เมื่อลูกดิชั้นคิดจะทำ Amway
ไม่คิดเลยว่าเด็กโรงเรียนนี้จะกลายเป็นแบบนี้ จากผู้ปกครองคนนึงที่ส่งลูกเข้าเรียนตั้งแต่สมัยแรกที่ก่อตั้งโรงเรียน สมัยนั้นโรงเรียนยังมีอาจารย์พิเศษที่ดีจำนวนมาก เด็กไม่เยอะ และคุณภาพการสอนดีมาก ลูกคนโตเลยเข้ามหาลัยดีๆได้ แต่หลังจากที่โรงเรียนย้ายไปสร้างตึกใหม่ ค่าเรียนแพงขึ้น ตรงนี้รับได้เพราะถือว่าซื้ออนาคตให้ลูก
แต่สิ่งที่เจอคือรุ่นลูกคนเล็ก จำนวนห้องเยอะมาก อาจารย์พิเศษก็น้อยลง คุณภาพการสอนแย่ลง สิ่งที่สำคัญของการศึกษาคือรูปแบบการสอน ถ้าสอนดี เด็กจะจำไม่เยอะ จะจำง่าย การสอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับโรงเรียน (Schooling) แต่ขึ้นอยู่กับสอนให้รักชอบการศึกษาเรียนรู้ (Education) มากแค่ไหน ลูกคนเล็กต้องเรียนข้างนอกเสริมเพราะอาจารย์พิเศษที่สอนเริ่มทยอยออกไปจนเหลือน้อยมาก อีกทั้งโรงเรียนยังนำกวดวิชาเข้ามาสอน ซึ่งเหมือนขายคอร์สแบบบังคับ ลูกต้องมานั่งทำ(ลอก) เพราะวิธีการสอนที่ยัดความรู้จำนวนมาก ทำให้เด็กเรียนไม่ทัน และรูปแบบการสอน(ยัด) ก็ไม่ได้คุณภาพ หลังจากลูกคนนี้เรียนจบก็พยายามบอกคนใกล้ตัวว่า มันไม่ได้ดีเหมือนสมัยรุ่นลูกคนโตแล้วนะ ที่ไม่พูดกับคนไม่สนิท เพราะไม่ได้ให้ราคากับที่นี่แล้วค่ะ
ตอนแรกคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกช่วงเรียนมัธยมปลายจะหนักแล้ว แต่สิ่งที่หนักกว่าคือวันนี้ลูกกลับมาบ้าน กลับมาเล่าเรื่อง Amway แล้วบอกว่าดีอย่างงั้นดีอย่างงู้น อยากขอเงินไปทำ Amway เพราะอยากให้พ่อแม่สบาย จะได้มี Passive Income ตอนนั้นแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เลยตั้งสติแล้วถามลูกต่อว่า ใครชวนลูกมา ลูกก็บอกว่า เป็นเพื่อนที่โรงเรียนสมัยมัธยม เพื่อนทำหลายคนเลยแม่ ในใจของคนเป็นแม่ ไม่คิดว่าเรายอมจ่ายแพง แต่กลับซื้อสังคมที่ไร้คุณภาพขนาดนี้ให้ลูก ถ้าเป็นที่เด็กไม่กี่คน ผู้ปกครองอาจเป็นส่วนที่เลี้ยงดูไม่ดี แต่นี่เป็นจากสังคมโรงเรียน โรงเรียนควรต้องพิจารณาตัวเองแล้วค่ะ แล้วเด็กในรุ่นนี้ก็เชื่อพวกขายตรงพวกนี้ซะด้วย เชื่อง่ายกว่าตอนที่อาจารย์สอนอีก แปลว่า Amway สอนดีกว่าอาจารย์ หรืออาจารย์ควรเรียนเทคนิคการกล่อมใจเด็กจาก Amway ดีมั้ยค่ะ ไม่รู้จะใช้คำไหนดีเลย
