อยากเป็นเจ้าของกิจการ อยากทำธุรกิจส่วนตัว ทำอย่างไร มาดูกันครับ

ผมเองเปิดบริษัทมาได้ก็ 5 ปีมาแล้ว ผ่านอะไรมาเยอะ เจออะไรมาเยอะ ก็อยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์ให้ทุกคนที่มีความ อยากทำ หรือที่เราเรียกกันว่า มีความฝัน เมื่อก่อนนี้ผมก็เป็นคนนึงที่คอยมาอ่านหาความรู้ว่า เราจะทำธุรกิจอะไรดี ? เขาทำอะไรที่เขาร่ำรวยกัน ? วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ

ทำอะไรดี ? โจทย์ยอดฮิต ที่เอาเข้าจริง ตอบโครตยาก
- ผมตอบแบบนี้ละกันครับว่า เราอยู่ใกล้กับงานอะไร เราจะมีโอกาสพบเจอช่องทางจากงานนั้น เช่น
หากคุณเป็นคนทำงานในวินรถตู้ อาจจะแค่เป็นเด็กจัดคิวรถ หรือตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ คุณจะได้มีโอกาศในการเรียนรู้ช่องทางในการทำมาหากินของวินรถตู้ว่ามันมีต้นทุนอะไรบ้าง ? ผ่อนรถตู้เดือนละเท่าไหร่ ? จะกู้ซื้อรถตู้ต้องกู้อย่างไร กู้ร่วมกันสามคนได้ไหม ? ค่าจ้างคนขับเท่าไหร่ ?ค่าวินเท่าไหร่ ? เราทำงานอยู่กับวินนี้ เราขอเอารถมาวิ่งกับเขาได้ไหม ? มันคุ้มไหม เราจะมีโอกาสได้ถามได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง 

หากคุณทำงานโรงงานสกรีนเสื้อ คุณจะรู้อะไรจากมันบ้าง เช่น เสื้อสั่งจากไหน ผ้ามีกี่ประเภท แบบไหนใส่สบายแล้วไม่ยืดไม่หด แบบไหนลูกค้าชอบ ปัญหาในการรับออเดอร์มีอะไรบ้าง ลูกค้ากวนๆโกงๆมีไหม ....

หากคุณเป็นพนักงานบริษัท คุณจะ ........ 
นี่คือสิ่งที่ผมจะสื่อ สิ่งที่ทุกๆคนประสบความสำเร็จ มันไม่ได้มีอะไรพิเศษ มันไม่ต้องแปลก ไม่ต้องแหวกตลาด มันคือสิ่งเดิมๆก็ได้ มันคือเรื่องเดิมๆก็ได้ ที่มันมีอยู่แล้ว เพียงแต่เราใกล้สิ่งไหน เราจะมีโอกาสได้ทำสิ่งๆนั้นเป็นธุรกิจของเราได้
ผมเคยสอนคอมพิวเตอร์ ผมเลยเปิดร้านเกมส์
ผมเคยทำงานในบริษัทโลจิสติค ผมอยากออกรถมาซับบริษัท เพราะบางทีรถวิ่งงานหมดต้องไปจ้างที่อื่น
สรุปคือ ทำอะไร มันก็เป็นเงินเป็นทองได้ทั้งนั้นแหละครับ

ไม่มีเงินลงทุน ได้ยินแต่เขาบอกให้ลงทุนกับตัวเองก่อน
ได้ยินกันบ่อยไหมกับคำๆนี้ ผมเองก็คนนึงที่เคยได้ยิน การลงทุนกับตัวเองคือการหาความรู้ในสิ่งที่เราสนใจมาให้มากที่สุด มากจนขนาดที่ว่าเราต้องเป็นกูรูไปเลยยิ่งดี เอาแค่เรารู้จริง แล้วคนอื่นก็รู้ว่า เรารู้จริงในเรื่องใดเรื่องนึง นั่นแหละ หากินได้ 
ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ของให้รู้จริงเช่น เราเป็นเซียนปลากัด เราเก่งเรื่องปลูกกระบองเพรช เราขัดพื้นห้องน้ำให้สะอาดเหมือนใหม่ได้ เรากินเก่ง เราเที่ยวเก่ง
คุณจะเห็นว่า มีคนเก่งในเรื่องเหล่านี้จริงๆ เรียกว่าเป็นมืออาชีพ นั่นแหละครับสิ่งเหล่านี้เเกิดจากการลงทุนกับตัวเอง แล้วมันจะต่อยอดไปเป็นธุรกิจได้ 

