บอกก่อนว่าเราไม่ได้อยากคบเค้าเป็นแฟนหรืออัไรน่ะค่ะ แค่อยากจะบอกว่าเรารู้สึกยังไงก็แค่นั้น
มันเป็นความรู้สึกที่ยังค้างคา บางครั้งมันทำไห้เรารู้สึกอึดอัดเวลาเราคุยกับเค้า
เรารู้ว่าเรื่องของเราสองคนมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เราเป็นคนที่ต้องเดินทางตลอดเวลา เพราะด้วยการเรียนและงานของเรา
ประแทศไทยยังแทบไม่ได้อยู่เลย
เรามีเพื่อนคนนึง รู้จักกันมา 3 ปีแล้ว
ตอนเจอกันครึ้งแรกคือกันที่ออสเตรเลีย เค้าเป็นเกาหลีอายุมากกว่าเรา 3 ปี
ตอนเราเริ่มรู้จักกัน เราก็เหมือนเป็นคนกำลังคุยกันอยู่ ไปไหนมาไหนด้วยกัน
เราอยู่กับเค้าแล้วเราก็สบายใจมากๆ ตอนแรกก็เป็นแค่เพื่อนกัน พอผ่านไปเราเริ่มสนิทกันมากขึ้น
ความรู้สึกเราก็เริ่มเปลี่ยนไป เรารู้ว่าเราเริ่มชอบเค้าแล้ว ตอนนั้นเราไม่แน่ใจว่าเค้ารู้สึกยังไง
แล้วเราก็ไม่กล้าถาม เพราะคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่มันเหมาะสมพอจะถาม
หลังจากนั้น 4 เดือน เค้าก็ต้องกลับไปเกาหลี ก่อนเค้ากลับเค้าเรียกเราออกไปข้างนอก
เราคุยกันหลายเรื่อง แล้วเราก็ถามเค้าว่ากลับไปจะไปทำอะไร เค้าบอกว่าคงเรียนให้จบแล้วก็ทำงาน
เราก็บอกเค้าว่า “คงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะเจอกันอีก เพราะถ้าเราเรียนจบที่นี่เราคงไปเรียนต่อที่อเมริกา”
เค้าก็บอกว่าถ้าไปเกาหลีเมื่อไหร่ก็ให้บอกเค้าน่ะ
เราเลยบอกว่า “เราอยากไปเกาหลีมากๆ ยังไม่มีโอกาศได้ไปเลย หลังจากที่เรียนจบ คงหาโอกาศไปแหละ”
เค้าก็พูดขึ้นมาเบาๆ เบาแบบที่เราสองคนได้ยิน “ไม่แน่น่ะ ฉันอาจจะได้แต่งงานกันคนไทยก็ได้”
เรายังไม่ค่อยแน่ใจกับสิ่งที่ได้ยิน เราเลยมองหน้าเค้าแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เค้าก็พูดต่อว่า “แม่ฉันชอบประเทศไทยมากๆ”
เราก็พยายามหยอดๆไปต่อว่าเค้าจะพูดอะไรอีก ตอนนั้นเค้าดูเศร้าเลยไม่ได้ถามอะไร
หลังจากวันนั้นเราก็เจอกันทุกวัน จบถึงวันที่เค้ากำลังจะขึ้นเครื่อง
เค้าก็โทรมาหาเรา แล้วก็บอกว่า “จะไปแล้วน่ะ ตั้งใจเรียน เราจะต้องได้เจอกันอีก”
เค้าเขียนจดหมายให้เราด้วย แล้วก็มีรูปของเราสองคน จดหมายเราได้ตอนที่เค้ากลับไปแล้ว
ขอความในจดหมายเราไม่แน่ใจว่ามันพิเศษอะไรรึเปล่า เค้าบอกว่า
”ถ้าเธอได้รับจดหมายนี้ เราก็คงกลับแล้ว ขอให้ตั้งใจเรียนน่ะ ดีใจที่เราได้เจอกัน
ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรฉันเชื่อว่าเธอจะผ่านมันไปได้”
จริงๆมันยาวกว่านี้ เราแค่สรุปแบบสั้นๆ
หลังจากที่เค้ากลับไป จนถึงวันนี้ ก็ 3 ปีแล้ว
เราติดต่อกันตลอดอาจจะไม่ทุกวัน แต่เราติดต่อกันมาตลอด เค้าหลับไปเค้าก็ยุ่งกับเรื่องเรียน
