
สวัสดีค่ะสมาชิกทุกคน
รอบนี้จะขอพาทุกคนไปทัวร์สุราษกันจ้าา
เอาจริงๆ ไม่มีอะไรมาก อยากมาแชร์ให้รู้ ว่าไปสุราษ นอกจากสมุยแล้วเราทำอะไรได้บ้าง
ก่อนจะไปชมภาพ ขอสรุปข้อมูลทริปคร่าวๆ ดังนี้
ทริปนี้ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน สมาชิกทั้งหมด 4 คน
บินตั๋วถูกไปกับ Air Asia ไป-กลับประมาณ1,200 บาท
จองโปรที่พัก กับแพ 500ไร่ ในงานเที่ยวไทย ประมาณคนละ 2,000 บาท
ตารางประมาณนี้
16 Nov' 18 - ดอนเมือง-สุราษ 12.00
17 Nov' 18 - นอน แพ 500 ไร่
18 Nov' 18 - น้ำตกบ้านราด และ ล่องเรือแคนนูเขาสก
19 Nov' 18 - สุราษ - ดอนเมือง 10.00
เวลาอาจดูงงๆหน่อย โปรดมองข้ามไป เนื่องจากจองตั๋วโปรถูกในขณะที่สติไม่ค่อยครบ
งั้นเดี๋ยวเราไปเริ่มต้นกันไปเป็นตอนๆ ตามสไตล์ กันดีกว่า
ตอนที่ 1
มาสุราษ.. ต้องนั่งเครื่อง นั่งรถบัส นั่งรถตู้ นั่งเรือ นั่งแพ นั่ง Nisson ?
เรียกได้ว่ามาทริปนี้ คือ ครบ แล้วท่านจะเข้าใจคำว่า "ชีวิต คือ การเดินทาง"
เริ่มต้นเมื่อเราลงเครื่อง ได้กระเป๋าแล้ว ต่อไปเราต้องไปหารถบัสเข้าเมือง! ด้วยการที่เราจองตั๋วแบบงงๆ ให้ลง สุราษ ตอนบ่าย จะเข้าเกาะ เข้าแพ อะไรก็ไม่ทันกับชาวบ้านเขา เราเลยต้องนอนในเมืองก่อน หนึ่งคืน เดี๋ยวค่อยย้อนกลับมา Review Day 1 ในตอนท้ายแล้วกันเนอะ ขอข้ามไปก่อน
สมมุติว่าเราได้ไปสุราษ ในวันแรก....
เมื่อลงจากเครื่องแล้ว ให้หารถบัสเพื่อที่จะเข้าเมือง มีหลายเจ้ามากมาย สะดวกคันไหน ก็คันนั้นแหละจ้า

รถจะส่งเราที่ สถานี ตลาดเกษตร 2 เพื่อที่จะหารถตู้ไปเขื่อนกัน เดินๆทำหน้างงๆ ไป เดี๋ยวก็จะมีป้าคนขายตั๋วาถามเราเองว่าไปไหน แล้วก็ซื้อตั๋วกับป้าคนนั้นแหละ ของเราไปกับ Buddy Travel 2
Tip: ใครที่ไปแพต่างๆ ต้องเช็คเวลาเรือที่จะมารับให้ดีนะคะ อย่างของเราไปกับ แพ 500 ไร่ เรือเค้าออกตอน 11 โมง หรือเที่ยงมั้ง เราก็ต้องนั่งรถตู้ไปตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพื่อที่จะไปถึงเขื่อน ประมาณ 10 โมง. หรือถ้าใครไป แพ 500ไร่ เค้ามีรถตู้ไปรับเราตั้งแต่สนามบินเลยก็มี แล้วแต่แพคเกจที่จะเลือก ....แต่ด้วยความเด๋อไม่รู้เรื่อง ของเรานั้น ก็ต้อง งมทางไปแบบ Backpacker ให้สุดจ้า