ตอนลูกคนโตเรียน โรงเรียนยังไม่มีค่ายธรรมะ มามีค่ายสมัยที่สร้างตึกใหม่แล้ว นึกว่าการมีค่ายธรรมะจะทำให้เด็กมีพื้นฐานจิตใจที่ดี มองเห็นโลกถ่องแท้ขึ้น แต่วันนี้คือคำตอบ ว่ามันไม่ช่วยอะไรเลย ควรสอนพื้นฐานจิตใจเด็กด้วยนะ ให้เค้ามีภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่เรียนเพื่อหวังเป็นหมอ เป็นหมอ เป็นหมอ อย่างเดียว หมอเป็นอาชีพที่ดี แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่อยากเป็นหมอ คุณพยายามสอนเด็ก แต่ไม่เคยสอนให้เด็กหาตัวเอง เอาความโลภในเงินตราใส่ในใจเด็ก แค่คำว่า Passive Income ก็ปลุกความโลภในใจของเด็กที่นี่ได้แล้วหรอ ลูกขอเงินไปทำ Amway เดือนตั้งหลายหมื่น ซื้อกินไม่พอ เอากลับมาขายดิชั้นอีก ของแล้วแต่ละอย่างก็ไม่ใช่ถูก บางชิ้นหลักพันหลักหมื่น แถมยังมีจัดเป็นคอร์สมาขายอีก บอกว่าอยากหาเงินให้ดิชั้นสบาย แต่นี่ลำบากตั้งแต่ก้าวแรกแล้วค่ะ
ต้องรีบเบรกลูกเลย เพราะถ้าทำจริงก็ไม่ห้าม แต่ทำในระหว่างเรียน แล้วการเรียนเสียมันแก้ยาก ถ้าทำ Amway จริง ดิชั้นวิเคราะห์ว่าลูกจะต้องจะต้องเสีย4อย่าง 1.เสียเวลา เพราะมันให้ลูกไปเรียนวิธีขายอะไรก็ไม่รู้ กลับ4-5ทุ่ม เเละยิ่งลูกที่เป็นผู้หญิงด้วย
2.เสียการเรียน เพราะเอาสมาธิไปทุ่มเทให้กับการหาดาวน์ไลน์อย่างหนักหน่วงตามคำสั่งอัพไลน์
3.เสียเงิน แน่นอนว่าช่วงที่ทำเงินไม่ได้ เงินดิชั้นแน่นอนค่ะ ที่ต้องออกไปให้ลูกได้ลิ้มลองความบรรลัย
4.เสียสังคม อันนี้เสียหนักสุดเลย คนรอบตัวจะเริ่มออกห่าง เพื่อนจะเริ่มกลัวโดนชวน ต่อให้เราไม่ไปชวนเอง ถ้าเราชวนคนนึง หรือมีคนนึงรู้ มันก็จะบอกต่อ ภาพลักษณ์ของ Amway ในไทยไม่ได้ดีขนาดนั้น บางสังคมถึงขั้นเลวร้ายเลย
หากวิเคราะห์ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว Amway คือความเสียหายของคนในประเทศ เพราะเงินจะโดนสูบออกไปจากทางการค้า ซึ่งซื้อสินค้าต่างประเทศเข้ามาทั้งสิ้น เพราะส่วนมากผลิตต่างประเทศ พวกกำไรที่พวกอัพไลน์ได้กันมันแค่ส่วนเดียว แต่กำไรส่วนที่เหลือก็จะถูกโอนออกไป สุดท้ายทุนสำรองของประเทศก็จะไหลออกไป ไม่ต่างกับการเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจ อาจจะมองลึกไปหน่อยนะคะ แต่ทั้งหมดคือภาพรวมธุรกิจขายตรงนี้ ซึ่งจากที่ทราบมา Amway ก็มีการกระจายการขายในกลุ่มนักศึกษากับคนทำงาน โดยนักศึกษาจิตอ่อน อ่อนต่อโลก ไม่ได้หาเงินเอง จะถูกหลอกง่ายเป็นพิเศษ
ปล.โรงเรียนนี้ที่แยกตัวมาจากนาคประสิทธิ์ค่ะ อยู่เเถวนครปฐม วันนี้รู้สึกสงสารลูกคนเล็กมาก ที่อุส่าหอบข้ามจังหวัดมาเรียน คุณภาพของที่นี่ดร็อปจากสมัยลูกคนโตเรียนเยอะมาก แล้วดร็อปลงเร็วมากค่ะ ฝากไว้เป็นบทเรียน ว่าคุณภาพในอดีตไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพปัจจุบัน แต่สำหรับที่นี่ ณ เวลานี้ ไม่ให้ราคาค่ะ
