สวัสดีค่ะทุกคน นี่เป็นกระทู้แรกของเราค่ะ รบกวนอ่านและช่วยวิเคราะห์โดยคร่าวๆให้เราเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้ให้หน่อยนะคะ
เรามีประเด็นหลัก 3 ประเด็นที่จะเล่ารายละเอียดให้ฟังนะคะ เราทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของบริษัทพึ่งจะอายุ 30 ต้นๆค่ะ
เอาล่ะค่ะประเด็นแรกกันเลยนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า
เราแอบชอบคนๆนี้ตั้งแต่ที่เราได้เริ่มรู้จักกับเค้าได้ 1 เดือนหลังเข้ามาทำงานค่ะ เพราะความอ่อนโยน
ทำให้ไม่กล้าเปิดเผยอะไร (แต่คิดว่าเค้าน่าจะพอดูออกบ้าง) เอาล่ะค่ะ
เมื่อทำงานไปได้สักพักก็เข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ด้วยความที่บริษัทเราขยันกันมากเราจึงไม่มีวันหยุดค่ะ
พวกเราเลยคิดจะจัดปาตี้บาบีคิวกันเพื่อเลี้ยงฉลองให้กับตัวเองเพราะไม่ได้ไปไหน 5555 เมื่อถึงวันที่จัดงานเลี้ยงนั้นเราก็ทำการเตรียมอาหารและก่อไฟค่ะ
เราได้รับหน้าที่ก่อไฟในเตาปิ้งค่ะ เมื่อก่อไฟเสร็จก็เริ่มปิ้งย่างอาหารกันค่ะ เมื่ออาหารสุกเราก็อยากกินสิคะ
(เป็นคนที่กินอาหารแล้วมีความสุขจนลืมว่าเคยอารมณ์ไม่ดีเลยล่ะค่ะ)
เมื่อเค้าเห็นดังนั้นก็เลยป้อนเราเพราะมือของเราเปื้อนถ่านค่ะ แต่ แต่ แต่!!!
คุณๆคะ ตำแหน่งที่เราสองคนยืนอยู่ มีคนมากกว่าฝูงแมงเม่าอีกค่ะ
คุณเค้าก็ป้อนดิชั้นอย่างไม่แคร์สายตาประชาชีเลยค่ะ เราก็ได้แต่อึ้งๆไปค่ะ แถมยังคอยป้อนอาหารเราไม่ขาดปากเลยค่ะ (ป.ล.
เค้ารู้ค่ะว่าเราเป็นคนที่รักการกินมาก)
และก็มาถึงประเด็นที่สองค่ะ
คือ ต้องเกริ่นก่อนว่าในวันเกิดของเรานั้นไม่ได้มีการจัดงานเลี้ยงหรือได้รับของขวัญใดๆจากเจ้านายนะคะ
แต่ในขณะเดียวกันเพื่อนร่วมงานอีกคนนึงได้รับของขวัญวันเกิดและเค้กจากเค้าค่ะ เราเลยพูดประมาณว่า
เราน้อยใจที่ไม่มีใครทำแบบนี้ให้ เค้าเลยบอกว่าเค้าจะจัดปาร์ตี้ให้นะ วันเวลาผ่านไปจนลืมไปแล้ว
555 เมื่อใกล้จะถึงวันเกิดของเจ้านายค่ะ เค้าเลยแจ้งว่าจะมีการจัดงานเลี้งนะแต่เป็นช่วงก่อนสงกรานต์ค่ะ
ซึ่งวันที่จัดงานเลี้ยงนั้นเป็นวันหยุดของเราค่ะ เราจึงอยู่ห้องและออกไปปาร์ตี้ช้า
เจ้านายเลยโทรมาตามและถามว่าอยู่ไหน เราเลยบอกไปว่าจะไปถึงช้าเพราะว่ารถติด (จริงๆแล้วกำลังแต่งสวยอยู่ค่ะ
555) และก็ยังบอกอีกว่าให้เริ่มงาน และกินไปก่อนเลยเดี๋ยวเราไปกินทีหลังค่ะ
แต่คำพูดที่เอ่ยกลับมาเป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนและพูดว่า “ชั้นตั้งใจจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อเธอนะ
ชั้นชดเชยที่วันเกิดเธอแต่ชั้นไม่ได้ให้อะไรเลย” เอาสิคะ พอได้ยินก็หัวใจพองโต