*** ใครไป แพ 500 ไร่ อย่าลืมบอกคนขับที่แวะส่งเราที่บริษัท ก่อนนะคะ เพราะนี่คือจุดนัดพบ ของ แพ 500 ไร่ค่ะ จากนั้นเค้าจะมีรถตู้ พาเราไปแพของเค้าส่วนตัวเอง **
ตอนที่ 2
ไปสุราษ... ไปนอนแพ 500 ไร่
ถึงเวลาออกเดินทางอีกครั้ง ด้วย เรือหางยาว แง๊นนนนนนน
ใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง จากท่าเรือ ถึง ที่พัก วิวข้างทางเต็มไปด้วยภูเขา ตัดกับต้นไม้สีเขียว และน้ำเขื่อนที่กระเด็นมาสัมผัสตัวและใบหน้าของเรา ทำให้รู้สึกสดชื่น และ เฟรชมากจริงๆค่ะ น้ำแร่อะไรไม่ต้องค่ะ เก็บไป สงกรานต์แบบธรรมชาติ มาแล้ววว
ในระหว่างทาง เมื่อถึงจุดไฮไลท์ คนขับเรือเค้าก็จะจอดให้เราได้ถ่ายรูปจนหนำใจกันไปเลย
Tip: อยาก VIP ก็นั่งหน้าตรงหัวเรือได้เลยค่ะ แต่แดดแรงมากจริงๆ และต้องนั่งตากแดดแบบนั้น ไปประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ก็จะได้ถ่ายรูปก่อนเพื่อน เห็นวิวแบบ พาโนราม่า ก็น่าจะคุ้ม คือเอางี้ .... ถ้าใครไหว ไปก่อนเลยจ้า



ทางแพเค้าก็ดีน๊า มาถึงมีน้ำแดงมาต้อนรับเราอย่างดี เหมือนรู้ว่าเราเดินทางมากันไกลมากจริงๆ นอกจากนั้นยังมีข้าวเที่ยง รอเราอยู่ เป็นแบบบุฟเฟ่ อาหารจัดเต็ม มีหลายอย่างให้เลือก รสชาติดีเลยค่ะ รู้สึกประทับใจ


แต่นอกจาก welcome drink แล้ว welcome rain ก็มากับเค้าด้วยจ้าา ตอนแรกก็แอบใจเสียหน่อยๆ มาทั้งที ฝนตกซะนี่ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ประมาณ 30 นาที ฝนก็หยุดจ้า


หลังฝนหยุดแล้ว ก็ได้เวลา ไปเปิดบ้าน บ้านที่เราจอง เป็นแบบ นอนได้ 4 คน มี 2 ชั้น ห้องน้ำสะอาด ทุกอย่างโอเคหมดค่ะ
มีผ้าเช็ดตัวให้ครบ หน้าบ้านแต่ละหลัง จะมีคายัคให้หลังละ 1 ลำ และแพเปียกหน้าบ้าน สามารถนั่งเล่นได้ นำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา แบบไม่ต้องใช้ขนมล่อเลยทีเดียว ที่บ้านมีแอร์ด้วยค่ะ ไม่ต้องกลัวร้อนอบอ้าว สบายบรื๋อออออ




ตอนที่ 3
ไปสุราษ.. ไปพายเรือคายัค
ถ้ามา นอนแพ ที่ต้องทำคือ พายเรือ ค่ะ ... เพราะถ้าไม่พายเรือแล้ว จะทำไรล่ะ?. หลังจากเก็บของ ชื่นชมที่พักเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาแปลงร่าง เป็นผู้หญิหาปลา ด้วยเรือที่อยู่หน้าบ้านเรานั่นเองง แต่ขอบอกนิดนึงว่า ที่นี่ ถ้าจะลงน้ำ ต้องใส่ชูชีพนะคะ เพราะน้ำลึกมากกกก มากแบบ มากๆๆๆๆๆ ท่องไว้ว่า "Safety First" จ้า เพราะถ้าเกิดเป็นอะไรไป เพื่อนๆก็รอไปเลย 3 วัน เดี๋ยวกลับมา




อ่ะ... ขอชิลนิสนึง เพราะถ้าให้เลือกระหว่าง เมาแพ กับ เมารักแล้วนั้น .... ดีฉันขอเลือก อย่างหลังละกันค่ะ


พายเรือเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาอาหารค่ำ จัดหนักจัดเต็มกันมากกก และแน่อน ว่า ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดใดเพิ่มทั้งสิ้น เพราะรวมในแพคเกจแล้วเรียบร้อย
[Review][CR] เที่ยวสุราษฎร์ธานี - เชี่ยวหลาน - เขาสก
สวัสดีค่ะสมาชิกทุกคน
รอบนี้จะขอพาทุกคนไปทัวร์สุราษกันจ้าา
เอาจริงๆ ไม่มีอะไรมาก อยากมาแชร์ให้รู้ ว่าไปสุราษ นอกจากสมุยแล้วเราทำอะไรได้บ้าง
ก่อนจะไปชมภาพ ขอสรุปข้อมูลทริปคร่าวๆ ดังนี้
ทริปนี้ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน สมาชิกทั้งหมด 4 คน
บินตั๋วถูกไปกับ Air Asia ไป-กลับประมาณ1,200 บาท
จองโปรที่พัก กับแพ 500ไร่ ในงานเที่ยวไทย ประมาณคนละ 2,000 บาท
ตารางประมาณนี้
16 Nov' 18 - ดอนเมือง-สุราษ 12.00
17 Nov' 18 - นอน แพ 500 ไร่
18 Nov' 18 - น้ำตกบ้านราด และ ล่องเรือแคนนูเขาสก
19 Nov' 18 - สุราษ - ดอนเมือง 10.00
เวลาอาจดูงงๆหน่อย โปรดมองข้ามไป เนื่องจากจองตั๋วโปรถูกในขณะที่สติไม่ค่อยครบ
งั้นเดี๋ยวเราไปเริ่มต้นกันไปเป็นตอนๆ ตามสไตล์ กันดีกว่า
สมมุติว่าเราได้ไปสุราษ ในวันแรก....
เมื่อลงจากเครื่องแล้ว ให้หารถบัสเพื่อที่จะเข้าเมือง มีหลายเจ้ามากมาย สะดวกคันไหน ก็คันนั้นแหละจ้า
รถจะส่งเราที่ สถานี ตลาดเกษตร 2 เพื่อที่จะหารถตู้ไปเขื่อนกัน เดินๆทำหน้างงๆ ไป เดี๋ยวก็จะมีป้าคนขายตั๋วาถามเราเองว่าไปไหน แล้วก็ซื้อตั๋วกับป้าคนนั้นแหละ ของเราไปกับ Buddy Travel 2
Tip: ใครที่ไปแพต่างๆ ต้องเช็คเวลาเรือที่จะมารับให้ดีนะคะ อย่างของเราไปกับ แพ 500 ไร่ เรือเค้าออกตอน 11 โมง หรือเที่ยงมั้ง เราก็ต้องนั่งรถตู้ไปตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพื่อที่จะไปถึงเขื่อน ประมาณ 10 โมง. หรือถ้าใครไป แพ 500ไร่ เค้ามีรถตู้ไปรับเราตั้งแต่สนามบินเลยก็มี แล้วแต่แพคเกจที่จะเลือก ....แต่ด้วยความเด๋อไม่รู้เรื่อง ของเรานั้น ก็ต้อง งมทางไปแบบ Backpacker ให้สุดจ้า
*** ใครไป แพ 500 ไร่ อย่าลืมบอกคนขับที่แวะส่งเราที่บริษัท ก่อนนะคะ เพราะนี่คือจุดนัดพบ ของ แพ 500 ไร่ค่ะ จากนั้นเค้าจะมีรถตู้ พาเราไปแพของเค้าส่วนตัวเอง **
มีผ้าเช็ดตัวให้ครบ หน้าบ้านแต่ละหลัง จะมีคายัคให้หลังละ 1 ลำ และแพเปียกหน้าบ้าน สามารถนั่งเล่นได้ นำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา แบบไม่ต้องใช้ขนมล่อเลยทีเดียว ที่บ้านมีแอร์ด้วยค่ะ ไม่ต้องกลัวร้อนอบอ้าว สบายบรื๋อออออ