ ทำกันแบบนี้ก็คือ ที่เอารถใครไปก็ได้ เดือนละ100แบบเมื่อก่อนอะครับ/คน ผมก็เลยอึ้งไปแบบ บวกกับสีหน้าอันกวน้นตีนของ ผจก. ผมเลยออกมาเก็บของข้างนอกแล้วกลับไปนั่งที่ของผมแล้วผมก็พูดว่า พี่ไม่ลองคุย ผมยังพูดประโยคนี้ไม่จบเลย มันแทรกขึ้นมาพร้อมสีหน้าอันเหี้ยมโหดขึ้นมาใส่ผมว่า ไม่เป็นไรต่อไปนี้จะเอารถของพี่อีกคนไป ซึ้งแบบ...... ไอ

พ่อตาย โยนความรับผิดชอบให้คนอื่นง่าย ๆ อย่างงี้เลยหรอ รถคุณก็มี ทำไมไม่มีสปิริตให้เอารถไปเองล่ะ ? แต่พลักดันโยนภาระมาให้คนอื่นแบบนี้ ?? นี่หรอ ผจก. คือแบบผมนี่อึ้งกับคำพูดนั้นมาก บริษัทไม่มีการสอบคุณธรรม จิรยธรรม คัดสรร คนมาเป็น ผจก บ้างหรอครับ เพื่อนๆ มีความเห็นกับเรื่องค่า พาหนะเดือนละ 200 อย่างงี้ว่าไงบ้างครับ ผมอยากมาระบาย พึ่งเพิ่มเป็น 200 หลังจากสงกรานต์นะครับ ก่อนหน้านี้เดือนละ100ครับ ส่วนตัวผมมั่นใจว่า บริษัทไม่ทราบเรื่องนี้และผมมั่นใจว่าบริษัทไม่ได้กำหนดมาแบบนี้ แต่ผมไม่รู้มันมีอะไรอยู่
ค่าพาหนะ เดือนละ 200 ? จากปากผู้จัดการ ??
หลังจากที่ผมเริ่มเข้าทำงานที่นี้ ได้ไปสักพัก ก็เริ่มมีการนำรถเราไปใช้ในงานบริษัท ซึ่งผมเข้าใจว่าทุก ๆ ต้องมีการเบิกค่าพาหนะอยู่แล้วถูกต้องมั้ยครับ แล้วทีนี้ก่อนหน้านี้ ก็มีการยืมไปซื้อของกินซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องของงานบริษัท ผมไม่เคยห้ามหรือไม่ให้ใช้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อเวลาผ่านไป ๆ ผมเริ่มรู้สึกสงสัยครับเพราะผมเห็นหลายครั้งว่า มีการนำรถไปใช้ในงานของบริษัท (ไม่ใช่รถของผมนะครับ แต่เป็นรถที่เป็นพี่ร่วมงานกันครับ) พาหนะคือมอเตอร์ไซต์ ซึ่งการใช้ในงานบริษัทไม่ได้ว่าไปไกลอะไรหรอกครับ ก็แค่ไป ธนาคาร ไปจ่ายภาษี ไปจ่ายค่าขยะรายเดือน(อันนี้ไกลนะครับไปถึงเขต) ซึ่ง ระยะ ๆทาง ต่าง ๆ ประมาณ 1-2 กิโล ไม่รวมไปเขต ซึ่งตามระยะทางนี้เพื่อนๆ จะเห็นว่า มันไม่ไกลใช่มั้ยครับ ใช่ครับสำหรับผมก็ไมไกล แต่ทีนี้มันมีมากกว่านี้ครับ มันมีเรื่องของการไปทำตราปั๊ม ที่ต้องไปไกล ไปซื้อของที่วงเวียนใหญ่ ซึ่งมันไกลจากตรงนี้มาก ๆ แต่ค่าน้ำมันมันอยู่ที่เดือนละ200 เดือนละ200พึ่งมาเพิ่มเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานะครับก่อนหน้านี้เดือนละ100มาตลอดมาเพิ่มหลังจากผมเริ่มมีปากเสียงเรื่องค่าพาหนะเลยเพิ่มมา200 ทีนี้เข้าเรื่องเลยครับ ผมรู้สึกสงสารพี่คนนั้นมากที่ต้องคอยให้เอารถตัวเองไปใช้ในงานบริษัทซึ้งก่อนหน้าคือค่าพาหนะได้เดือนละ100บาท! ฟังไม่ผิดหรอกครับเดือนละ100บาท! ผมเลยตัดสินใจคุยผมถามตรง ๆ เลยว่า พี่ไม่รู้สึกอะไรหรอ คำตอบที่ผมได้คือ โถ่วไอ
1.ผมไหว้ทุกคน ทุกคนรับไหว้แต่มันไม่รับไหว้ ?