หน้าเหน้อไม่สนใจค่ะ รีบเก็บกระเป๋าออกจากห้องอย่างไวเลยค่ะ 5555 เมื่อมาถึงและเริ่มปาร์ตี้มีเหล้ายาปลาปิ้งกัน
จนมาถึงช่วงท้ายๆของปาตี้ค่ะ บางคนเริ่มแยกย้ายกันไปเที่ยวต่อค่ะ
ระหว่างนั้นเราก็นั่งร่วมโต๊ะกับเค้าและเพื่อนร่วมงานค่ะ
อยู่ดีๆเพื่อนร่วมงานก็ถามถึงสเปคสาวในดวงใจเค้าค่ะ เค้าเลยตอบว่า
จริงๆแล้วตัวเค้านั้นไม่ได้มีสเปคนะ จะสูงหรือตัวเล็กจะผิวสีอะไร หรือเชื้อชาติอะไร
เค้าก็ไม่สน ขอแค่เข้าใจเค้าและเข้าใจกันและกันก็พอ และมองเราบ้างเป็นบางครั้งเวลาที่พูด
เราก็เขินอายนะ แต่จะคิดอะไรได้ล่ะคะ แหม่เค้าอาจจะไม่ได้พูดถึงเราก็ได้ แต่ความเป็นชะนีมโนไงคะ
5555 หลังจากนั้นเราก็เลยแยกย้ายค่ะ และเมื่อจบเทศกาลสงกรานต์เราก็มาทำงานและเจอหน้ากันปกติค่ะ
มาถึงประเด็นที่สามค่ะ ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นประเด็นที่พูดถึงเกี่ยวกับวันทั่วๆไปที่เราทำงานด้วยกันนะคะ
คือเราเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังกับงานค่ะ บางครั้งเราก็เผลอทำหน้าเครียดออกมาโดยไม่รู้ตัว
และด้วยภาระงานที่มากขึ้นจากที่เคยเป็นคนยิ้มง่ายหัวเราะง่ายก็ค่อยๆหายไปค่ะ
เค้าเลยพยายามทำให้เราได้หัวเราะโดยการหยอกล้อ การพูดคุย
การแกล้งขัดขาหรือแกล้งเรียกเราไปหาแต่ไมได้สั่งงานอะไรค่ะ
บางครั้งเค้าก็เล่นมุกฝืดนะแต่มันกลับทำใหรายิ้ม หัวเราะได้ซะงั้น 555 บางครั้งเวลาเราเหวี่ยงนิดนึง
เค้าก็จะถามมาทันทีเลยว่าเป็นวันนั้นของเดือนหรือดูเธอไม่ปกติเลย
ซึ่งขนาดผู้หญิงด้วยกันหรือคนอื่นๆในออฟฟิศยังดูไม่ออกเลยค่ะว่าดิชั้นเหวี่ยง แต่เค้ากลับดูออกและใส่ใจมาก
เวลาที่เรางอนเค้าก็จะง้อด้วยการซื้อของกินมาให้ค่ะ บางครั้งเรางอนเค้าและไม่พูดด้วยเป็นอาทิตย์ก็มีค่ะ
5555 เค้าก็จะมาเดินวนเวียนแถวโต๊ะเรา จิ้มๆเราบ้าง แกล้งให้เราพูดด้วยบ้าง
แกล้งให้เราหัวเราะบ้าง เวลาเรางอนและเค้าง้อ
เพื่อนเค้าที่ทำงานกับเราก็จะดูออกแล้วก็ถามเราเสมอว่าเธองอนอะไรเค้าหรอ?
ทำไมเค้าถึงได้มาง้อขนาดนี้ ปกติเค้าไม่ง้อใครขนาดนี้นะ แต่ถ้าหากไม่ได้โกรธหรืองอนกัน
เวลาที่เรามองหน้ากันอยู่ดีๆมันก็ยิ้มเขินๆด้วยกันทั้งคู่ซะงั้น
แบบมันยิ้มไปเองโดยไม่รู้ตัวค่ะ
แต่ในบางครั้งเค้าก็ดูเหินห่าง ไม่ใยดี
เหมือนเราโกรธกันเลยค่ะ พอมาถึงวันนึงที่เรากำลังจะห่างจากเค้า
เค้าก็ทั้งคุยกับเราทั้งวันส่งรูปมาให้ดูว่าทำอะไรอยู่ รายงานสถานการณ์ตลอดเลยค่ะ
และบางครั้งเค้าก็พูดแปลกๆเช่นดีใจหรือรู้สึกดี หรือรู้สึกอบอุ่นหัวใจเวลาที่ดิชั้นพูดอะไรเป็นนัยบอกเค้าค่ะ
อยากรู้ว่าถ้าเค้าทำขนาดนี้เพราะเค้าชอบเรา หรือหมาหยอกไก่คะ? และในเมื่อจะไม่เจอหน้ากันแล้วควรบอกความในใจกับเค้าดีมั้ยคะ?
