หัวใจศิลา (กึ่งรีวิว) : Pain is inevitable suffering is optional.

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
บทสนทนา ... ของการเปิดว่า "เป็นพี่ต่อ" มันไม่ได้หวานละมุนเลยซักนิด อารมณ์โหยหาตอนแรกที่เดินเข้ามา บัดนี้มีเพียงรอยน้ำตา ยามที่โดนทวงถามว่า เมื่อวานนี้นอนกับพี่ แล้ววันนี้มาลวนลามน้อง มันแปลว่าอะไร ใช่ .... สำหรับศิลาแล้ว ผู้หญิงที่เขากอดอยู่บนเตียง "เป็นตัวอะไร" การแก้แค้นที่เขาถามว่า "ไม่สมควรทำหรือ" ก็โดนยอกย้อนด้วยคำถามกลับไปว่า "แล้วฉันทำผิดอะไร" ไม่มีเสียงตอบจากหมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถให้เหตุผลได้เลยว่าคนที่ไม่ได้ทำอะไร คนที่เอาจริง ๆ ดีกับเขา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบาดแผลที่ศิลาได้รับ แล้วทำไมต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ หยดน้ำเล็ก ๆ ไหลออกมาจากปลายตา ศิลาได้แต่นิ่งเงียบ และ เอื้อยเอ่ย สิ่งที่ทำกับมิ่งขวัญ และ สิ่งที่ทำกับมินตา เหตุและผลต่างกันโดยสิ้นเชิง " พี่ " ไม่เคยคิดร้ายกับมิน และ "พี่" ก็หมายความเช่นนั้นจริง ๆ หากมันก็ไม่อาจอธิบายว่า "ทำไม" คนที่ไม่เกี่ยวข้องจะต้องเจ็บตัวเพื่อตอบสนองความอยากแก้แค้นของศิลาด้วย ? 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
และไม่ทันจะข้ามวัน .... ศิลาก็ต้องกล้ำกลืนน้ำตาให้ไหลย้อนกลับเข้าไปภายในอีกครั้ง เมื่อลักษมีในฐานะผู้ช่วย หรือ ถ้าเอาอย่างที่สาวิตต์ว่าก็ "นกต่อ" ถูกทำร้ายอย่างทารุณ อีกครั้งที่ความโกรธแค้นก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าเรือน ซึ่งก็เป็นมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบนับตั้งแต่เริ่มแก้แค้น หัวใจของศิลาโดนกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยคำพูดที่ออกมาจากจิตใจที่หยาบกระด้างของคนพาล ลูกน้องเขาและลูกที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลก คือ ขยะ คือ หมาขี้เรื้อน เท่านั้นเอง สติของศิลาก็ขาดผึง ถึงแม้ตัวเองจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ทั้งบ้าน ทั้งทรัพย์สิน ทั้งกำลังคน แต่คนที่จิตใจเป็นปรกติมีหรือจะทนความหยาบช้าของคนพาลได้ มันไม่มีวัน คนเหล่านั้นมีหรือจะสำนึก ไม่ ... จากครอบครัว จากการเลี้ยงดู จากอุปนิสัยที่หยั่งรากลึก ความตลาดล่างที่ไม่ใช่สถานที่แต่เป็นผู้คน ติดตรึงอยู่ในกมลสันดาน ชนิดที่ว่าโกรธไปก็เสียดายอารมณ์โกรธนั้นเปล่า ๆ เพราะ คนพวกนั้นไม่เคยนึกด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปผิดหรือถูก

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
จะให้พวกเขารู้สึกผิด หรือ ให้กล่าวคำขอโทษ ... ก็เหมือนถมทรายลงไปในมหาสมุทรนั่นแหละ มันไม่มีทาง ความโกรธเกรี้ยวที่ศิลาระบายออก ทำให้มินตาเจ็บตัวอีกครั้ง และ บัดนี้มันเจือไปด้วยความน้อยใจ เธอคงมองเขาด้วยไม่ดีอีกตามเคย แต่ .... เปล่า กลับตาลปัตรด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้วมินตาเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย ๆ ตรงไปตรงมา ขอแค่จริงใจ อธิบาย และ พูดความจริง แค่นั้นปัญหาก็ไม่มี เธอเยียวยารักษาตัวเองด้วยความค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการเวลา เหมือนแผลที่มือ .... ไม่ต้องทำอะไรกับมันมาก เดี๋ยวมันก็หาย ถ้าไม่ไปย้ำซ้ำรอย ร่างกายมันก็สมานตัวเอง หากศิลาราดแอลกอฮอล์ลงไป เขาบอกว่าไม่อย่างนั้นเมื่อไหร่มันจะหาย ยาแรง ... ไม่ได้ทำให้หายเร็วเสมอไป ยาแรงบางครั้งมันกัดกินเนื้ออ่อน และ แทนที่จะหายแผลกลับอักเสบจนอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ในภายหลัง

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ความแตกต่างระหว่างศิลาและมินตาอยู่ที่ตรงนี้ ทั้งสองต่างเจ็บปวด เอาล่ะอาจจะบอกว่าบาดแผลของมินไม่ได้มากมายเท่ากับศิลา แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้แพ้กันเท่าไหร่ ศิลาเจ็บมากแต่เขาหลุดออกมาแล้วจากวังวนนั้น หากเจ้าตัวเลือกเองที่จะกลับเข้าไปใหม่ แล้วบอกว่าแค่ทำทุกอย่างให้มันเกิดขึ้นเร็วขึ้น แต่มันไม่ใช่แค่นั้นผลกระทบมันไม่เคยมีแค่ส่วนเดียวอยู่แล้ว ในขณะที่มินตาเจ็บน้อยกว่าแต่ระยะเวลามันยาว ยาวจนกระทั่งมินตาเลือกปรับตัวว่าจะอยู่กับความเจ็บปวดนั้นได้อย่างไรตามสถานการณ์ด้วยเงื่อนไขที่มีและรับได้


เหมือนที่มินว่า แผลที่มีถ้าไม่ไปเปิด ไปย้ำ ไปซ้ำ มันก็หาย
แต่ถ้ายังครุ่นคิด คั่งแค้น ก็เหมือนกับไปโบย ไปตีให้แผลมันฉีก
ถามว่ามีประโยชน์อะไร ?

Pain is inevitable suffering is optional.
ความเจ็บปวดไม่อาจเลี่ยง
แต่ทุกข์เป็นทางเลือก
You made your choice !

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่