2.เย่อยิ่ง ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าทำงาน พูดว่าผมคือลูกน้อง ( ขอโทษนะครับผมคิดในใจ จ่ายเงินเดือนกูหรอ ยังเป็นลูกน้องเขาเหมือนกู
3.เป็นคนค่อนข้างไม่มีสัมพัมธไมตรีต่อผู้อื่นครับ เช่น สีหน้า แววตา คำพูดต่อผู้อื่น
4.ชอบใช้แม่บ้านให้ไปซื้อของมาให้ตอนเที่งอากาศร้อน ๆ ซื้อข้าว ตอนเช้าซื้อกาแฟ หรือมันนึกอยากกินไรมันก็จะใช้แม่บ้านหรือคนอื่นไปซื้อให้ (มันมีสิทธิ์อะไรทำแบบนั้น จิตใจแบบนี้ พฤติกรรมแบบนี้ ทำตัวเหนือคนอื่นทุกอย่าง ) แต่ผมไม่เคยโดนมันใช้นะครับ เพราะผมแข็งใส่
ทั้งหมดนี้มันทำให้ผมไม่ยกมือไหว้ ผจก.คนนี้อีกเลย ต่อครับ
เรื่องเริ่มหนักขึ้นเมื่อมาถึงสัปดาห์หลังสงกรานต์ ผมยืนกรานทุกครั้งที่เอารถผมออกไปใช้งานบริษัท เบิกค่ารถ 40 บาท ครั้งแรกผมเบิก 60 ครับ เพราะเอาไป2รอบที่เดิม
พอครั้งที่3คนที่จะเอารถไปเดินมาขอกุญแจรถผม ผมเลยบอกว่าพี่เบิกค่ารถให้ผมยัง เขาตอบผมว่า ผจก.ไม่ให้ ผมก็เลยตอบว่า ไม่เป็นไรพี่ผมขอไปคุยก่อนเดี๋ยวผมเอากุญแจมาให้ เมื่อผมเดินเข้าไปคุยสิ่งที่ผมพูด คือเรื่องการเบิก ผมถามว่าปกติมันมีให้เบิกมั้ย มันไม่มีหรอ สิ่งที่ผมได้คือ ปกติคือทำกันแบบนี้ ทำกันแบบนี้ก็คือ ที่เอารถใครไปก็ได้ เดือนละ100แบบเมื่อก่อนอะครับ/คน ผมก็เลยอึ้งไปแบบ บวกกับสีหน้าอันกวน้นตีนของ ผจก. ผมเลยออกมาเก็บของข้างนอกแล้วกลับไปนั่งที่ของผมแล้วผมก็พูดว่า พี่ไม่ลองคุย ผมยังพูดประโยคนี้ไม่จบเลย มันแทรกขึ้นมาพร้อมสีหน้าอันเหี้ยมโหดขึ้นมาใส่ผมว่า ไม่เป็นไรต่อไปนี้จะเอารถของพี่อีกคนไป ซึ้งแบบ...... ไอ