คุณผู้ชายช่วยตอบคำถามหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ
เรามีประเด็นหลัก 3 ประเด็นที่จะเล่ารายละเอียดให้ฟังนะคะ เราทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของบริษัทพึ่งจะอายุ 30 ต้นๆค่ะ
เอาล่ะค่ะประเด็นแรกกันเลยนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า
เราแอบชอบคนๆนี้ตั้งแต่ที่เราได้เริ่มรู้จักกับเค้าได้ 1 เดือนหลังเข้ามาทำงานค่ะ เพราะความอ่อนโยน
ทำให้ไม่กล้าเปิดเผยอะไร (แต่คิดว่าเค้าน่าจะพอดูออกบ้าง) เอาล่ะค่ะ
เมื่อทำงานไปได้สักพักก็เข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ด้วยความที่บริษัทเราขยันกันมากเราจึงไม่มีวันหยุดค่ะ
พวกเราเลยคิดจะจัดปาตี้บาบีคิวกันเพื่อเลี้ยงฉลองให้กับตัวเองเพราะไม่ได้ไปไหน 5555 เมื่อถึงวันที่จัดงานเลี้ยงนั้นเราก็ทำการเตรียมอาหารและก่อไฟค่ะ
เราได้รับหน้าที่ก่อไฟในเตาปิ้งค่ะ เมื่อก่อไฟเสร็จก็เริ่มปิ้งย่างอาหารกันค่ะ เมื่ออาหารสุกเราก็อยากกินสิคะ
(เป็นคนที่กินอาหารแล้วมีความสุขจนลืมว่าเคยอารมณ์ไม่ดีเลยล่ะค่ะ)
เมื่อเค้าเห็นดังนั้นก็เลยป้อนเราเพราะมือของเราเปื้อนถ่านค่ะ แต่ แต่ แต่!!!
คุณๆคะ ตำแหน่งที่เราสองคนยืนอยู่ มีคนมากกว่าฝูงแมงเม่าอีกค่ะ
คุณเค้าก็ป้อนดิชั้นอย่างไม่แคร์สายตาประชาชีเลยค่ะ เราก็ได้แต่อึ้งๆไปค่ะ แถมยังคอยป้อนอาหารเราไม่ขาดปากเลยค่ะ (ป.ล.
เค้ารู้ค่ะว่าเราเป็นคนที่รักการกินมาก)
และก็มาถึงประเด็นที่สองค่ะ
คือ ต้องเกริ่นก่อนว่าในวันเกิดของเรานั้นไม่ได้มีการจัดงานเลี้ยงหรือได้รับของขวัญใดๆจากเจ้านายนะคะ
แต่ในขณะเดียวกันเพื่อนร่วมงานอีกคนนึงได้รับของขวัญวันเกิดและเค้กจากเค้าค่ะ เราเลยพูดประมาณว่า
เราน้อยใจที่ไม่มีใครทำแบบนี้ให้ เค้าเลยบอกว่าเค้าจะจัดปาร์ตี้ให้นะ วันเวลาผ่านไปจนลืมไปแล้ว
555 เมื่อใกล้จะถึงวันเกิดของเจ้านายค่ะ เค้าเลยแจ้งว่าจะมีการจัดงานเลี้งนะแต่เป็นช่วงก่อนสงกรานต์ค่ะ
ซึ่งวันที่จัดงานเลี้ยงนั้นเป็นวันหยุดของเราค่ะ เราจึงอยู่ห้องและออกไปปาร์ตี้ช้า
เจ้านายเลยโทรมาตามและถามว่าอยู่ไหน เราเลยบอกไปว่าจะไปถึงช้าเพราะว่ารถติด (จริงๆแล้วกำลังแต่งสวยอยู่ค่ะ
555) และก็ยังบอกอีกว่าให้เริ่มงาน และกินไปก่อนเลยเดี๋ยวเราไปกินทีหลังค่ะ
แต่คำพูดที่เอ่ยกลับมาเป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนและพูดว่า “ชั้นตั้งใจจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อเธอนะ
ชั้นชดเชยที่วันเกิดเธอแต่ชั้นไม่ได้ให้อะไรเลย” เอาสิคะ พอได้ยินก็หัวใจพองโต
หน้าเหน้อไม่สนใจค่ะ รีบเก็บกระเป๋าออกจากห้องอย่างไวเลยค่ะ 5555 เมื่อมาถึงและเริ่มปาร์ตี้มีเหล้ายาปลาปิ้งกัน
