เบื่อบ้านตัวเอง เหนื่อยใจ

- อันนี้เรามาขอระบายหน่อยนะ -
อันนี้เราก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เบื่อบ้านตัวเองขึ้นมา
บ้านเราค่อนข้างไม่ลงรอยกันเท่าที่สังเกตกันมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กนี่ปกติดีนะบ้านเราไปไหนมาไหนด้วยกันพ่อแม่ลูกนี่แหละ
พอโตมาเริ่มรู้จักความเราก็เริ่มเหมือนเห็นอะไรในมุมมองที่กว้างขึ้นตามวัย ที่เห็นแน่ๆคือทางฝ่ายยายนี่ไม่ถูกกับพ่อชัดเจนมาก
คือแซะตลอด เคยโบ้ยความผิดให้พ่อก็มีแบบไม่อยากให้หลานชายแก(ที่เป็นคนทำจริงๆ)โดนแม่เราด่า ที่เรารู้เพราะว่าเราก็อยู่ในเหตุการณ์
แล้วพอนานๆเข้าไปอีกกลายเป็นพ่อกับแม่ไม่ถูกกันซะงั้น คือไม่พูดกัน พูดกันทีเหมือนคนเหม็นน่ากันอ่ะ แต่ไม่มีการทะเลาะกันนะ
สงครามเย็นๆล้วน เราก็เริ่มใช้ชีวิตอึดอัดมาตั้งแต่นั้นจนกระทั่งสอบติดอีกจังหวัด ตอนนั้นคือดีใจมากเราสอบได้ห้องพิเศษแต่เหตุผลจริงๆคือ
เราไม่อยากอยู่บ้านแล้วอึดอัดในใจคือต้องไปอยู่หอเท่านั้น แต่เราก็รู้สึกผิดอยู่หน่อยๆที่ต้องเพิ่มภาระครอบครัว จนปิดเทอมกลับบ้านพ่อคือย้ายออกไปอยู่กับย่า ที่บ้านไม่มีใครบอกเราอะไรเราสักอย่างใจก็หวิวๆหลังจากนั้นก็อารมณ์เหมือนเลิกกันนั่นแหละจะโทรหากันทีตอนมีปัญหาเรื่องลูก

ช่วงแรกนี่เราทำใจไม่ได้นะแต่สักพักคือเขาไม่เจอหน้ากันจะดีกว่า เวลาเขาเจอหน้ากันมันอึดอัดไอ้ความที่เราเป็นลูกจะให้เอนไปทางไหนเยอะก็ไม่ได้
ครั้งนึงไอ้เราก็แอบน้อยใจนะพอได้ไปได้ยินเรื่องครอบครัวในอดีตมาเหมือนนิยายน้ำเน่าอ่ะบางทีคือมีเรื่องชู้สาวนู่นนี่นั่น เคยคิดว่าถ้าไม่พร้อมจะให้เราเกิดมาทำไม 

ปัจจุบันแยกกันอยู่นั่นแหละค่ะ ส่วนเราก็อยู่หอกลับบ้านแค่ตอนปิดเทอมหรืออวันหยุด กลับมาทีคือทั้งที่พ่อไม่อยู่จะเบาลงแต่กลายเป็นว่าบางทีมันอึดอัดกับแม่แทน บางทีแม่ก็จะพูดว่าพ่อเธอก็นิสัยแบบนี้ ไม่ปรับตัว ขี้เกียจ นู่นนี่นั่นสารพัดสารเพ ในความคิดเราอ่ะไม่เจอกันคือจบไปดิลูกไม่จำเป็นต้องรู้ไหม
บางทีบางเรื่องอ่ะลูกก็ไม่อยากได้ยินในมุมมองที่เราเห็นอ่ะพ่อก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นนั้น เวลาพ่อทำอะไรนี่เหมือนขัดแม่ไปหมดอ่ะ นู่นก็ผิด นี่ก็ผิด
แค่พ่อนานๆทีมาพาลูกไปเที่ยวบ้างพอเราโทรไปบอก แม่จะเสียงติดเหวี่ยงนิดๆเหมือนไม่พอใจ แล้วบางเรื่องทั้ง2เขาก็ไม่คุยกันให้ดีก่อน อยากทำๆเลย 
ผิดกันอีก เรานี่นั่งเงียบเป็นเป่าสากตลอดดดด เอาเพลงอัดหูแล้วอยู่ในโลกส่วนตัวต่อไป เคยคิดจะให้เขาปรับความเข้าใจกันดีๆนะแต่พอแยกกันอยู่แล้วเขาเคงเหมือนไม่อยากรับรู้เรื่องอีกฝ่ายอีก อ่านจากสีหน้าอีกฝ่ายก็คือเลิกพูดไปเถอะ  เราก็เลยล้มเลิกความคิดนั้นไป แต่ก็ดีที่อย่างน้อยเขาก็ยังเลี้ยงดูเรากับน้องอยู่ 

ตอนนี้ส่วนใหญ่เราจะใช้ชีวิตอยู่หอคนเดียวและเรียนพิเศษซะมากกว่า รู้สึกมีความสุขแฮปปี้กับชีวิตแบบนี้มากกว่าเหมือนเรากลายเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงระดับนึง เก็บตัว พูดน้อย และไม่มีความมั่นใจมากนัก เรายังรักพ่อกับแม่อยู่นะแต่บางทีก็เบื่อดูย้อนแย้งไปมั้ย5555 เรารู้สึกว่าบางทีการกลับบ้านมันไม่ได้
ฮีลความรู้สึกเราอ่ะเหมือนมาเพิ่มความเครียดให้ชีวิตมากกว่า อย่างตอนปีใหม่กลับบ้านแทนที่จะฉลองกันสนุกสนานนู่นนี่ สิ่งแรกที่เปิดประตูเข้ามาคือได้ยินเสียงทะเลาะกันของน้องกับยาย
เหอๆ เอาเตายกไปกินเองสิรอไร นั่งชิวๆฟังเพลงกินคนเดียวไปยาวๆ มันเหมือนเราไม่พยายามแก้อะไรใช่ปะ..............เราเคยนะ...เคยลองจนถอดใจไปนานแล้ว แอบร้องไห้ลับหลังก็ทำมาแล้ว ด่านินทาลับหลังก็ทำ ทำพอให้ระบายความรู้สึกเก็บกดมานานเหมือนจะตาย (บรรทัดนี้เราก็ดูเลวเหมือนกันนะ ยิ้ม )

//////เขียนมายืดยาวขนาดนี้ เรามาบ่นมาระบายเฉยๆนี่แหละค่ะ ยิ่งเรื่องมันเกิดใกล้ช่วงจะขึ้นมหาลัยมันกระทบจิตใจเราไม่น้อยเลย
มันร้องไห้ไม่ออกแต่หน่วงใจ55555 ก็สำหรับใครที่หลงเข้ามาอ่านจนจบก็ขอบคุณนะคะ <3 อาจจะงงๆเราลำดับเรื่องอะไรไม่ค่อยเป็น

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่