หลังเรียนจบเค้าก็ยุ่งกับการทำงาน เรารู้ว่าเค้าเป็นคนใส่ใจกับการทำงานมากๆ
เรื่องของเรามันไม่มีอะไรชัดเจน ทุกๆวันสำคัญเช่น วันเกิดเราสองคนหรือวันวาเลนไทน์ เค้าก็จะโทรมา เราไม่ค่อยโทรๆปหาเค้าหลอก
ส่วนไหญ่ก็จะส่งข้อความไป เพราะเรากลัวว่าเค้าจะยุ่งแล้วเราจะไปรบกวนเค้า
ความสัมพันธ์เราสองคนเป็นอย่างงี้มาตลอด เรารู้ว่าเค้าไม่ได้มีแฟน เลย 2 ปี แต่พอตอหลังๆ เราเหมือนจะได้ยินคนอื่นพูดว่า เค้ามีแฟนแล้ว
ตัวเราเองก็ไม่กล้าถามเพราะ กลัวว่าถ้ามันเป็นอย่างั้นเราต้องเสียใจมากๆ แต่เราก็ไม่เห็นเค้าจะไปไหนมาไหนกับผู้หญิง
แม้แต่ไปต่างประเทศ เราพยายามบอกตัวเองว่าเค้าคงยังไม่มีไครหลอก
พอมาถึงตอนนี้เราอยากถามเค้าว่าเค้ารู้สึกยังไงกันแน่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราอยากบอกเค้าว่าเรารู้สึกยังไง
แต่เรากลัวว่า ถ้าเค้าไม่รู้สึกเหมือนกับเรา ความสัมพันธ์ของเราสองคนจะเปลี่ยนไป
*สิ่งนึงที่ทำไห้เราไม่ค่อยแน่ใจคือ เค้าเป็นนิสัยดี สนุก ทุกคนรักเค้า
เราเลยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เค้าทำกันเรา มันเป็นเค้าเป็นคนอย่างั้น หรือเราพิเศษกว่าคนอื่น
เราควรทำยังไงดีค่ะ ควรจะปล่อยให้มันเป็นอย่างี้ต่อไปหรือว่าพูดมันออกไปดี
อย่างน้องความรู้สึกอึดอัดนี้มันจะได้หายไปสักที
สารภาพไปหรือเป็นแค่เพื่อนต่อไป?
มันเป็นความรู้สึกที่ยังค้างคา บางครั้งมันทำไห้เรารู้สึกอึดอัดเวลาเราคุยกับเค้า
เรารู้ว่าเรื่องของเราสองคนมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เราเป็นคนที่ต้องเดินทางตลอดเวลา เพราะด้วยการเรียนและงานของเรา
ประแทศไทยยังแทบไม่ได้อยู่เลย
เรามีเพื่อนคนนึง รู้จักกันมา 3 ปีแล้ว
ตอนเจอกันครึ้งแรกคือกันที่ออสเตรเลีย เค้าเป็นเกาหลีอายุมากกว่าเรา 3 ปี
ตอนเราเริ่มรู้จักกัน เราก็เหมือนเป็นคนกำลังคุยกันอยู่ ไปไหนมาไหนด้วยกัน
เราอยู่กับเค้าแล้วเราก็สบายใจมากๆ ตอนแรกก็เป็นแค่เพื่อนกัน พอผ่านไปเราเริ่มสนิทกันมากขึ้น
ความรู้สึกเราก็เริ่มเปลี่ยนไป เรารู้ว่าเราเริ่มชอบเค้าแล้ว ตอนนั้นเราไม่แน่ใจว่าเค้ารู้สึกยังไง
แล้วเราก็ไม่กล้าถาม เพราะคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่มันเหมาะสมพอจะถาม
หลังจากนั้น 4 เดือน เค้าก็ต้องกลับไปเกาหลี ก่อนเค้ากลับเค้าเรียกเราออกไปข้างนอก
เราคุยกันหลายเรื่อง แล้วเราก็ถามเค้าว่ากลับไปจะไปทำอะไร เค้าบอกว่าคงเรียนให้จบแล้วก็ทำงาน
เราก็บอกเค้าว่า “คงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะเจอกันอีก เพราะถ้าเราเรียนจบที่นี่เราคงไปเรียนต่อที่อเมริกา”