จนมาถึงช่วงท้ายๆของปาตี้ค่ะ บางคนเริ่มแยกย้ายกันไปเที่ยวต่อค่ะ
ระหว่างนั้นเราก็นั่งร่วมโต๊ะกับเค้าและเพื่อนร่วมงานค่ะ
อยู่ดีๆเพื่อนร่วมงานก็ถามถึงสเปคสาวในดวงใจเค้าค่ะ เค้าเลยตอบว่า
จริงๆแล้วตัวเค้านั้นไม่ได้มีสเปคนะ จะสูงหรือตัวเล็กจะผิวสีอะไร หรือเชื้อชาติอะไร
เค้าก็ไม่สน ขอแค่เข้าใจเค้าและเข้าใจกันและกันก็พอ และมองเราบ้างเป็นบางครั้งเวลาที่พูด
เราก็เขินอายนะ แต่จะคิดอะไรได้ล่ะคะ แหม่เค้าอาจจะไม่ได้พูดถึงเราก็ได้ แต่ความเป็นชะนีมโนไงคะ
5555 หลังจากนั้นเราก็เลยแยกย้ายค่ะ และเมื่อจบเทศกาลสงกรานต์เราก็มาทำงานและเจอหน้ากันปกติค่ะ
มาถึงประเด็นที่สามค่ะ ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นประเด็นที่พูดถึงเกี่ยวกับวันทั่วๆไปที่เราทำงานด้วยกันนะคะ
คือเราเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังกับงานค่ะ บางครั้งเราก็เผลอทำหน้าเครียดออกมาโดยไม่รู้ตัว
และด้วยภาระงานที่มากขึ้นจากที่เคยเป็นคนยิ้มง่ายหัวเราะง่ายก็ค่อยๆหายไปค่ะ
เค้าเลยพยายามทำให้เราได้หัวเราะโดยการหยอกล้อ การพูดคุย
การแกล้งขัดขาหรือแกล้งเรียกเราไปหาแต่ไมได้สั่งงานอะไรค่ะ
บางครั้งเค้าก็เล่นมุกฝืดนะแต่มันกลับทำใหรายิ้ม หัวเราะได้ซะงั้น 555 บางครั้งเวลาเราเหวี่ยงนิดนึง
เค้าก็จะถามมาทันทีเลยว่าเป็นวันนั้นของเดือนหรือดูเธอไม่ปกติเลย
ซึ่งขนาดผู้หญิงด้วยกันหรือคนอื่นๆในออฟฟิศยังดูไม่ออกเลยค่ะว่าดิชั้นเหวี่ยง แต่เค้ากลับดูออกและใส่ใจมาก
เวลาที่เรางอนเค้าก็จะง้อด้วยการซื้อของกินมาให้ค่ะ บางครั้งเรางอนเค้าและไม่พูดด้วยเป็นอาทิตย์ก็มีค่ะ
5555 เค้าก็จะมาเดินวนเวียนแถวโต๊ะเรา จิ้มๆเราบ้าง แกล้งให้เราพูดด้วยบ้าง
แกล้งให้เราหัวเราะบ้าง เวลาเรางอนและเค้าง้อ
เพื่อนเค้าที่ทำงานกับเราก็จะดูออกแล้วก็ถามเราเสมอว่าเธองอนอะไรเค้าหรอ?
ทำไมเค้าถึงได้มาง้อขนาดนี้ ปกติเค้าไม่ง้อใครขนาดนี้นะ แต่ถ้าหากไม่ได้โกรธหรืองอนกัน
เวลาที่เรามองหน้ากันอยู่ดีๆมันก็ยิ้มเขินๆด้วยกันทั้งคู่ซะงั้น
แบบมันยิ้มไปเองโดยไม่รู้ตัวค่ะ
แต่ในบางครั้งเค้าก็ดูเหินห่าง ไม่ใยดี
เหมือนเราโกรธกันเลยค่ะ พอมาถึงวันนึงที่เรากำลังจะห่างจากเค้า
เค้าก็ทั้งคุยกับเราทั้งวันส่งรูปมาให้ดูว่าทำอะไรอยู่ รายงานสถานการณ์ตลอดเลยค่ะ
และบางครั้งเค้าก็พูดแปลกๆเช่นดีใจหรือรู้สึกดี หรือรู้สึกอบอุ่นหัวใจเวลาที่ดิชั้นพูดอะไรเป็นนัยบอกเค้าค่ะ
อยากรู้ว่าถ้าเค้าทำขนาดนี้เพราะเค้าชอบเรา หรือหมาหยอกไก่คะ? และในเมื่อจะไม่เจอหน้ากันแล้วควรบอกความในใจกับเค้าดีมั้ยคะ?