ลงมือทำ
- ไม่ต้องเตรียมพร้อมให้ 100% มันต้องทำไปเรียนรู้ไป และที่สำคัญ ค่อยๆแก้ปัญหาไป
ไม่ว่าจะทำอะไร มันจะเจอปัญหาเสมอ แต่ละปัญหาก็ยากง่ายแตกต่างกันไป มันจะย้อนกลับไปข้างบนคือ ถ้าเรารู้มากปัญหาจะน้อย ถ้าเรารู้น้อยปัญหาจะมาก
และผมแนะนำอย่างนี้นะครับ
การแก้ปัญหา / การตัดสินใจ อะไรสักอย่างนึง ไม่มีใครรู้หรอกว่าสิ่งที่เราตัดสินใจแก้ปัญหาไปมันถูกหรือผิด ไม่มีใครตอบได้ แต่ขอให้คุณคิดว่าจะแก้ปัญหานี้แบบนี้ แล้วหยุดคิด ให้ลองทำเลย ถ้ามันถูกเราก็แก้ปัญหาได้เร็ว ถ้ามันไม่ถูกให้หาทางใหม่ แล้วลองทำเลย 
แต่อย่ามัวแต่คิดและอย่ามัวแต่เครียด เพราะปัญหามันจะไม่ได้ถูกแก้ไข

ภาพลักษณ์สำคัญ
คนจะใช้บริการเราจากภาพที่เห็นก่อน
- คนจะใช้บริการเราซ้ำจากคุณภาพหรือความประทับใจจากการได้รับบริการครั้งแรก
อย่าไปอินดี้ในเรื่องคุณภาพมาก่อน แต่ขายงานไม่เป็น ไม่ง้อลูกค้า อย่าไปคิดว่าลูกค้าตาไม่ถึง รู้ไม่จริงแบบนี้ไปที่อื่นเถอะ แบบนี้ห้ามเด็ดขาด
ลูกค้าจะตัดสินใจเลือกจากสิ่งที่รับรู้ได้ก่อนเสมอ ตาเห็นภาพที่สวยงาม หูได้ยินคำหวานถูกใจ นั่นคือสื่งสำคัญที่จะทำให้คุณได้ลูกค้า คุณต้องเน้นเรื่องนี้ก่อน ตอนผมเปิดบริษัทใหม่ๆผมก็อินดี้คิดว่าตัวเองเจ๋ง ยังไงลูกค้าต้องเลือกเรา ทำโปรไฟล์ไปแบบ้านๆ เน้นงานฝีมือ พังครับ ไม่มีใครเอา ลูกค้าชอบคนโม้ๆ วาดฝันสวยๆ ลูกค้าบางรายดูทุนจดทะเบียน ดูอะไรที่เราไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวอะไรกับงาน ตอนหลังผมจ้างคนทำโปรไฟล์เลย งานมาครับ
หน้าร้าน หน้าเพจ รูป Thumpnail ในยูทูป ต้องทำให้สวยสะดุดตาดึงดูดไว้ก่อน ให้เขาได้ลองใช้บริการเราก่อน แล้วเราถึงจะมีโอกาสได้แสดงคุณภาพทีหลัง