เค้าก็บอกว่าถ้าไปเกาหลีเมื่อไหร่ก็ให้บอกเค้าน่ะ
เราเลยบอกว่า “เราอยากไปเกาหลีมากๆ ยังไม่มีโอกาศได้ไปเลย หลังจากที่เรียนจบ คงหาโอกาศไปแหละ”
เค้าก็พูดขึ้นมาเบาๆ เบาแบบที่เราสองคนได้ยิน “ไม่แน่น่ะ ฉันอาจจะได้แต่งงานกันคนไทยก็ได้”
เรายังไม่ค่อยแน่ใจกับสิ่งที่ได้ยิน เราเลยมองหน้าเค้าแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เค้าก็พูดต่อว่า “แม่ฉันชอบประเทศไทยมากๆ”
เราก็พยายามหยอดๆไปต่อว่าเค้าจะพูดอะไรอีก ตอนนั้นเค้าดูเศร้าเลยไม่ได้ถามอะไร
หลังจากวันนั้นเราก็เจอกันทุกวัน จบถึงวันที่เค้ากำลังจะขึ้นเครื่อง
เค้าก็โทรมาหาเรา แล้วก็บอกว่า “จะไปแล้วน่ะ ตั้งใจเรียน เราจะต้องได้เจอกันอีก”
เค้าเขียนจดหมายให้เราด้วย แล้วก็มีรูปของเราสองคน จดหมายเราได้ตอนที่เค้ากลับไปแล้ว
ขอความในจดหมายเราไม่แน่ใจว่ามันพิเศษอะไรรึเปล่า เค้าบอกว่า
”ถ้าเธอได้รับจดหมายนี้ เราก็คงกลับแล้ว ขอให้ตั้งใจเรียนน่ะ ดีใจที่เราได้เจอกัน
ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรฉันเชื่อว่าเธอจะผ่านมันไปได้”
จริงๆมันยาวกว่านี้ เราแค่สรุปแบบสั้นๆ
หลังจากที่เค้ากลับไป จนถึงวันนี้ ก็ 3 ปีแล้ว
เราติดต่อกันตลอดอาจจะไม่ทุกวัน แต่เราติดต่อกันมาตลอด เค้าหลับไปเค้าก็ยุ่งกับเรื่องเรียน
หลังเรียนจบเค้าก็ยุ่งกับการทำงาน เรารู้ว่าเค้าเป็นคนใส่ใจกับการทำงานมากๆ
เรื่องของเรามันไม่มีอะไรชัดเจน ทุกๆวันสำคัญเช่น วันเกิดเราสองคนหรือวันวาเลนไทน์ เค้าก็จะโทรมา เราไม่ค่อยโทรๆปหาเค้าหลอก
ส่วนไหญ่ก็จะส่งข้อความไป เพราะเรากลัวว่าเค้าจะยุ่งแล้วเราจะไปรบกวนเค้า
ความสัมพันธ์เราสองคนเป็นอย่างงี้มาตลอด เรารู้ว่าเค้าไม่ได้มีแฟน เลย 2 ปี แต่พอตอหลังๆ เราเหมือนจะได้ยินคนอื่นพูดว่า เค้ามีแฟนแล้ว
ตัวเราเองก็ไม่กล้าถามเพราะ กลัวว่าถ้ามันเป็นอย่างั้นเราต้องเสียใจมากๆ แต่เราก็ไม่เห็นเค้าจะไปไหนมาไหนกับผู้หญิง
แม้แต่ไปต่างประเทศ เราพยายามบอกตัวเองว่าเค้าคงยังไม่มีไครหลอก
พอมาถึงตอนนี้เราอยากถามเค้าว่าเค้ารู้สึกยังไงกันแน่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราอยากบอกเค้าว่าเรารู้สึกยังไง
แต่เรากลัวว่า ถ้าเค้าไม่รู้สึกเหมือนกับเรา ความสัมพันธ์ของเราสองคนจะเปลี่ยนไป
*สิ่งนึงที่ทำไห้เราไม่ค่อยแน่ใจคือ เค้าเป็นนิสัยดี สนุก ทุกคนรักเค้า
เราเลยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เค้าทำกันเรา มันเป็นเค้าเป็นคนอย่างั้น หรือเราพิเศษกว่าคนอื่น
เราควรทำยังไงดีค่ะ ควรจะปล่อยให้มันเป็นอย่างี้ต่อไปหรือว่าพูดมันออกไปดี
อย่างน้องความรู้สึกอึดอัดนี้มันจะได้หายไปสักที