รวบรวมความคิดเอง ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางรัฐศาสตร์ จะเป็นการดียิ่งที่ผู้มีความรู้จะเข้ามาสนทนาพูดคุย ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของผู้ที่ได้เข้ามาร่วมวงสนทนา
การปกครองยิ่งมีจำนวนคนร่วมตัดสินใจมากก็ยิ่งทำให้การทำงานล่าช้า ลดทอนประสิทธิภาพลงเมื่อเทียบกับการปกครองที่มีจำนวนคนร่วมตัดสินใจน้อยกว่า การปกครองแนวทางประชาธิปไตยมักจะมีจำนวนผู้มีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่าเผด็จการ ในทางปฏิบัติจริงแล้วแม้ประชาธิปไตยทางตรงที่สุดที่รัฐกรีกเคยใช้ก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมสภา หรือในทางเผด็จการก็ไม่สามารถมีผู้หนึ่งผู้ใดกำอำนาจรัฐทั้งหมดไว้ในมือแล้วปกครองได้นาน จำเป็นต้องแบ่งอำนาจเพื่อความมั่นคงของตน สุดท้ายจึงเกิดกลุ่มชนชั้นปกครองขึ้นมาจากผู้มีอำนาจในสาขาต่างๆ โดยส่วนตัวคิดว่าการปกครองที่ไปในทางเผด็จการมีประสิทธิภาพในการปกครองมากกว่า
แต่ปัญหาที่สำคัญของการปกครองที่ไปในทางเผด็จการคือความเสี่ยงในความสามารถของตัวกลุ่มผู้นำ เผด็จการเอื้อให้มีการคงอยู่ของกลุ่มผู้นำเดิมต่อไป ดังนั้นถ้าความสามารถของกลุ่มผู้นำไม่ตอบรับกับปัญหาที่รัฐเผชิญเวลานั้น เป็นการยากที่จะเปลี่ยนกลุ่มผู้นำเพื่อคงไว้ซึ่งความเจริญก้าวหน้าของรัฐ ในด้านการปกครองที่ไปในทางประชาธิปไตยโดยแก่นแล้วไม่สามารถส่งเสริมการคงอยู่ของอำนาจของกลุ่มผู้นำเดิมได้อย่างชัดเจน จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนโฉมหน้าของคนในกลุ่มผู้นำอยู่เสมอ จึงเป็นการง่ายกว่าที่จะเปลี่ยนแปลงกลุ่มผู้นำเพื่อคงไว้ซึ่งความเจริญก้าวหน้าของรัฐ
สรุปแบบง่าย ประชาธิปไตยปกครองโดยคนหลายคน ในกลุ่มนี้ก็น่าจะมีทั้ง คนดี คนเลว คนเก่ง คนไม่เก่ง คละกันไป ถึงแทบจะไม่มีทางดีเยี่ยมที่สุด ก็ไม่เลวร้ายที่สุด ส่วนเผด็จการนั้นมีการปกครองโดยคนไม่กี่คน ความหลากหลายก็จะน้อย ถ้าเจอคนเก่งก็ถือว่าโชคดี ถ้าเจอคนไม่เก่งก็เปลี่ยนยาก ถือว่าซวย ความเสี่ยงสูง มีตั้งแต่ดีที่สุดยูโทเปีย ไปจนถึงแย่ที่สุดดิสโทเปีย
ไม่รู้ว่าคนในรัฐไทยเวลานี้อยากเห็นรัฐไทยไปในทางไหน
ประชาธิปไตย(แค่ไหน) เผด็จการ(รวบหมดได้หรือ)
การปกครองยิ่งมีจำนวนคนร่วมตัดสินใจมากก็ยิ่งทำให้การทำงานล่าช้า ลดทอนประสิทธิภาพลงเมื่อเทียบกับการปกครองที่มีจำนวนคนร่วมตัดสินใจน้อยกว่า การปกครองแนวทางประชาธิปไตยมักจะมีจำนวนผู้มีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่าเผด็จการ ในทางปฏิบัติจริงแล้วแม้ประชาธิปไตยทางตรงที่สุดที่รัฐกรีกเคยใช้ก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมสภา หรือในทางเผด็จการก็ไม่สามารถมีผู้หนึ่งผู้ใดกำอำนาจรัฐทั้งหมดไว้ในมือแล้วปกครองได้นาน จำเป็นต้องแบ่งอำนาจเพื่อความมั่นคงของตน สุดท้ายจึงเกิดกลุ่มชนชั้นปกครองขึ้นมาจากผู้มีอำนาจในสาขาต่างๆ โดยส่วนตัวคิดว่าการปกครองที่ไปในทางเผด็จการมีประสิทธิภาพในการปกครองมากกว่า
แต่ปัญหาที่สำคัญของการปกครองที่ไปในทางเผด็จการคือความเสี่ยงในความสามารถของตัวกลุ่มผู้นำ เผด็จการเอื้อให้มีการคงอยู่ของกลุ่มผู้นำเดิมต่อไป ดังนั้นถ้าความสามารถของกลุ่มผู้นำไม่ตอบรับกับปัญหาที่รัฐเผชิญเวลานั้น เป็นการยากที่จะเปลี่ยนกลุ่มผู้นำเพื่อคงไว้ซึ่งความเจริญก้าวหน้าของรัฐ ในด้านการปกครองที่ไปในทางประชาธิปไตยโดยแก่นแล้วไม่สามารถส่งเสริมการคงอยู่ของอำนาจของกลุ่มผู้นำเดิมได้อย่างชัดเจน จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนโฉมหน้าของคนในกลุ่มผู้นำอยู่เสมอ จึงเป็นการง่ายกว่าที่จะเปลี่ยนแปลงกลุ่มผู้นำเพื่อคงไว้ซึ่งความเจริญก้าวหน้าของรัฐ
สรุปแบบง่าย ประชาธิปไตยปกครองโดยคนหลายคน ในกลุ่มนี้ก็น่าจะมีทั้ง คนดี คนเลว คนเก่ง คนไม่เก่ง คละกันไป ถึงแทบจะไม่มีทางดีเยี่ยมที่สุด ก็ไม่เลวร้ายที่สุด ส่วนเผด็จการนั้นมีการปกครองโดยคนไม่กี่คน ความหลากหลายก็จะน้อย ถ้าเจอคนเก่งก็ถือว่าโชคดี ถ้าเจอคนไม่เก่งก็เปลี่ยนยาก ถือว่าซวย ความเสี่ยงสูง มีตั้งแต่ดีที่สุดยูโทเปีย ไปจนถึงแย่ที่สุดดิสโทเปีย
ไม่รู้ว่าคนในรัฐไทยเวลานี้อยากเห็นรัฐไทยไปในทางไหน