ทุน
- นี่แหละเรื่องใหญ่ละ เพราะธนาคารประเทศเรา ไม่ได้สนับสนุน sme จากแผนธุรกิจ แต่สนับสนุนจากหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ถ้าคุณไม่มีทุน คุณก็ต้องเริ่มจาก เล็กไปใหญ่  (อ้าวพี่พูดง่ายนี่ ) ยกตัวอย่างละกัน เช่น
การขายของจากรูปหนึ่งรูป เช่น คุณออกแบบตกแต่งภายในเป็น คุณเอาภาพแบบ 3d ของคุณไปฝากร้านไว้ตามที่ต่างๆ คุณอาจจะได้งานมาทำละ
คุณรับงานไปสักพัก เดินบัญชีธนาคาร (อย่าลืมจดทะเบียนพานิชย์) คุณอาจจะเริ่มกู้เงินกับธนาคารได้เพื่อนำไปลงทุนต่อยอดในการโฆษณาผ่านเฟซบุ้ค ผ่าน ig มันก็จะค่อยๆเจอทางไปเองแหละครับ คุณอาจจะได้รับงานมากขึ้นจนคุณเรื่มมีลูกทีม จนคุณมีทีมช่างของคุณเอง จน....มันจินตนาการไปไม่สิ้นสุดหรอกครับ แต่ทุกอย่างจะเกิดได้ต้องลองทำดูครับ
* บ้านเป็นหลักทรัพย์ชั้นดีในการค้ำประกัน 
* รถ บางจังหวะมันก็ช่วยได้ 555
* สลากออมสิน นี่ก็ใช้ค้ำได้
* ที่ดิน แล้วแต่นโยบายของแต่ละธนาคาร
* สินเชื่อส่วนบุคคล เวลากู้ให้ยื่นพร้อมๆกันหลายๆธนาคารทีเดียวเลย เพราะเวลาเขาตรวจเครดิต มันจะไม่เจอว่าเรามีหนี้อะไรบ้าง 5555+
คุณต้องหูตาไว ในเรื่องการกู้ มีเงินมันคล่องตัวในการลงทุนและการแก้ปัญหา

คน
- จำไว้เลยว่า ปัญหาเรื่องคนยากกว่าปัญหาเรื่องงาน อันนี้ประสบการณ์จะเป็นตัวสอนคุณเองในการคัดคนเข้าทีมงาน หรือการเจอลูกค้าในรูปแบบต่างๆ การรับมือกับปัญหาจากคนนั้น ไม่มีวันสิ้นสุด
ผมใช้การยึดเรื่องงาน มาแก้ปัญหา เรื่องคน ผมบ่นลูกน้อง ผมตำหนิใคร ผมจะว่าในเรื่องงานเท่านั้น ผมยืนหยัดในจุดที่ว่า เราทำงานนะเราว่ากันเรื่องงาน นอกเวลางานเราคือคนปกติ มันช่วยได้ครับ

หาล้านแรกให้ได้ แล้วล้านต่อไปจะตามมา
อันนี้เรื่องจริง มันอธิบายไม่ได้หรอก แต่คุณต้องทำก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าคุณทำมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร แล้วคุณจะไปต่อได้เหมือนหัดขี่จักรยานนั่นแหละครับ

สุดท้ายนี้ การจะทำธุรกิจส่วนตัวนั้น ไม่ได้ทำเพื่ออัพรูปลงเฟซโชว์เพื่อนว่ากรูนี่เจ้าของกิจการนะเว้ย มันคือการที่คุณจะต้องหาเงินด้วยตัวคุณเองจริงๆ โดยที่คุณไม่ได้รับเงินเดือนจากบริษัทเหมือนตอนที่เป็นลูกจ้าง คุณต้องพร้อมที่จะแบกรับทุกอย่างไว้ หนี้สิน เงินเดือนพนักงาน ค่าเทอมลูก มันจะเจอด่านทดสอบอะไรมากมายจริงๆ กว่าผมจะผ่านมาได้แบบทุกวันนี้ ยอมรับว่า ปางตายครับ ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังคิด กำลังวางแผน และกำลังลงมือทำอยู่ ให้ประสบความสำเร็จทุกคนนะครับ มีอะไรก็ถามไว้ครับ ตอบได้จะมาตอบ 


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่