เมื่อลูกดิชั้นคิดจะทำ Amway
แต่สิ่งที่เจอคือรุ่นลูกคนเล็ก จำนวนห้องเยอะมาก อาจารย์พิเศษก็น้อยลง คุณภาพการสอนแย่ลง สิ่งที่สำคัญของการศึกษาคือรูปแบบการสอน ถ้าสอนดี เด็กจะจำไม่เยอะ จะจำง่าย การสอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับโรงเรียน (Schooling) แต่ขึ้นอยู่กับสอนให้รักชอบการศึกษาเรียนรู้ (Education) มากแค่ไหน ลูกคนเล็กต้องเรียนข้างนอกเสริมเพราะอาจารย์พิเศษที่สอนเริ่มทยอยออกไปจนเหลือน้อยมาก อีกทั้งโรงเรียนยังนำกวดวิชาเข้ามาสอน ซึ่งเหมือนขายคอร์สแบบบังคับ ลูกต้องมานั่งทำ(ลอก) เพราะวิธีการสอนที่ยัดความรู้จำนวนมาก ทำให้เด็กเรียนไม่ทัน และรูปแบบการสอน(ยัด) ก็ไม่ได้คุณภาพ หลังจากลูกคนนี้เรียนจบก็พยายามบอกคนใกล้ตัวว่า มันไม่ได้ดีเหมือนสมัยรุ่นลูกคนโตแล้วนะ ที่ไม่พูดกับคนไม่สนิท เพราะไม่ได้ให้ราคากับที่นี่แล้วค่ะ
ตอนแรกคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกช่วงเรียนมัธยมปลายจะหนักแล้ว แต่สิ่งที่หนักกว่าคือวันนี้ลูกกลับมาบ้าน กลับมาเล่าเรื่อง Amway แล้วบอกว่าดีอย่างงั้นดีอย่างงู้น อยากขอเงินไปทำ Amway เพราะอยากให้พ่อแม่สบาย จะได้มี Passive Income ตอนนั้นแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เลยตั้งสติแล้วถามลูกต่อว่า ใครชวนลูกมา ลูกก็บอกว่า เป็นเพื่อนที่โรงเรียนสมัยมัธยม เพื่อนทำหลายคนเลยแม่ ในใจของคนเป็นแม่ ไม่คิดว่าเรายอมจ่ายแพง แต่กลับซื้อสังคมที่ไร้คุณภาพขนาดนี้ให้ลูก ถ้าเป็นที่เด็กไม่กี่คน ผู้ปกครองอาจเป็นส่วนที่เลี้ยงดูไม่ดี แต่นี่เป็นจากสังคมโรงเรียน โรงเรียนควรต้องพิจารณาตัวเองแล้วค่ะ แล้วเด็กในรุ่นนี้ก็เชื่อพวกขายตรงพวกนี้ซะด้วย เชื่อง่ายกว่าตอนที่อาจารย์สอนอีก แปลว่า Amway สอนดีกว่าอาจารย์ หรืออาจารย์ควรเรียนเทคนิคการกล่อมใจเด็กจาก Amway ดีมั้ยค่ะ ไม่รู้จะใช้คำไหนดีเลย
ตอนลูกคนโตเรียน โรงเรียนยังไม่มีค่ายธรรมะ มามีค่ายสมัยที่สร้างตึกใหม่แล้ว นึกว่าการมีค่ายธรรมะจะทำให้เด็กมีพื้นฐานจิตใจที่ดี มองเห็นโลกถ่องแท้ขึ้น แต่วันนี้คือคำตอบ ว่ามันไม่ช่วยอะไรเลย ควรสอนพื้นฐานจิตใจเด็กด้วยนะ ให้เค้ามีภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่เรียนเพื่อหวังเป็นหมอ เป็นหมอ เป็นหมอ อย่างเดียว หมอเป็นอาชีพที่ดี แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่อยากเป็นหมอ คุณพยายามสอนเด็ก แต่ไม่เคยสอนให้เด็กหาตัวเอง เอาความโลภในเงินตราใส่ในใจเด็ก แค่คำว่า Passive Income ก็ปลุกความโลภในใจของเด็กที่นี่ได้แล้วหรอ ลูกขอเงินไปทำ Amway เดือนตั้งหลายหมื่น ซื้อกินไม่พอ เอากลับมาขายดิชั้นอีก ของแล้วแต่ละอย่างก็ไม่ใช่ถูก บางชิ้นหลักพันหลักหมื่น แถมยังมีจัดเป็นคอร์สมาขายอีก บอกว่าอยากหาเงินให้ดิชั้นสบาย แต่นี่ลำบากตั้งแต่ก้าวแรกแล้วค่ะ
ต้องรีบเบรกลูกเลย เพราะถ้าทำจริงก็ไม่ห้าม แต่ทำในระหว่างเรียน แล้วการเรียนเสียมันแก้ยาก ถ้าทำ Amway จริง ดิชั้นวิเคราะห์ว่าลูกจะต้องจะต้องเสีย4อย่าง 1.เสียเวลา เพราะมันให้ลูกไปเรียนวิธีขายอะไรก็ไม่รู้ กลับ4-5ทุ่ม เเละยิ่งลูกที่เป็นผู้หญิงด้วย
2.เสียการเรียน เพราะเอาสมาธิไปทุ่มเทให้กับการหาดาวน์ไลน์อย่างหนักหน่วงตามคำสั่งอัพไลน์
3.เสียเงิน แน่นอนว่าช่วงที่ทำเงินไม่ได้ เงินดิชั้นแน่นอนค่ะ ที่ต้องออกไปให้ลูกได้ลิ้มลองความบรรลัย
4.เสียสังคม อันนี้เสียหนักสุดเลย คนรอบตัวจะเริ่มออกห่าง เพื่อนจะเริ่มกลัวโดนชวน ต่อให้เราไม่ไปชวนเอง ถ้าเราชวนคนนึง หรือมีคนนึงรู้ มันก็จะบอกต่อ ภาพลักษณ์ของ Amway ในไทยไม่ได้ดีขนาดนั้น บางสังคมถึงขั้นเลวร้ายเลย
หากวิเคราะห์ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว Amway คือความเสียหายของคนในประเทศ เพราะเงินจะโดนสูบออกไปจากทางการค้า ซึ่งซื้อสินค้าต่างประเทศเข้ามาทั้งสิ้น เพราะส่วนมากผลิตต่างประเทศ พวกกำไรที่พวกอัพไลน์ได้กันมันแค่ส่วนเดียว แต่กำไรส่วนที่เหลือก็จะถูกโอนออกไป สุดท้ายทุนสำรองของประเทศก็จะไหลออกไป ไม่ต่างกับการเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจ อาจจะมองลึกไปหน่อยนะคะ แต่ทั้งหมดคือภาพรวมธุรกิจขายตรงนี้ ซึ่งจากที่ทราบมา Amway ก็มีการกระจายการขายในกลุ่มนักศึกษากับคนทำงาน โดยนักศึกษาจิตอ่อน อ่อนต่อโลก ไม่ได้หาเงินเอง จะถูกหลอกง่ายเป็นพิเศษ
ปล.โรงเรียนนี้ที่แยกตัวมาจากนาคประสิทธิ์ค่ะ อยู่เเถวนครปฐม วันนี้รู้สึกสงสารลูกคนเล็กมาก ที่อุส่าหอบข้ามจังหวัดมาเรียน คุณภาพของที่นี่ดร็อปจากสมัยลูกคนโตเรียนเยอะมาก แล้วดร็อปลงเร็วมากค่ะ ฝากไว้เป็นบทเรียน ว่าคุณภาพในอดีตไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพปัจจุบัน แต่สำหรับที่นี่ ณ เวลานี้ ไม่ให้ราคาค่ะ