แม่บังคับให้เลิกกับแฟน เพราะแฟนเป็นคนขี้เกียจทำมาหากินครับ

ตอนนี้ผมอายุ 30 ปี อาชีพการงานจัดว่าค่อนข้างมั่นคงมาก ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็ไม่มีหนี้สิน

ปัจจุบันผมคบกับผู้หญิงคนหนึ่งได้หนึ่งปีครับ เธออายุมากกว่าผม 7 ปี  ข้อดีของเธอคือเป็นคนฉลาด  มีอารมณ์ขัน และได้รับการศึกษามาดีมาก

แต่ข้อเสียเธอก็ค่อนข้างเยอะ คือ เธอไม่ทะเยอทะยาน ขี้เกียจทำงาน หากได้งานทำแป๊บเดียวไม่กี่เดือนก็ลาออกอ้างว่าเบื่อ เธอไม่มีหนี้สินก็จริง แต่เธอไม่มีทรัพย์สินอย่างใดเลย นอกจากเสื้อผ้า ของใช้จิปาถะและโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง เธออยากจะเอาแต่เดินทางท่องเที่ยว (ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้เงินผมคนเดียว เพราะเธอเป็นคนไม่เก็บเงิน)

ข้อเสียของเธอทำให้ผมรู้สึกหัวเสียเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ผมรักเธอมาก ทำให้ผมเองพยายามมองข้ามข้อเสียเหล่านี้ไป

แต่คุณแม่ผมด้วยความที่ท่านหวังดีต่อผม ท่านขอร้องแกมบังคับให้ผมเลิกกับแฟนคนนี้ และไปแต่งงานกับลูกหลานคนจีนด้วยกันที่ท่านพยายามจะหาให้ ซึ่งครอบครัวมีฐานะการเงินมั่นคงเหมือนครอบครัวผม (ครอบครัวของแฟนคนปัจจุบันผมไม่ต้องพูดถึงครับ เธอมีพี่น้องเยอะ พ่อแม่ไม่มีทรัพย์สินแบ่งให้เธอ ให้ได้มากสุดคือการศึกษาที่ดีตามที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น)

ถ้าทุกท่านเป็นผมจะทำอย่างไรดีครับ ใจหนึ่งก็รักแฟนมากๆ อีกใจก็อยากกตัญญูต่อแม่ซึ่งท่านเลี้ยงผมมาด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่เด็ก
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ลองหยุดให้เงินคนที่คุณรักมาก ๆ คนนี้สัก 3 เดือน แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ความคิดเห็นที่ 4
เป็นผมเลิกเองไม่ต้องให้แม่บังคับ
ความคิดเห็นที่ 3
คบกันมาหนึ่งปีแล้ว มีการวางแผนอนาคตร่วมกันบ้างไหมคะ ถ้าคิดว่าจะคบหากันไปยืนยาว ก้อสมควรได้พูดคุยกัน
หนึ่งในเรื่องการวางอนาคตคือ คุณจะเกษียณจากการทำงานเมื่อไหร่ คุณต้องมีเงินจำนวนเท่าไหร่ถึงจะมีชีวิตอยู่ได้แบบไม่ลำบาก
เมื่อได้เป้าหมายในชีวิต หากมีเป้าหมายเดียวกัน ก้อคงวางแผนกันเรื่องรายได้ที่จะมีเข้ามา แล้วถ้าไม่ได้ช่วยหา คุณก้อคงต้องเป็นคนวางแผนนั้นเอง
ว่าปัจจุบันเราควรใช้เท่าไหร่ เก็บเท่าไหร่ เพื่อในอนาคตของเราสองคน
การคุยกันนี้ ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกคุณหรอกนะ เพราะเราไม่รู้หรอกว่า คุณจะได้อยู่ยาวไปจนถึงวันนั้นหรือเปล่า แต่อย่างน้อยเราก้อมีไว้ดูแลตัวเองในวันเวลาที่มันมาถึงนะคะ
แล้วถ้าเธอบอกว่า ไม่เห็นต้องคิดอะไรวางไปเยอะ ใช้วันนี้ให้มีความสุข เท่านี้ก้อพอ มันก้อคือสิ่งที่บ่งบอกว่า เธอมาเพื่อให้คุณบริหารจัดการสร้างความสุขให้เธอเท่านั้นเอง เพราะถ้าเป็นคนที่คิดว่าลงหลักปักฐานกับคุณจริงจัง เค้าก้อคงมีไอเดียที่จะมีร่วมกัน ไม่ใช่เอาแค่สบายกายสบายใจแค่เพียงคนเดียว
ถ้าเค้ารักคุณ ก้อควรจะช่วยกันทำตัวให้พ่อแม่อีกฝ่ายมองเห็นว่ามีคุณค่ามากพอจะมาเป็นสมาชิกในครอบครัวนะคะ ไม่ใช่ว่าเป็นแบบไหนก้อจะเป็นแบบนั้น มันคงไม่ดีนะคะ พ่อแม่ใคร ใครก้อรักและนับถือ มันก้อควรจะนับถือให้เหมือนเป็นพ่อแม่เราด้วยนะคะ
ทรัพย์สินไม่มี ไม่ใช่ประเด็นนะคะ ที่น่าเป็นห่วง คือไม่มีความคิดที่จะใช้สติปัญญาจากการศึกษาที่พ่อแม่ส่งเสียให้ร่ำเรียน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ นั่นน่าจะแย่กว่านะคะ
มีคนเยอะแยะค่ะ ที่กินเที่ยวใช้ชีวิตคุ้มค่า แต่ก้อด้วยเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาอย่างภาคภูมิใจ ไม่ได้ไปแบมือขอใคร หรือให้ใครมาพูดได้ว่าเบียดเบียนลูกหลานใครมานะคะ
บางทีก้อต้องแยกให้ออกนะคะ ว่าไม่ยึดติดกับทรัพย์สิน หรือ ขี้เกียจกันแน่ หวังแต่จะเอาสบาย
การศึกษาดี ไม่ได้บ่งบอกถึง วิจารณญาน หรือวุฒิภาวะในความรัผิดชอบกับตัวเองหรือครอบครัวแต่อย่างใด แยกให้ออกนะคะ
คนบางคน เหมาะจะเป็นแค่คนรัก แต่ไม่เหมาะจะมาเป็นแม่ของลูก หรือสร้างครอบครัวด้วยกันค่ะ
สมัยนี้ คนเรามีหลายประเภท เลือกให้ดีค่ะ ปลูกเรือนผิด คิดจนเรือนทลายค่ะ
พ่อแม่ ไม่ได้อยากได้อะไร เพียงแค่หวังจะได้คนมาดูแลลุกที่เค้ารักและเฝ้าถนุถนอมมาจนเติบโตแค่นั้นเอง สายตาอันกว้างไกล และสะสมประสบการณ์มา จึงทำให้ห่วงใยมากมายยิ่งนักค่ะ


รักกันจริง ต้องกล้าสร้างร่วมกันค่ะ ถ้าไม่คิดจะสร้าง ก้ออย่าทำลายเลย พ่อแม่เค้ารออยู่นะคะ

โชคดีค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่